ถ้าพูดถึงเกมที่ทำให้ผู้เล่นอินกับตัวละครได้มากที่สุดเกมหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการเกม ชื่อของ Red Dead Redemption 2 (2018) คือเกมที่แทบทุกคนต้องพูดถึง นี่ไม่ใช่แค่เกมคาวบอยยิงปืนขี่ม้า แต่มันคือเรื่องราวของมิตรภาพ ครอบครัว ความฝัน การทรยศ และจุดจบของยุคหนึ่ง
เกมที่เต็มไปด้วยตัวละครที่มีชีวิต ทุกคนมีนิสัย มีอดีต มีความเชื่อ และมีความเจ็บปวดของตัวเอง ยิ่งเล่น ผู้เล่นจะยิ่งรู้สึกว่าแก๊ง Van der Linde ไม่ใช่แค่กลุ่ม NPC แต่มันเหมือนครอบครัวจริงๆ และนั่นแหละคือเหตุผลที่เรื่องราวของเกมนี้ยังติดอยู่ในใจคนเล่นทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้!
Red Dead Redemption 2 — เรื่องราวของโลกที่ไม่เหลือที่ให้คาวบอยอีกต่อไป
Red Dead Redemption 2 คือเกมแนว Open World / Action Adventure / Western Drama / Story-Driven จากค่าย Rockstar Games วางจำหน่ายในปี 2018 และกลายเป็นหนึ่งในเกมที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดตลอดกาล
เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1899 ช่วงปลายยุคคาวบอย โลกกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
- กฎหมายเข้มงวดขึ้น
- เมืองเริ่มขยาย
- เทคโนโลยีเริ่มเข้ามา
- และยุคของพวกนอกกฎหมายกำลังค่อยๆหายไป
แก๊ง Van der Linde จึงกลายเป็นกลุ่มคนที่พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดในโลกที่ไม่เหลือที่ให้พวกเขาอีกแล้ว
มากกว่าการยิงปืนและปล้นธนาคาร
แม้เกมจะเต็มไปด้วยการปล้น ยิงปืน และขี่ม้า แต่ลึกๆแล้วเกมนี้ไม่ได้พูดแค่เรื่องคาวบอย
มันพูดถึงมิตรภาพ ความรัก การให้อภัย ความผิดพลาด และการยอมรับความจริงของชีวิต นี่คือเหตุผลที่เกมนี้น่าสนใจมาก เพราะตัวละครทุกคนดูเหมือนคนจริงๆ
โลกที่มีชีวิตเพราะตัวละคร
Rockstar ทำสิ่งที่น่าทึ่งมากกับแก๊ง Van der Linde และ NPC ในแคมป์ไม่ได้ยืนรอผู้เล่นเฉยๆ แต่พวกเขาใช้ชีวิตจริงๆ คุยกัน ทะเลาะกัน ดื่มเหล้า เล่นดนตรี ทำงานในค่าย หรือแค่นั่งเงียบๆตอนกลางคืน
สิ่งเล็กๆเหล่านี้ทำให้ผู้เล่นค่อยๆผูกพันกับแก๊งโดยไม่รู้ตัว
ครอบครัวที่ค่อยๆแตกสลาย
หัวใจของเกมคือแก๊ง Van der Linde ช่วงแรกๆผู้เล่นจะรู้สึกเหมือนอยู่ในครอบครัว ทุกคนกินข้าวด้วยกัน ร้องเพลง หัวเราะ และเชื่อว่าพวกเขาจะผ่านทุกอย่างไปได้ แต่ยิ่งเรื่องราวดำเนินต่อไป ทุกอย่างก็เริ่มพังทีละนิด
ความไว้ใจเริ่มหายไป คนในแก๊งเริ่มแตกแยก ความฝันเริ่มสลาย และผู้คนเริ่มตาย นี่ทำให้เกมนี้ไม่ใช่แค่เกมคาวบอย แต่มันคือเรื่องราวของผู้คนที่พยายามรักษาความฝันไว้ ในวันที่โลกไม่ต้องการพวกเขาอีกแล้ว

Arthur Morgan — หนึ่งในตัวละครที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์เกม
ในภาคนี้ Red Dead Redemption 2 ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า Arthur Morgan เขาคือหัวใจของเรื่องทั้งหมด และเป็นหนึ่งในตัวละครเกมที่ผู้เล่นทั่วโลกยกย่องว่าเขียนดีที่สุดตลอดกาล
สิ่งที่ทำให้ Arthur พิเศษมาก คือเขาไม่ใช่ฮีโร่แบบคลาสสิก เขาเป็นโจร ปล้นคน ฆ่าคน และใช้ชีวิตนอกกฎหมายมาตลอด ถ้ามองตามความจริง เขาก็คือคนเลวคนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับเต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์จนผู้เล่นรู้สึกผูกพันกับเขาอย่างไม่น่าเชื่อ
คนที่เริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง
แม้ Arthur จะโตมากับความรุนแรง แต่ลึกๆแล้วเขาไม่ใช่คนไร้หัวใจ เขาช่วยเหลือคนแปลกหน้า รักพวกพ้องในแก๊ง รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำ และเริ่มถามตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆว่าชีวิตแบบนี้มันถูกต้องจริงไหม?
นี่คือจุดที่ทำให้ Arthur ดูเรียลมาก เพราะเขาไม่ใช่ตัวละครที่ดี หรือเลวแบบสุดขั้ว แต่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เริ่มมองเห็นความผิดพลาดของตัวเองช้าเกินไป
ชายที่ศรัทธาใน Dutch มาทั้งชีวิต
ช่วงต้นเกม Arthur เชื่อใน Dutch van der Linde อย่างเต็มหัวใจ เขาเชื่อว่าแก๊งคือครอบครัว เชื่อว่าพวกเขากำลังต่อสู้กับโลกที่โหดร้าย และเชื่อว่าสิ่งที่ทำมีเหตุผลเสมอ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาเริ่มเห็นว่าทุกอย่างกำลังพังทีละนิด ความโลภ ความกลัว และความคลั่งของ Dutch เริ่มทำลายทุกคนในแก๊ง
คนที่ตื่นรู้ช้าเกินไป
นี่คือสิ่งที่เศร้ามากเกี่ยวกับ Arthur เขาใช้ชีวิตอยู่กับความรุนแรงมานาน จนคิดว่านั่นคือเรื่องปกติ
แต่เมื่อเริ่มมองเห็นความจริง เขากลับพบว่าตัวเองเสียเวลาไปเกือบทั้งชีวิตแล้ว และช่วงเวลาที่เปลี่ยนทุกอย่างจริงๆก็คือตอนที่เขาป่วยเป็นวัณโรค
โรคร้ายที่เปลี่ยน Arthur ไปตลอดกาล
การป่วยของ Arthur คือหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ impact ผู้เล่นที่สุด จากชายแข็งแรงที่พร้อมสู้กับทุกคน เขากลายเป็นคนที่รู้ว่าชีวิตตัวเองอาจเหลือเวลาไม่มาก
มันทำให้เขาเริ่มมองโลกต่างออกไป เขาเริ่มคิดถึงสิ่งที่ตัวเองทิ้งไว้ เริ่มอยากช่วยคนมากขึ้น และเริ่มพยายามทำสิ่งที่ถูกต้อง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ตัวละครที่ทำให้ผู้เล่น “รู้สึก”
Arthur Morgan จึงไม่ได้เป็นแค่ตัวเอกเกมคาวบอย แต่เป็นตัวละครที่พูดถึงการสำนึกผิด การเปลี่ยนแปลง และการค้นหาความหมายของชีวิตในวันที่เหลือเวลาไม่มากแล้ว
และนั่นแหละ คือเหตุผลที่ผู้เล่นจำนวนมากไม่มีวันลืมเขาเลยแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

Dutch van der Linde — ผู้นำของแก๊ง ที่ทั้งน่าชื่นชมและน่ากลัว
หนึ่งในตัวละครที่เขียนได้ดีที่สุดและซับซ้อนที่สุดก็คือ Dutch van der Linde เขาคือผู้นำของแก๊ง Van der Linde ชายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ พูดเก่ง ฉลาด และมีพลังบางอย่างที่ทำให้คนรอบตัวพร้อมเชื่อในตัวเขา
Dutch ไม่ได้ปกครองแก๊งด้วยความกลัว แต่ด้วยความหวัง เขาทำให้ทุกคนเชื่อว่าสักวันพวกเขาจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ และนั่นคือเหตุผลที่สมาชิกในแก๊งรักและเคารพเขามาก
คนที่รัก “ความฝัน” มากกว่าความจริง
สิ่งที่ทำให้ Dutch เป็นตัวละครระดับตำนาน คือเขาไม่ได้เป็นตัวร้ายแบบตรงไปตรงมา ลึกๆแล้ว Dutch เคยเป็นคนดีจริงๆ เขาให้บ้านกับเด็กกำพร้า ช่วยเหลือคนที่ไม่มีที่ไป และทำให้สมาชิกในแก๊งรู้สึกเหมือนมีครอบครัว
แต่ปัญหาคือ Dutch รักความฝันของตัวเองมากเกินไป เขาไม่สามารถยอมรับได้ว่าโลกกำลังเปลี่ยน และยุคของพวกนอกกฎหมายกำลังจบลง
คนที่เริ่มหลงทางเพราะอีโก้
ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป Dutch ก็ยิ่งหมกมุ่นกับแผนใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ แม้แผนเหล่านั้นจะเริ่มทำร้ายคนรอบตัว แม้คนในแก๊งจะเริ่มตาย หรือแม้ทุกอย่างกำลังพังลงตรงหน้า
เขาก็ยังเชื่อว่าตัวเองควบคุมสถานการณ์ได้
ตัวละครที่ค่อยๆแตกสลาย
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของ Dutch คือผู้เล่นจะค่อยๆเห็นคนคนหนึ่งพังลงทีละนิด
ความกดดัน ความกลัว และอีโก้ มันค่อยๆเปลี่ยนชายที่เคยมีอุดมการณ์ ให้กลายเป็นคนที่เริ่มทำร้ายแม้แต่คนที่รักตัวเองที่สุด
ผู้นำที่ทั้งน่าเคารพและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
Dutch จึงเป็นตัวละครที่ทั้งน่าชื่นชมและน่ากลัว เพราะผู้เล่นจะเข้าใจเสมอว่า ทำไมคนถึงรักเขา… และในขณะเดียวกัน ก็เข้าใจว่าทำไมทุกอย่างถึงพังเพราะเขาเช่นกัน

John Marston — ชายที่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่
แฟนเกม Red Dead Redemption ภาคแรกย่อมรู้ดีว่า John Marston คือใคร เขาคืออดีตนอกกฎหมายที่พยายามทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง และกลายเป็นหนึ่งในตัวละครระดับตำนานของวงการเกม
แต่ในภาคนี้เราจะได้เห็น John ในช่วงเวลาที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นี่คือ John ในวัยที่ยังไม่โตเต็มที่ เขายังสับสนกับชีวิต ยังหนีปัญหา กลัวความรับผิดชอบ และไม่แน่ใจว่าตัวเองควรเป็นคนแบบไหนกันแน่
คนที่อยากหนีจากหน้าที่ของตัวเอง
หนึ่งในปมสำคัญของ John คือเรื่องครอบครัว เขามี Abigail และ Jack อยู่ข้างๆ แต่ลึกๆแล้วเขากลับกลัวการเป็นพ่อ และกลัวชีวิตแบบปกติ
เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองเหมาะกับการสร้างครอบครัวหรือไม่ เพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมา เขารู้จักแค่การปล้น การหนี และการใช้ชีวิตแบบนอกกฎหมาย นี่ทำให้ John ดูเป็นมนุษย์มาก เพราะเขาไม่ได้เป็นฮีโร่ที่พร้อมรับผิดชอบทุกอย่างทันที
Arthur คือคนที่ช่วยให้ John โตขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่าง Arthur Morgan กับ John คือหนึ่งในแกนสำคัญที่สุดของเกม
Arthur มอง John เหมือนน้องชาย
ทั้งด่า ทั้งห่วง และทั้งอยากให้เขาได้โอกาสมีชีวิตที่ดีกว่าตัวเอง
เมื่อ Arthur เริ่มรู้ว่าชีวิตตัวเองอาจเหลือเวลาไม่มาก เขาก็ยิ่งพยายามผลักดันให้ John หนีออกจากวงจรเดิม
ความหวังท่ามกลางโลกที่กำลังพัง
สิ่งที่เล่นกับใจผู้เล่นมาก คือ Arthur เริ่มมอง John เป็นโอกาสครั้งที่สอง
โอกาสที่ใครสักคนในแก๊งจะหลุดพ้นจากจุดจบแบบเดิมๆได้จริง และนั่นแหละคือเหตุผลที่เรื่องราวของทั้งคู่กลายเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดของ Red Dead Redemption 2 เลยทีเดียว

Sadie Adler — หญิงสาวผู้สูญเสียทุกอย่างในคืนเดียว
หนึ่งในตัวละครที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนที่สุดคือ Sadie Adler ตอนแรกเธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา ที่ใช้ชีวิตสงบสุขกับสามีในบ้านกลางหิมะ แต่ทุกอย่างพังลงเมื่อพวกโจรบุกเข้ามา ฆ่าสามีของเธอ และทำลายชีวิตที่เคยมีจนไม่เหลืออะไร
ช่วงแรกที่ผู้เล่นเจอ Sadie เธอดูเหมือนคนที่แตกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี ทั้งหวาดกลัว สับสน และไม่เหลือที่ยืนในโลกอีกต่อไป
ความโกรธที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นพลัง
แต่สิ่งที่ทำให้ Sadie กลายเป็นตัวละครที่แฟนเกมรักมาก คือเธอไม่ยอมจมอยู่กับความอ่อนแอตลอดไป ความสูญเสียเปลี่ยนเธอไปอย่างสิ้นเชิง
Sadie ค่อยๆกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น ดุดันขึ้น และพร้อมเผชิญหน้ากับทุกอย่างด้วยตัวเอง เธอเรียนรู้การยิงปืน เริ่มออกล่า และกลายเป็นหนึ่งในคนที่อันตรายที่สุดของแก๊ง
ผู้หญิงที่โลกทำลายไม่ได้อีกแล้ว
สิ่งที่น่าชื่นชมมากเกี่ยวกับ Sadie คือเธอไม่ได้รอให้ใครมาช่วย เธอลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน เกมก็ไม่เคยลืมแสดงให้เห็นว่า ลึกๆแล้ว Sadie ยังเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเศร้า
เธอไม่ได้เข้มแข็งเพราะไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว แต่เข้มแข็งเพราะเธอผ่านสิ่งเลวร้ายมาได้ต่างหาก
ตัวละครที่ทั้งเท่และน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน
Sadie จึงเป็นตัวละครที่ทั้ง badass และ tragic พร้อมกัน
เธอคือภาพของคนที่สูญเสียทุกอย่าง แต่ยังเลือกเดินหน้าต่อ แม้โลกจะพยายามทำลายเธอแค่ไหนก็ตาม

Micah Bell — ตัวละครที่แฟนเกมเกลียดที่สุดคนหนึ่ง
ถ้ามีตัวละครที่ผู้เล่นจำนวนมหาศาลพร้อมใจกันเกลียด ชื่อนั้นแทบจะหนีไม่พ้น Micah Bell ตั้งแต่แรกที่ปรากฏตัว Micah ก็ให้ความรู้สึกอันตรายทันที เขาหยาบคาย ชอบใช้ความรุนแรง เห็นแก่ตัว และพร้อมสร้างปัญหาได้ทุกที่ที่เดินไป
Micah ไม่ได้มีเสน่ห์แบบ Dutch หรือความเป็นมนุษย์แบบ Arthur เขาคือคนที่ดูเหมือนภัยพิบัติตั้งแต่แรกเห็น
พิษที่ค่อยๆทำลายแก๊งจากข้างใน
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของ Micah คือเขาไม่ได้ทำลายแก๊งด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ค่อยๆทำลายความไว้ใจภายในกลุ่ม
เขาปลุกปั่นคน ผลักดันให้ใช้ความรุนแรง และคอยกระซิบสิ่งที่ Dutch อยากได้ยิน ยิ่งสถานการณ์ของแก๊งแย่ลง Micah ก็ยิ่งมีอิทธิพลต่อ Dutch มากขึ้นเรื่อยๆ
คนที่ไม่เคยซ่อนตัวตน
สิ่งที่ทำให้ผู้เล่นหงุดหงิดมากคือ Micah ไม่ได้แกล้งทำเป็นคนดีเลย เขาแสดงชัดเจนตั้งแต่แรกว่าเป็นคนอันตราย Arthur เห็น John เห็น และผู้เล่นก็เห็น แต่ Dutch กลับเลือกเชื่อเขา
นี่คือสิ่งที่เจ็บปวดมาก เพราะผู้เล่นต้องมองดูแก๊ง Van der Linde ค่อยๆพังลงต่อหน้าต่อตา จากการที่ผู้นำเริ่มฟังคนผิด
ตัวละครที่ถูกเขียนให้คนเกลียดได้อย่างยอดเยี่ยม
Micah จึงเป็นตัวละครที่ยอดเยี่ยมในฐานะวายร้าย เพราะเขาไม่ได้เท่ ไม่ลึกลับ และไม่ได้มีข้อแก้ตัวสวยงาม เขาคือด้านมืดของความเห็นแก่ตัว ความโลภ และความรุนแรงแบบดิบๆ
และนั่นแหละ คือเหตุผลที่แฟนเกมจำนวนมากไม่มีวันลืมเขาเลย แม้จะเกลียดแค่ไหนก็ตาม

Hosea Matthews — สมองของแก๊ง Van der Linde
ในภาค Red Dead Redemption 2 ถ้า Dutch คือหัวใจของแก๊ง Van der Linde งั้น Hosea Matthews ก็คือสมองของแก๊งอย่างแท้จริง
Hosea เป็นคนสุขุม ฉลาด และเต็มไปด้วยประสบการณ์ เขาไม่ใช่คนที่ชอบใช้กำลังหรือปล่อยให้อารมณ์พาตัวเองไปเหมือนหลายคนในแก๊ง ตรงกันข้าม เขามักเป็นคนที่มองสถานการณ์แบบระยะยาว และพยายามคิดถึงผลที่จะตามมาเสมอ
คนที่เข้าใจว่าโลกกำลังเปลี่ยน
สิ่งที่ทำให้ Hosea แตกต่างจาก Dutch ชัดมาก คือเขาเริ่มยอมรับความจริงว่ายุคของพวกนอกกฎหมายกำลังจบลง
ในขณะที่ Dutch ยังพยายามไล่ตามความฝันและเชื่อว่าพวกเขาจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เสมอ Hosea กลับมองเห็นว่าโลกภายนอกกำลังเปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่แก๊งจะหนีทันแล้ว เขาจึงพยายามเตือนทุกคนเสมอว่าบางครั้งการถอย คือทางรอด
พ่ออีกคนของ Arthur Morgan
ความสัมพันธ์ระหว่าง Hosea กับ Arthur คือหนึ่งในสิ่งที่อบอุ่นที่สุดของเกม Arthur เติบโตมากับทั้ง Dutch และ Hosea
ถ้า Dutch คือคนที่สอนให้ Arthur ฝัน สอนให้เชื่อในอิสรภาพและชีวิตนอกกฎหมาย
Hosea ก็คือคนที่สอนเรื่องความจริง ความระมัดระวัง และการคิดถึงคนอื่น
คนที่พยายามรักษาแก๊งไว้
Hosea เปรียบเหมือนเสาหลักที่คอยรักษาสมดุลในแก๊งมาตลอด เขาคือคนที่พยายามหยุดความรุนแรง พยายามลดปัญหา และพยายามไม่ให้ทุกอย่างพังเร็วเกินไป
และนั่นแหละคือเหตุผลที่การมีอยู่ของเขาสำคัญกับเนื้อเรื่องในเกมมากกว่าที่หลายคนคิด

Charles Smith — ตัวละครที่ดีที่สุดคนหนึ่งในเกม
แม้แก๊ง Van der Linde จะเต็มไปด้วยตัวละครที่มีเสน่ห์และซับซ้อน แต่หนึ่งในคนที่แฟนเกมรักมากที่สุดก็คือ Charles Smith
Charles เป็นคนเงียบ สุขุม และไม่ชอบพูดมาก เขาไม่ได้มีเสน่ห์แบบ Dutch หรือความดุดันแบบ Micah แต่กลับมีพลังบางอย่างที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเชื่อใจเขาได้ทันที เขาคือคนที่ดูมั่นคงที่สุดคนหนึ่งในแก๊ง
คนที่ยังรักษาศีลธรรมเอาไว้ได้
สิ่งที่ทำให้ Charles โดดเด่นมาก คือในโลกของ RDR2 ที่เต็มไปด้วยคนสีเทา เขาคือหนึ่งในไม่กี่คนที่เป็นคนดีแบบจริงใจจริงๆ เขาไม่ชอบความรุนแรงเกินจำเป็น ไม่สนุกกับการฆ่า และพยายามทำสิ่งที่ถูกต้องเสมอ แม้โลกจะบีบให้ต้องใช้ชีวิตแบบนอกกฎหมายก็ตาม
Charles จึงแตกต่างจากหลายคนในแก๊ง เพราะเขาไม่เคยปล่อยให้ความโหดร้ายของโลกเปลี่ยนตัวตนของตัวเอง
คนที่พร้อมช่วยเหลือโดยไม่หวังอะไรตอบแทน
อีกจุดที่ทำให้แฟนเกมรัก Charles มาก คือเขาเป็นคนที่พร้อมช่วยเหลือคนอื่นเงียบๆตลอดเวลา
เขาให้ความช่วยเหลือ Arthur และ John และมักเป็นคนที่อยู่ข้างคนอื่นในช่วงเวลาที่ยากที่สุด โดยไม่ต้องพูดเยอะหรือเรียกร้องเครดิตอะไรเลย
ตัวละครที่ให้ความหวังในโลกอันโหดร้าย
Charles จึงเป็นเหมือนแสงเล็กๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยความโลภ ความรุนแรง และการทรยศ
เขาพิสูจน์ให้เห็นว่า ต่อให้โลกจะโหดร้ายแค่ไหน มนุษย์ก็ยังสามารถเลือกเป็นคนดีได้อยู่เสมอ

Abigail Roberts — ผู้หญิงที่อยากให้ครอบครัวหลุดพ้นจากชีวิตโจร
ใน Red Dead Redemption 2 หนึ่งในตัวละครที่เข้าใจโลกและเรียลมากที่สุดคือ Abigail Roberts ในขณะที่หลายคนในแก๊ง Van der Linde ยังเชื่อในความฝันของ Dutch หรือหวังว่าสักวันทุกอย่างจะดีขึ้น Abigail กลับมองเห็นความจริงชัดเจนตั้งแต่เนิ่นๆว่าชีวิตแบบนี้ไม่มีวันจบดี
เธอรู้ว่าแก๊งกำลังแตกสลาย รู้ว่าความรุนแรงจะไม่มีวันหยุด และรู้ว่าถ้ายังอยู่ในวงจรนี้ต่อไป Jack อาจโตขึ้นมาเหมือนพวกเขา
ผู้หญิงที่ไม่ได้ต้องการอะไรยิ่งใหญ่
สิ่งที่ทำให้ Abigail แตกต่างจากตัวละครอื่น คือเธอไม่ได้ต้องการอำนาจ เงินทอง หรือชีวิตผจญภัย
สิ่งที่เธอต้องการมีแค่บ้านธรรมดา ครอบครัวที่ปลอดภัย และอนาคตที่ดีกว่าสำหรับลูกชาย ฟังดูเรียบง่ายมาก แต่ในโลกของเกมนี้ มันกลับเป็นสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย
คนที่พยายามดึง John ออกจากวงจรเดิม
Abigail พยายามผลักดันให้ John เลิกใช้ชีวิตนอกกฎหมายมาตลอด เธออยากให้เขาโตขึ้น รับผิดชอบ และเลิกหนีปัญหาเสียที
หลายครั้งเธอดูเหมือนคนขี้บ่นหรือเข้มงวด แต่ลึกๆแล้วทุกอย่างเกิดจากความกลัวว่าเธอจะสูญเสียครอบครัวไปเหมือนคนอื่นในแก๊ง
เสียงของชีวิตปกติ ในโลกที่ไม่มีวันปกติ
Abigail จึงเปรียบเหมือนเสียงของชีวิตธรรมดาในโลกที่เต็มไปด้วยความรุนแรง
เธอคือเครื่องเตือนใจว่าลึกๆแล้ว คนในแก๊งหลายคนไม่ได้ต้องการเงิน หรืออำนาจมากมาย พวกเขาแค่อยากมีชีวิตสงบสุข แต่โลกกลับไม่เคยเปิดโอกาสนั้นให้จริงๆ
