ถ้าพูดถึงเกมที่ทำให้ผู้เล่นอินกับตัวละครจนรู้สึกเหมือนกำลังดูซีรีส์คุณภาพสูงเรื่องหนึ่ง ชื่อของ Detroit: Become Human คือเกมที่หลายคนยกให้เป็นระดับมาสเตอร์พีซของการเล่าเรื่อง นี่ไม่ใช่เกมยิงปืนหรือเกมแอ็กชันแบบเดือดเลือดพล่าน แต่มันคือเกมที่พูดถึงความมนุษย์ จิตใจ อิสรภาพ ความกลัว และความหมายของคำว่ามีชีวิต ผ่านโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยแอนดรอยด์ หุ่นยนต์ที่ถูกสร้างมาเพื่อรับใช้มนุษย์ แต่วันหนึ่ง พวกมันเริ่มคิดเองเป็น เริ่มรู้สึก และเริ่มตั้งคำถามว่า “ทำไมพวกเราต้องเป็นแค่เครื่องมือของมนุษย์?”
สิ่งที่ทำให้มันกลายเป็นเกมที่ทรงพลังมาก ไม่ใช่แค่ระบบ Choice หรือกราฟิก แต่คือตัวละครในเกมนี้ที่ต่างก็มีมุมมอง ความเชื่อ และความเจ็บปวดของตัวเอง จนทำให้ผู้เล่นย้อนกลับมาถามตัวเอง ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ใครสักคนเป็นมนุษย์?
Detroit: Become Human — เกมที่ถามว่า “ถ้าหุ่นยนต์มีหัวใจ พวกเขายังเป็นแค่เครื่องจักรไหม?”
Detroit: Become Human คือเกมแนว Interactive Drama / Narrative Adventure / Sci-Fi / Choice-Based Story จากค่าย Quantic Dream วางจำหน่ายในปี 2018
เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 2038 ที่เมือง Detroit โลกเต็มไปด้วยแอนดรอยด์ที่ถูกสร้างมาเพื่อรับใช้มนุษย์ พวกมันทำหน้าที่ทุกอย่าง เช่น คนใช้ คนงาน พยาบาล ตำรวจ หรือคนดูแลเด็ก แอนดรอยด์เหล่านี้ดูเหมือนมนุษย์แทบสมบูรณ์แบบ จนเส้นแบ่งระหว่างคนกับเครื่องจักรเริ่มเลือนลงเรื่อยๆ แต่ปัญหาคือ… บางตัวเริ่มตื่นรู้ หรือที่เกมเรียกว่า Deviant
เกมที่ทุกการตัดสินใจ มีผลที่ตามมา
จุดเด่นที่สุดของ Detroit คือระบบทางเลือก เกมนี้ไม่มีเส้นเรื่องตายตัว ทุกการตัดสินใจของผู้เล่นสามารถเปลี่ยนอนาคตของตัวละครและโลกทั้งใบได้
ตัวละครอาจรอดหรือตาย ความสัมพันธ์อาจพังหรือแน่นแฟ้น เมืองอาจสงบ… หรือกลายเป็นสงคราม
นี่ทำให้ผู้เล่นอินกับทุกฉากมาก เพราะไม่มีปุ่ม “เลือกผิดแล้วไม่เป็นไร”
Sci-Fi ที่สะท้อนโลกจริงแบบเจ็บๆ
แม้เกมจะพูดถึงหุ่นยนต์ แต่หลายประเด็นสะท้อนโลกจริงชัดมาก ทั้งเรื่องการเหยียด การแบ่งชนชั้น ความกลัวคนที่แตกต่าง สิทธิในการมีชีวิตและอิสระ
Detroit จึงไม่ใช่แค่เกม Sci-Fi แต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ในอีกมุมหนึ่ง
คำถามสำคัญ — ถ้าหุ่นยนต์รู้สึกได้ พวกเขายังเป็นแค่เครื่องจักรไหม?
นี่คือหัวใจของทั้งเกม ถ้าใครสักคนสามารถรู้สึกเจ็บ กลัว รัก เสียใจ และต้องการอิสระ เรายังมีสิทธิเรียกพวกเขาว่าของใช้อยู่ไหม?
ตัวละครที่สะท้อนมุมมองแตกต่างกัน
สิ่งที่ทำให้ Detroit ทรงพลังมาก คือแต่ละตัวละครแทนแนวคิดคนละด้าน
- Connor = เหตุผล vs ความรู้สึก
- Kara = ความรักและการปกป้อง
- Markus = เสรีภาพและการปฏิวัติ
- Hank = ความเจ็บปวดของมนุษย์
- North = ความโกรธและการแก้แค้น
- Carl = ความเข้าใจและความเมตตา
ทั้งหมดนี้รวมกันจนกลายเป็นหนึ่งในเกมเนื้อเรื่องที่ทรงพลังและชวนตั้งคำถามที่สุดของวงการเกมยุคใหม่

Connor — แอนดรอยด์นักสืบ ที่เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง
ใน Detroit: Become Human ถ้ามีตัวละครที่แฟนเกมรักมากที่สุดคนหนึ่ง ชื่อนั้นแทบจะต้องมี Connor อยู่เสมอ เขาคือแอนดรอยด์รุ่น RK800 ที่ถูกสร้างโดย CyberLife เพื่อช่วยตำรวจสืบสวนและตามล่า Deviants หรือแอนดรอยด์ที่เริ่มตื่นรู้
ตั้งแต่แรกเขาดูเหมือนเครื่องจักรในอุดมคติ วิเคราะห์เก่ง คำนวณเร็ว ตัดสินใจแม่นยำ และแทบไม่มีอารมณ์ Connor ถูกออกแบบมาเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
แอนดรอยด์ที่เริ่ม “คิด” มากกว่าที่ควร
แต่สิ่งที่ทำให้ Connor กลายเป็นตัวละครระดับตำนาน คือการที่ผู้เล่นค่อยๆเห็นเขาเปลี่ยนไปทีละนิด ยิ่งสืบคดี Deviants มากขึ้น เขาก็ยิ่งเริ่มสงสัยในสิ่งที่ตัวเองถูกสอนมา เขาเริ่มถามตัวเองว่า…
- Deviants คืออาชญากรจริงไหม?
- มนุษย์ปฏิบัติต่อแอนดรอยด์ถูกต้องหรือเปล่า?
- แล้วตัวเขาเอง… ยังเป็นแค่เครื่องจักรอยู่ไหม?
นี่คือการเติบโตในตัวละครที่ทรงพลังมาก เพราะผู้เล่นจะเห็นหุ่นยนต์ที่เคยเชื่อมั่นในระบบ เริ่มสั่นคลอนกับทุกอย่างที่เคยรู้
Connor กับ Hank — คู่หูที่ดีที่สุดคู่หนึ่งของวงการเกม
หัวใจสำคัญของเส้นเรื่อง Connor คือความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ Hank Anderson
ตอนแรก Hank เกลียดแอนดรอยด์มาก เขามอง Connor เป็นแค่ของที่ไม่มีหัวใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งคู่เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น Connor เรียนรู้ความเจ็บปวดของมนุษย์ ส่วน Hank ก็เริ่มเห็นว่าแอนดรอยด์อาจมีความรู้สึกจริงๆ
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงไม่ใช่แค่คู่หูตำรวจธรรมดา แต่มันคือเรื่องของสองสิ่งมีชีวิต ที่ต่างช่วยกันเรียนรู้ว่าความเป็นมนุษย์คืออะไร
ตัวละครที่สะท้อนคำถามสำคัญของเกม
Connor คือศูนย์กลางของคำถามที่ใหญ่ที่สุดในเกม ถ้าหุ่นยนต์สามารถคิด รู้สึก และตั้งคำถามกับตัวเองได้เหมือนมนุษย์ เรายังมีสิทธิเรียกพวกเขาว่าเครื่องจักรอยู่ไหม
และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Connor กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่ดีที่สุดของวงการเกมยุคนั้นเลยจริงๆ

Hank Anderson — ตำรวจแก่ที่หมดศรัทธาในโลกไปแล้ว
หนึ่งในตัวละครที่มีมิติและอารมณ์มากที่สุดคือ Hank Anderson เขาเป็นตำรวจสายสืบรุ่นเก๋าที่ชีวิตแทบพังทุกด้าน เขาติดเหล้า หมดหวังกับโลก โกรธสังคม และใช้ชีวิตเหมือนคนที่ไม่เหลืออะไรให้ยึดอีกแล้ว
ตั้งแต่แรก Hank ดูเหมือนคนอารมณ์เสียที่พร้อมประชดทุกอย่างรอบตัว แต่ลึกๆแล้วสิ่งที่อยู่ข้างในเขาคือความเจ็บปวดมากกว่าความโกรธ
คนที่เกลียดแอนดรอยด์ เพราะกลัวโลกที่เปลี่ยนไป
Hank ไม่ชอบแอนดรอยด์เลย เขามองว่าพวกมันกำลังแทนที่มนุษย์ ทั้งในเรื่องงาน ชีวิต และคุณค่าของคนจริงๆ
สำหรับ Hank แอนดรอยด์คือสัญลักษณ์ของโลกยุคใหม่ที่เขาไม่เข้าใจ และไม่อยากยอมรับ
ตัวละครที่ไม่ได้ดีหรือเลว
สิ่งที่ทำให้ Hank เป็นตัวละครที่ยอดเยี่ยมมาก คือเขาไม่ได้ถูกเขียนให้เป็นคนดีหรือคนเลวแบบชัดเจน
เขาเป็นมนุษย์ธรรมดาที่เต็มไปด้วยบาดแผล บางครั้งเขาก็ใจดี บางครั้งก็หยาบคาย บางครั้งก็เหมือนหมดแรงจะมีชีวิตต่อ นี่ทำให้เขาดูเรียลมาก
Connor คือสิ่งที่ค่อยๆเยียวยาเขา
สิ่งที่อ่อนไหวมากคือในขณะที่ Connor กำลังเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ Hank เองก็เริ่มกลับมารู้สึกมีชีวิตอีกครั้งเพราะ Connor เช่นกัน ยิ่งทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกัน Hank ก็ยิ่งเริ่มเห็นว่า Connor ไม่เหมือนเครื่องจักรทั่วไป
และนั่นทำให้กำแพงในใจของเขาค่อยๆพังลงทีละนิด
ความสัมพันธ์ที่ทำให้เกมทรงพลัง
Hank กับ Connor จึงไม่ใช่แค่คู่หูตำรวจและนักสิบ แต่คือคนสองคนที่ต่างช่วยกันเยียวยาอีกฝ่าย
คนหนึ่งเรียนรู้ว่าจะรู้สึกยังไง ส่วนอีกคนเรียนรู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อยังไง และนี่แหละคือเหตุผลที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุด

Kara และ Alice — เรื่องราวของความรักในโลกที่ไร้ความเมตตา
ใน Detroit: Become Human ถ้า Connor คือเส้นเรื่องสืบสวน และ Markus คือเรื่องของการปฏิวัติ เส้นเรื่องของ Kara ก็คือด้านที่สะเทือนอารมณ์และอบอุ่นที่สุดของเกม
Kara — แอนดรอยด์ที่เลือกปกป้อง แทนการเชื่อฟัง
Kara เป็นแอนดรอยด์ดูแลบ้านธรรมดา ถูกสร้างมาเพื่อทำความสะอาด ทำอาหาร และเชื่อฟังเจ้าของ
เธอควรจะเป็นแค่ทาส หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อเธอเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังถูกทำร้าย และครั้งนั้นเอง Kara เลือกขัดโปรแกรมคำสั่ง เพื่อช่วยเด็กหญิงที่ชื่อ Alice
เรื่องราวที่พูดถึงครอบครัว
สิ่งที่ทำให้เส้นเรื่องของ Kara ทรงพลังมาก คือมันไม่ได้เน้นการตั้งคำถามทางปรัชญาแบบ Connor แต่พูดถึงเรื่องง่ายๆที่เป็นมนุษย์ที่สุด ความรัก ความอบอุ่น การปกป้อง และการเสียสละ
Kara ค่อยๆกลายเป็นเหมือนแม่ของ Alice ทั้งที่ตัวเองเป็นแอนดรอยด์
Alice — เด็กที่เติบโตมากับความกลัว
Alice คือเด็กหญิงที่ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อที่ใช้ความรุนแรง เธอเงียบ หวาดกลัว และไม่ไว้ใจใครง่ายๆ
โลกของ Alice เต็มไปด้วยความหนาวเย็นและความเจ็บปวดมาตลอด จนกระทั่ง Kara เข้ามาอยู่ข้างเธอ
การเดินทางที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึก
เส้นเรื่องของทั้งคู่เต็มไปด้วยความกดดัน เพราะผู้เล่นจะรู้สึกเหมือนกำลังหนีตายไปพร้อมพวกเธอจริงๆ
ทั้งสองต้องหาที่พัก หนีตำรวจ เอาชีวิตรอดจากอากาศหนาว และหลบการไล่ล่าตลอดเวลา ทุกการตัดสินใจจึงรู้สึกสำคัญมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนที่เราผูกพันแล้วจริงๆ
ความเป็นมนุษย์ที่ไม่จำเป็นต้องเกิดจากเลือดเนื้อ
Kara และ Alice คือหัวใจทางอารมณ์ของ Detroit เพราะมันทำให้ผู้เล่นเริ่มถามตัวเองว่าถ้าใครสักคนสามารถรัก ปกป้อง และเสียสละเพื่ออีกคนได้แบบนี้…
พวกเขายังเป็นแค่เครื่องจักรอยู่จริงหรอ?

Markus — ผู้นำการปฏิวัติของเหล่าแอนดรอยด์
ถ้ามีตัวละครคนไหนที่ส่งผลต่ออนาคตของโลกมากที่สุด คนนั้นก็คือ Markus ตอนเริ่มเรื่องเขาเป็นเพียงแอนดรอยด์ผู้ช่วยของ Carl Manfred ศิลปินชราผู้มองเขาเหมือนคนมากกว่าเครื่องจักร
ชีวิตของ Markus ดูสงบและเรียบง่าย แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์บางอย่าง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เขาถูกผลักออกจากชีวิตเดิม และเริ่มมองเห็นความจริงอันโหดร้ายที่แอนดรอยด์ต้องเผชิญ
เส้นเรื่องของสิทธิและเสรีภาพ
ถ้า Connor คือเรื่องของการค้นหาตัวตน และ Kara คือเรื่องของความรัก Markus ก็คือเรื่องของอิสรภาพ
เขาค่อยๆกลายเป็นผู้นำของเหล่า Deviants และเป็นสัญลักษณ์ของการลุกขึ้นสู้เพื่อสิทธิในการมีชีวิต สำหรับ Markus แอนดรอยด์ไม่ควรเป็นทาสอีกต่อไป พวกเขาควรมีสิทธิเลือกชีวิตของตัวเอง
การปฏิวัติที่ไม่มีคำตอบตายตัว
สิ่งที่ยอดเยี่ยมมากเกี่ยวกับ Markus คือเกมไม่ได้บอกว่าเขาต้องเป็นผู้นำแบบไหน ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่า Markus จะต่อสู้แบบสันติ หรือใช้ความรุนแรงตอบโต้มนุษย์
นี่ทำให้ทุกการตัดสินใจหนักมาก เพราะผลลัพธ์ไม่ได้กระทบแค่ตัว Markus แต่กระทบทั้งโลก
คำถามสำคัญของเกม
Detroit พยายามถามผู้เล่นผ่าน Markus ว่าการเปลี่ยนแปลงโลกควรแลกด้วยอะไร?
ถ้าสันติวิธีไม่พอ ความรุนแรงจะกลายเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ไหม?
และถ้าคนที่ถูกกดขี่ลุกขึ้นสู้ พวกเขายังเป็นฝ่ายผิดอยู่หรือเปล่า?
ผู้นำที่ผู้เล่นเป็นคนกำหนด
Markus จึงเป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก เพราะเขาไม่ได้มีเส้นทางตายตัว
เขาอาจกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง หรือกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามก็ได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้เล่นเลือกให้เขาเป็นนั่นเอง

Carl Manfred — มนุษย์ที่เห็นคุณค่าของแอนดรอยด์จริงๆ
ใน Detroit: Become Human ตัวละครที่มีผลต่อ Markus มากที่สุดคนหนึ่งคือ Carl Manfred ศิลปินชราผู้มีมุมมองต่อโลกต่างจากคนทั่วไป
ในสังคมที่แอนดรอยด์ถูกมองเป็นแค่เครื่องมือ Carl กลับไม่เคยมอง Markus แบบนั้นเลย เขาไม่ได้ปฏิบัติต่อ Markus เหมือนของใช้ แต่ดูแลเขาเหมือนคนคนหนึ่ง หรือแม้กระทั่งเหมือนลูกชายของตัวเอง
คนที่สอนให้ Markus คิดเอง
สิ่งสำคัญที่ Carl มอบให้ Markus ไม่ใช่แค่คำสั่งหรือหน้าที่ แต่คืออิสระทางความคิด
เขาสอนให้ Markus ได้ใช้ความคิด ตัดสินใจเลือกเอง ตั้งคำถามกับโลก และเข้าใจคุณค่าของชีวิต สำหรับ Carl การมีชีวิตไม่ได้หมายถึงแค่การทำตามคำสั่ง แต่มันคือการรู้จักสร้างความหมายให้ตัวเอง
จุดเริ่มต้นของผู้นำ
คำสอนของ Carl คือรากฐานสำคัญที่ทำให้ Markus แตกต่างจากแอนดรอยด์ทั่วไป เพราะ Markus ไม่ได้เรียนรู้แค่เรื่องศิลปะ แต่เรียนรู้เรื่องความเป็นมนุษย์ ความเมตตา และเสรีภาพ
เมื่อถึงวันที่ Markus ต้องลุกขึ้นนำเหล่า Deviants เขาจึงไม่ได้เป็นแค่คนที่อยากต่อสู้ แต่เป็นคนที่เข้าใจว่า “อิสรภาพ” ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ
ตัวละครที่อ่อนโยนแต่ทรงพลัง
Carl อาจไม่ได้ออกไปต่อสู้หรือเปลี่ยนโลกด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่เขาปลูกไว้ในใจ Markus กลับกลายเป็นประกายแรกของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
และนั่นทำให้ Carl เป็นหนึ่งในตัวละครมนุษย์ที่อบอุ่นและสำคัญที่สุดของเกมนี้

North — แอนดรอยด์ที่เชื่อว่าอิสรภาพต้องแลกด้วยเลือด
หนึ่งในตัวละครที่เข้มข้นและเต็มไปด้วยบาดแผลที่สุดคือ North สมาชิกคนสำคัญของกลุ่ม Jericho ต่างจาก Markus ที่เริ่มต้นด้วยความหวัง North เติบโตมาจากความเจ็บปวดล้วนๆ
เธอเคยถูกมนุษย์ทำร้าย ถูกใช้งานเหมือนวัตถุ และถูกพรากศักดิ์ศรีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประสบการณ์เลวร้ายเหล่านั้นทำให้ North ไม่เชื่ออีกต่อไปว่ามนุษย์กับแอนดรอยด์จะสามารถอยู่ร่วมกันได้จริง
ตัวแทนของความโกรธ
ถ้า Markus คือเสียงของความหวัง North ก็คือเสียงของความโกรธและความแค้น เธอเชื่อว่าอิสรภาพไม่ได้ได้มาจากการร้องขอ แต่ต้องแย่งชิงมาด้วยพลังและการต่อสู้
สำหรับ North มนุษย์ไม่มีวันยอมปล่อยแอนดรอยด์เป็นอิสระด้วยความสมัครใจ เพราะฉะนั้นการใช้ความรุนแรงจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้านตรงข้ามของ Markus
สิ่งที่ทำให้ North เป็นตัวละครที่ดีมาก คือเธอไม่ได้ถูกเขียนให้เป็นคนผิด มุมมองของเธอเกิดจากความเจ็บปวดจริงๆ
ในขณะที่ Markus ยังพยายามเชื่อในสันติภาพ North กลับมองว่าความเมตตาเป็นเพียงภาพลวงตา นี่ทำให้ทั้งคู่มี dynamic ที่น่าสนใจมาก เพราะมันเหมือนการปะทะกันระหว่างความหวังกับความสิ้นหวัง
ตัวละครที่ทำให้เกมลึกขึ้น
North คือเครื่องเตือนใจว่า คนที่ถูกกดขี่มานาน อาจไม่ได้ต้องการแค่เสรีภาพ แต่ต้องการให้โลกชดใช้กับสิ่งที่พวกเขาเคยโดน
และนั่นแหละคือเหตุผลที่เธอกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่ทรงพลังที่สุดของ Detroit

Simon และ Josh — พลังจากเสียงที่แตกต่างในการปฏิวัติ
ใน Detroit: Become Human กลุ่ม Jericho ไม่ได้เป็นแค่กลุ่มแอนดรอยด์ที่คิดเหมือนกันทั้งหมด แต่มันคือชุมชนของผู้ถูกกดขี่ที่ต่างคนต่างมีแผล มีความกลัว และมีมุมมองต่ออนาคตไม่เหมือนกัน
นี่แหละที่ทำให้การปฏิวัติในเกมดูสมจริงมาก เพราะแม้ทุกคนจะอยากได้อิสรภาพเหมือนกัน แต่วิธีไปถึงจุดนั้นไม่ได้เหมือนกันเลย
Simon — คนที่ระวังตัวและคิดถึงความอยู่รอด
Simon เป็นตัวละครที่ค่อนข้างสุขุม ระวังตัว และไม่ชอบเสี่ยงโดยไม่จำเป็น เขามองว่าการเคลื่อนไหวของแอนดรอยด์ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะความผิดพลาดครั้งเดียวอาจทำให้ทุกคนใน Jericho ถูกทำลายได้
เขาไม่ใช่คนขี้ขลาด แต่เป็นคนที่เข้าใจว่าการปฏิวัติมีราคาที่ต้องจ่าย
Josh — เสียงของสันติวิธี
ส่วน Josh คือคนที่สนับสนุนแนวทางสันติ เขาเชื่อว่าแอนดรอยด์ควรพิสูจน์ให้มนุษย์เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เป็นศัตรู
สำหรับ Josh อิสรภาพไม่ควรเริ่มต้นจากเลือด เพราะถ้าแอนดรอยด์ใช้ความรุนแรงเหมือนมนุษย์ พวกเขาอาจกลายเป็นสิ่งที่ตัวเองต่อต้าน
ความแตกต่างที่ทำให้เรื่องลึกขึ้น
Simon และ Josh ทำให้เส้นเรื่องของ Markus มีน้ำหนักมากขึ้น เพราะทุกการตัดสินใจไม่ได้มีแค่ถูกหรือผิด แต่มันคือการเลือกอนาคตของทั้งเผ่าพันธุ์
และนั่นแหละคือเสน่ห์ของ Detroit ที่ทำให้การปฏิวัติดูมีชีวิตจริงๆ

Jericho — สถานที่หลบซ่อนของเหล่าผู้ถูกทอดทิ้ง
หนึ่งในสถานที่ที่สำคัญที่สุดของเรื่องก็คือ Jericho มันคือที่หลบซ่อนของเหล่า Deviants หรือแอนดรอยด์ที่ตื่นรู้และหนีออกจากการควบคุมของมนุษย์
Jericho ไม่ได้เป็นฐานลับสุดล้ำ หรือสถานที่ปลอดภัยสวยงาม แต่มันคือเรือเก่าพังๆ ที่เต็มไปด้วยความมืด ความหนาว และความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบทอดทิ้งคนที่อยู่ข้างใน
บ้านของคนที่ไม่มีที่ไป
แอนดรอยด์จำนวนมากใน Jericho ต่างผ่านเรื่องเลวร้ายมา บางคนถูกทำร้าย บางคนถูกใช้แรงงาน บางคนถูกมองเหมือนขยะ พวกเขาหนีมาที่นี่เพราะไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้ว
นี่ทำให้บรรยากาศของ Jericho เต็มไปด้วยความเศร้า ความหวาดระแวง และความสิ้นหวังตลอดเวลา
ความหวังเดียวของเหล่า Deviants
แต่ในขณะเดียวกัน Jericho ก็เป็นความหวังเดียวของแอนดรอยด์จำนวนมากเช่นกัน
ที่นี่คือสถานที่แรกที่พวกเขาได้เป็นตัวของตัวเอง ได้พูด ได้คิด และได้มีอิสระ แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม
สัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่
Jericho จึงไม่ใช่แค่สถานที่หลบซ่อน แต่มันคือสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ของเหล่าแอนดรอยด์
สถานที่ที่คนซึ่งถูกโลกมองว่าไม่มีค่า พยายามลุกขึ้นมาค้นหาความหมายของการมีชีวิตอีกครั้ง
