ถ้าพูดถึงเกม Open World ที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ความรุนแรง และตัวร้ายที่หลอนจนติดอยู่ในหัวคนเล่น ชื่อของ Far Cry 5 (2018) คือหนึ่งในภาคที่โดดเด่นที่สุดของซีรีส์นี้แบบไม่ต้องสงสัย เพราะนี่ไม่ใช่แค่เกมยิงปืนยึดพื้นที่ธรรมดา แต่มันคือเรื่องราวของเมืองเล็กๆที่ถูกลัทธิวันสิ้นโลกยึดครอง ผู้คนถูกล้างสมอง ครอบครัวแตกสลาย ศรัทธาถูกใช้เป็นอาวุธ และทั้งเมืองกำลังจมลงสู่ความคลั่งทีละนิด และนี่ก็คือตัวละครสำคัญในเกมที่ทำให้เนื้อเรื่องเข้มข้นและดุเดือดมากขึ้น!
Far Cry 5 — ฝันร้ายกลางเมืองชนบทที่ดูเป็นไปได้จริง
Far Cry 5 คือเกมแนว Open World / First-Person Shooter / Action Adventure / Story-Driven จากค่าย Ubisoft วางจำหน่ายในปี 2018 โดยเรื่องราวเกิดขึ้นใน Hope County รัฐ Montana ประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองชนบทที่ภายนอกดูสงบ แต่ข้างในกลับถูกควบคุมโดยลัทธิสุดโต่งชื่อ Project at Eden’s Gate
ผู้นำของลัทธิคือ Joseph Seed หรือที่สาวกเรียกว่า The Father ชายที่พูดนุ่ม ลึกลับ และเชื่อว่าตัวเองได้รับหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์ให้เตรียมผู้คนรับวันสิ้นโลก
จุดเริ่มต้นของความโกลาหล
ผู้เล่นรับบทเป็น Deputy นายตำรวจที่ถูกส่งไปจับ Joseph Seed แต่ภารกิจกลับพังตั้งแต่นาทีแรก หลังการจับกุมล้มเหลว Hope County ก็กลายเป็นสนามรบเต็มรูปแบบ
ผู้เล่นต้องเอาชีวิตรอด ช่วยเหลือชาวเมือง และค่อยๆปลดปล่อยพื้นที่จากอำนาจของ Eden’s Gate
ความน่ากลัวของลัทธิ
สิ่งที่ทำให้เกมนี้น่าสนใจมาก คือมันไม่ได้แฟนตาซีเกินไป ลัทธิในเกมดูใกล้ความจริงจนน่าขนลุก ทั้งการล้างสมอง การตัดขาดผู้คนจากโลกภายนอก และการใช้ศรัทธาเป็นเครื่องมือควบคุม
คำถามเรื่องศรัทธา
เกมไม่ได้บอกว่าความเชื่อเป็นสิ่งผิด แต่ตั้งคำถามว่า
“จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อศรัทธาถูกคนบางกลุ่มใช้เพื่อควบคุมชีวิตคนอื่น?”
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ฟาร์ คราย 5 ไม่ใช่แค่เกมยิงสนุก แต่เป็นเกมที่กดดัน ชวนคิด และหลอนกว่าที่เห็นมาก.

Joseph Seed — ชายที่ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็น “ตัวร้าย”
ใน Far Cry 5 ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกมนี้โดดเด่นกว่าหลายเกมในแนวเดียวกัน นั่นคือการมีตัวร้ายอย่าง Joseph Seed เขาไม่ใช่วายร้ายแบบคลั่งอำนาจหรืออยากครองโลกเหมือน cliché ทั่วไป แต่เป็นคนที่เชื่อจริงๆว่าตัวเองกำลังช่วยมนุษย์ และนั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
The Father — ผู้นำลัทธิวันสิ้นโลก
Joseph หรือที่ผู้คนเรียกว่า The Father เชื่อว่าโลกกำลังเดินเข้าสู่หายนะ สงคราม ความโลภ ความรุนแรง และความเกลียดชังของมนุษย์ กำลังผลักทุกอย่างไปสู่จุดจบ
เขาจึงก่อตั้งลัทธิ Project at Eden’s Gate ขึ้นมา เพื่อรวบรวมผู้รอดชีวิต และเตรียมพร้อมสำหรับวันสิ้นโลกที่กำลังจะมาถึง สิ่งที่ทำให้ Joseph น่ากลัวมาก คือเขาไม่ได้หลอกคนอื่นเพื่อผลประโยชน์อย่างเดียว แต่เขาศรัทธาในสิ่งที่ตัวเองพูดจริงๆ
ตัวร้ายที่พูดเบา… แต่กดดันที่สุด
Joseph ไม่ใช่คนประเภทตะโกนข่มขู่ หรือหัวเราะคลั่ง ตรงกันข้าม… เขาพูดนุ่ม ใจเย็น และเหมือนเข้าใจความเจ็บปวดของมนุษย์ทุกคน เขาพูดเรื่องบาป ความเจ็บปวด การให้อภัย และการเริ่มต้นใหม่
จนหลายครั้งผู้เล่นเองยังเผลอคิดว่าหรือบางทีเขาอาจพูดถูก
ศรัทธาที่กลายเป็นอาวุธ
สิ่งที่อันตรายที่สุดเกี่ยวกับ Joseph คือเขาไม่ได้ควบคุมคนด้วยปืนอย่างเดียว แต่ใช้ศรัทธาเป็นอาวุธ
เขาใช้ความกลัว ความโดดเดี่ยว ความสิ้นหวัง และความต้องการที่มนุษย์อยากมีที่ยึดเหนี่ยว เพื่อดึงผู้คนเข้ามาอยู่ใต้การควบคุม
ตัวละครที่ทั้งน่ากลัวและน่าเศร้า
Joseph จึงเป็นตัวร้ายที่ทรงพลังมาก เพราะลึกๆแล้วเขาไม่ใช่ปีศาจที่ไร้หัวใจ แต่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่หลงเชื่อในวิธีของตัวเอง จนพร้อมทำทุกอย่างเพื่อช่วยโลก
และนั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้เขาทั้งน่ากลัว… และน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน

John Seed — ชายผู้หมกมุ่นกับบาป คนที่เชื่อว่าทุกคนต้องสารภาพความผิด
หนึ่งในตัวละครที่ดูกดดันที่สุดคือ John Seed พี่น้องตระกูล Seed ผู้ดูแลพื้นที่ Holland Valley เขาเป็นคนที่พูดคำว่า “Yes” อยู่ตลอดเวลา สำหรับเขา… คำนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การตอบรับธรรมดา แต่คือการ “ยอมจำนน” ต่อความจริง ต่อบาป และต่อเส้นทางที่ Eden’s Gate ต้องการให้ทุกคนเดิน
คนที่เชื่อว่าความเจ็บปวดคือหนทางสู่การไถ่บาป
John เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีบาปซ่อนอยู่ และวิธีเดียวที่จะหลุดพ้น คือการสารภาพมันออกมา
แต่ปัญหาคือวิธีของเขาโหดร้ายสุดขั้ว เขาใช้ทั้งการทรมาน การล้างสมอง การบังคับสารภาพ และการสลักคำว่า “SINNER” ลงบนร่างกายคน เพื่อทำลายตัวตนเดิมของเหยื่อ นี่ทำให้ John กลายเป็นตัวละครที่เอาแน่เอานอนยาก เพราะเขาไม่ได้มองสิ่งที่ทำว่าโหดร้าย แต่เชื่อจริงๆว่ากำลังช่วยผู้คนอยู่
ชายที่โหยหาการยอมรับมาตลอดชีวิต
สิ่งที่ทำให้ John เป็นมากกว่าตัวร้ายธรรมดา คือเบื้องหลังของเขา
ลึกๆแล้ว John เคยเป็นคนที่ถูกทำร้ายและขาดความรักมาตั้งแต่เด็ก เขาเติบโตมากับความรู้สึกว่า ตัวเองไม่มีค่า และไม่เคยได้รับการยอมรับจริงๆ จนกระทั่ง Joseph รับเขาเข้ามาเป็นครอบครัว
ศรัทธาที่เกิดจากบาดแผล
สำหรับ John แล้ว Joseph ไม่ใช่แค่พี่ชาย แต่คือคนที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย
นั่นจึงทำให้ John พร้อมทำทุกอย่างเพื่อ Eden’s Gate แม้ต้องใช้ความรุนแรงแค่ไหนก็ตาม และนั่นแหละ คือเหตุผลที่เขาทั้งน่ากลัว… และน่าสงสารในเวลาเดียวกัน

Jacob Seed — ทหารที่เชื่อในกฎของผู้แข็งแกร่ง ชายที่มองมนุษย์เป็นสัตว์
ถ้าพูดถึงพี่น้อง Seed ที่โหดและเย็นชาที่สุด หลายคนจะนึกถึง Jacob Seed ทันที เขาเป็นอดีตทหารที่ผ่านสงคราม และความตายมานับไม่ถ้วน สิ่งที่เขาเห็นในสนามรบเปลี่ยนมุมมองต่อโลกของเขาไปตลอดกาล
เขาเชื่อว่า “ลึกๆแล้วมนุษย์ก็เป็นแค่สัตว์” และเมื่อโลกเข้าสู่หายนะ คนอ่อนแอจะไม่มีวันอยู่รอด
ด้านที่โหดที่สุดของ Eden’s Gate
ต่างจาก Joseph ที่ใช้คำพูดและศรัทธาในการควบคุมผู้คน Jacob เลือกใช้วิธีที่ตรงไปตรงมาและโหดร้ายกว่า
เขาใช้การฝึกแบบทหาร การล้างสมอง ความหวาดกลัว และการทำลายจิตใจคน เพื่อสร้าง “นักล่า” ที่พร้อมฆ่าโดยไม่ลังเล สำหรับ Jacob ความเมตตาคือจุดอ่อน และความอ่อนโยนคือสิ่งที่โลกใหม่ไม่ต้องการ
“Only You” — ฉากล้างสมองที่คนเล่นไม่มีวันลืม
หนึ่งในสิ่งที่ลืมไม่ลงที่สุดของเกม คือการที่ Jacob ใช้เพลง Only You (And You Alone) ของวง The Platters เป็นเครื่องมือกระตุ้น สำหรับการล้างสมอง และทำตามคำสั่งของเขา
ทุกครั้งที่เพลงดัง ผู้เล่นจะถูกดึงเข้าสู่ฉากฝึกยิงสุดหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเริ่มไม่แน่ใจว่าอะไรคือความจริง มันคือ psychological manipulation ที่น่ากลัวมาก เพราะเกมทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังถูกควบคุมจริงๆ
ชายที่สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว
ลึกๆแล้ว Jacob คือคนที่ถูกสงครามทำลายจนไม่เหลือความเชื่อในมนุษยธรรมอีกต่อไป เขาไม่เชื่อในความเมตตา ไม่เชื่อในความหวัง และไม่เชื่อว่าคนเราจะช่วยกันได้จริง
สำหรับเขา มีเพียง “ผู้แข็งแกร่ง” เท่านั้นที่สมควรอยู่รอด และนั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้ Jacob Seed กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่ทั้งน่ากลัว และน่าหดหู่ที่สุดของภาคนี้

Faith Seed — ผู้หญิงที่ดูเหมือนนางฟ้า… แต่เต็มไปด้วยความหลอน
หนึ่งในตัวละครที่ทั้งสวย ลึกลับ และดูขัดแย้งมากที่สุดคือ Faith Seed ต่างจากพี่น้อง Seed คนอื่นที่ใช้ความรุนแรงหรือคำพูดกดดัน Faith กลับดูอ่อนโยน สงบ และเหมือนคนที่ไม่มีพิษภัย
เธอพูดเบา ยิ้มอย่างอบอุ่น และเหมือนต้องการช่วยเหลือผู้คน แต่ยิ่งผู้เล่นเข้าใกล้เธอมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่าง “ผิดปกติ” ซ่อนอยู่ตลอดเวลา
Bliss — ยาเสพติดแห่งการล้างสมอง
สิ่งที่ทำให้ Faith ดูน่าหวาดเกรงมาก คือการใช้สารที่ชื่อว่า Bliss
ดอกไม้ชนิดนี้สามารถทำให้ผู้คนเห็นภาพหลอน สูญเสียตัวตน ลืมความเจ็บปวด และตกอยู่ใต้การควบคุมของลัทธิ Bliss จึงกลายเป็นอาวุธสำคัญของ Eden’s Gate ในการควบคุมผู้คน
Faith คือเหยื่อ… หรือผู้ร้ายกันแน่?
นี่คือจุดที่ทำให้ Faith เป็นตัวละครที่ซับซ้อนมาก เกมค่อยๆบอกใบ้ว่าจริงๆแล้ว Faith เองก็อาจเคยเป็น “เหยื่อ” มาก่อน
เธออาจถูกดึงเข้าลัทธิ ถูกเปลี่ยนตัวตน และสูญเสียชีวิตเดิมไปจนไม่เหลืออะไรแล้ว มันทำให้ผู้เล่นไม่สามารถมองเธอเป็นตัวร้ายแบบตรงไปตรงมาได้
ภาพของการหนีจากความจริง
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกี่ยวกับ Bliss คือมันทำให้ผู้คน “มีความสุข” มันช่วยให้ลืมความเศร้า ลืมความเจ็บปวด และหลบหนีโลกที่โหดร้ายได้ชั่วคราว และนี่คือสิ่งที่ตัวเกมพยายามสื่อผ่าน Faith
บางครั้งมนุษย์ก็เลือกอยู่กับ “ภาพลวงตา” เพราะความจริงนั้นเจ็บเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับมันไหว Faith จึงเป็นตัวละครที่ทั้งน่ากลัว… และน่าเศร้าในเวลาเดียวกันจริงๆ

Deputy — ตัวเอกที่เราเลือกเอง แทบไม่มีบทพูดในเกมเลย
ผู้เล่นรับบทเป็น Deputy นายตำรวจที่ถูกส่งไปจับ Joseph Seed และกลายเป็นคนที่ต้องเผชิญฝันร้ายทั้งหมดใน Hope County
สิ่งที่แตกต่างจากหลายเกมในซีรีส์ก็คือ Deputy แทบไม่มีบทพูดเลย เขา/เธอ เป็นตัวเอกแบบ silent protagonist หรือ “ตัวเอกเงียบ” ที่ไม่มีบุคลิกชัดเจนเหมือน Jason จากภาค 3 หรือ Ajay จากภาค 4
ตัวเอกที่ผู้เล่นสร้างเอง
ในภาคนี้ ตัวเกมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นปรับแต่งตัวละครได้ ทั้งเพศ หน้าตา และรูปลักษณ์ ทำให้ Deputy ไม่ได้ถูกกำหนดตายตัว
แนวคิดนี้ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงๆ เวลาถูกลัทธิไล่ล่า โดนจับ หรือฟัง Joseph พูด ผู้เล่นจะรู้สึกเหมือนทุกอย่างเกิดขึ้นกับตัวเอง มากกว่ากับตัวละครที่ถูกเขียนมาแล้ว
โลกที่กดดัน เพราะเราไม่มีเสียงของตัวเอง
ความเงียบของ Deputy ยังช่วยเพิ่มความอึดอัดให้เกมด้วย
ในหลายฉาก ผู้เล่นถูกพูดใส่ ถูกชักจูง หรือถูกบังคับโดยลัทธิ แต่กลับไม่สามารถตอบโต้ด้วยคำพูดได้ มันทำให้เกิดความรู้สึกไร้อำนาจ ขัดขืนไม่ได้ และเหมือนถูกดูดเข้าไปอยู่ใต้การควบคุมของ Hope County จริงๆ
ข้อดี… และข้อเสียของตัวเอกเงียบ
แม้แนวทางนี้จะช่วยให้เกมมีความดำดิ่งสูงมาก แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่า Deputy ขาดความลึกทางอารมณ์ เพราะไม่มีบุคลิกหรือมุมมองของตัวเองชัดเจน
บางช่วงของเนื้อเรื่องที่ควรอ่อนไหว จึงอาจไม่อิมแพคเท่าตัวเอกอื่นๆที่มีเสียง บทพูดและลักษณะนิสัยชัดเจน
ตัวละครว่างเปล่าที่สะท้อนผู้เล่น
สุดท้ายแล้ว Deputy จึงเหมือนกระจกสะท้อนตัวผู้เล่นเอง
เกมจงใจเว้นพื้นที่เอาไว้ เพื่อให้ผู้เล่นเป็นคนเติมความรู้สึก ความคิด และการตัดสินใจลงไปด้วยตัวเอง และนั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้ Far Cry 5 มีเอกลักษณ์แตกต่างจากหลายเกมในซีรีส์เดียวกัน

Nick Rye — นักบินบ้านๆ ที่อยากปกป้องครอบครัว
หนึ่งในตัวละครที่ผู้เล่นรู้สึกผูกพันได้ง่ายมากคือ Nick Rye เขาไม่ใช่นักรบระดับเทพ ไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อกอบกู้โลก แต่เป็นแค่นักบินธรรมดาคนหนึ่งที่อยากใช้ชีวิตสงบๆใน Hope County กับภรรยาและเตรียมตัวเป็นพ่อคน
นี่แหละที่ทำให้ Nick ดูสมเหตุสมผลมาก เพราะแรงผลักดันของเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่เวอร์ แต่เรียบง่ายสุดๆ เขาแค่อยากปกป้องบ้านและครอบครัวของตัวเอง
เมื่อความสงบถูกลัทธิพรากไป
ปัญหาคือ Eden’s Gate เข้ามาทำลายทุกอย่าง ลัทธิไม่ได้แค่ยึดพื้นที่ แต่ยังพรากความปลอดภัยของคนธรรมดาไปด้วย
Nick จึงถูกบังคับให้ต้องลุกขึ้นสู้ ทั้งที่จริงๆแล้วเขาไม่เคยอยากอยู่ในสงครามนี้เลย
ความกล้าของคนธรรมดา
สิ่งที่ทำให้ Nick น่าจดจำ คือเขากลัวเหมือนคนทั่วไป แต่ก็ยังเลือกสู้ เพราะมีบางอย่างที่สำคัญกว่าความกลัว
นั่นคือครอบครัว เขาจึงเป็นตัวแทนของชาวบ้านธรรมดาที่ถูกสถานการณ์บังคับให้กลายเป็นนักสู้
ตัวละครที่อบอุ่นในโลกบ้าคลั่ง
Nick Rye ทำให้เกม Far Cry 5 มีหัวใจมากขึ้น เพราะเขาเตือนผู้เล่นว่า…
เบื้องหลังสงครามกับลัทธิ ยังมีคนธรรมดาที่แค่อยากกลับไปใช้ชีวิตปกติอยู่เสมอ

Pastor Jerome — บาทหลวงที่ยืนหยัดท่ามกลางความคลั่งศรัทธา
หนึ่งในตัวละครที่สำคัญมากในเชิงแนวคิดก็คือ Pastor Jerome เขาเป็นบาทหลวงที่เลือกยืนต่อต้านลัทธิ Eden’s Gate แม้จะรู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่อันตรายและพร้อมใช้ความรุนแรงทุกเมื่อ
Jerome แตกต่างจาก Joseph Seed แบบชัดเจน แม้ทั้งคู่จะพูดเรื่องศรัทธาเหมือนกัน แต่สิ่งที่พวกเขาเชื่อนั้นกลับเป็นคนละแบบโดยสิ้นเชิง
ศรัทธาที่ไม่ควรควบคุมผู้คน
Jerome เชื่อว่าศรัทธาควรเป็นสิ่งที่ช่วยพยุงจิตใจมนุษย์ ไม่ใช่อาวุธสำหรับควบคุมหรือทำลายคนอื่น
เขาไม่ได้ใช้ความเชื่อเพื่อบังคับใคร ไม่ได้ล้างสมอง และไม่ได้ทำให้ผู้คนหวาดกลัว ตรงกันข้าม… เขาพยายามช่วยเหลือและปกป้องผู้คนที่กำลังถูกลัทธิกดขี่
ตัวละครที่สะท้อนอีกด้านของความเชื่อ
สิ่งที่ทำให้ตัวละคร Jerome สำคัญมาก คือเขาแสดงให้เห็นว่า เกมไม่ได้กำลังโจมตีศาสนาหรือศรัทธา แต่กำลังพูดถึงอันตรายของการนำความเชื่อไปใช้ผิดทาง
Jerome จึงเป็นเหมือนด้านตรงข้ามของ Joseph คนหนึ่งใช้ศรัทธาเพื่อควบคุม อีกคนใช้ศรัทธาเพื่อเยียวยา
แสงเล็กๆในโลกที่เต็มไปด้วยความคลั่ง
ท่ามกลาง Hope County ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว Jerome คือหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังยึดมั่นในความเมตตาและความหวัง
และนั่นแหละคือเหตุผลที่เขากลายเป็นตัวละครที่ทรงพลังมาก แม้จะไม่ได้ใช้ปืนหรืออำนาจแบบคนอื่นก็ตาม

Mary May Fairgrave — เจ้าของบาร์ธรรมดา ที่ถูกโลกบังคับให้ลุกขึ้นสู้
หนึ่งในตัวละครที่สะท้อนความเสียหายของลัทธิ Eden’s Gate ได้ชัดที่สุดคือ Mary May Fairgrave เธอเป็นเจ้าของบาร์ในเมือง Fall’s End เมืองเล็กๆที่เคยสงบ ก่อนที่ลัทธิของ Joseph Seed จะเข้ามาควบคุมทุกอย่าง
Mary May ไม่ใช่นักรบ ไม่ใช่ทหาร และไม่ได้มีพลังพิเศษอะไร เธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัวของตัวเอง แต่ Eden’s Gate กลับพรากสิ่งนั้นไปทั้งหมด
คนที่เลือกสู้กลับ แม้หัวใจจะพังไปแล้ว
ครอบครัวของ Mary May ถูกลัทธิทำลายจนไม่เหลือเหมือนเดิม ความสูญเสียทำให้เธอเต็มไปด้วยความโกรธ ความเศร้า และความเจ็บปวดที่ไม่มีวันหายง่ายๆ
แต่แทนที่จะยอมแพ้หรือหนีออกจาก Hope County เธอกลับเลือกยืนหยัดสู้
ตัวแทนของคนธรรมดาที่ไม่ยอมถูกเหยียบย่ำ
สิ่งที่ทำให้ Mary May น่าจดจำ คือเธอไม่ใช่ฮีโร่แบบในหนังแอ็กชัน เธอกลัว เจ็บ และเหนื่อยเหมือนคนทั่วไป
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังลุกขึ้นมาต่อต้าน เพราะไม่อยากให้คนอื่นต้องสูญเสียเหมือนตัวเอง
ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ความเข้มแข็ง
แม้ภายนอก Mary May จะดูแข็งแรงและเด็ดเดี่ยว แต่ลึกๆแล้วเธอคือคนที่ยังแบกบาดแผลไว้เต็มหัวใจ
และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เธอเป็นหนึ่งในตัวละครมนุษย์ที่สุด

Hurk — สีสันสุดปั่นของเกม ชายที่เหมือนหลุดมาจากอีกเกมหนึ่ง
ท่ามกลางเรื่องราวดาร์กๆเกี่ยวกับลัทธิ การล้างสมอง และความสิ้นหวัง หนึ่งในตัวละครที่ช่วยให้ผู้เล่นได้พักหายใจบ้างก็คือ Hurk เขาคือความวุ่นวายแบบเดินได้ เขาพูดเยอะ คิดอะไรแปลกๆตลอดเวลา และดูเหมือนพร้อมระเบิดทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่สนผลลัพธ์ แค่โผล่มาในฉาก บรรยากาศของเกมก็เปลี่ยนทันที
Comic Relief ที่ช่วยบาลานซ์เกม
สิ่งที่ทำให้ Hurk สำคัญมากคือเขาเป็น comic relief หรือตัวคลายเครียดของเกม
เพราะ Far Cry 5 มีเนื้อหาหนักและกดดันมาก ทั้งเรื่องลัทธิ ความรุนแรง และสภาพจิตใจของผู้คน ถ้าไม่มีตัวละครแบบ Hurk เกมอาจหนักจนเหนื่อยเกินไป
คนบ้า… ที่จริงใจแบบสุดๆ
แม้ Hurk จะดูเหมือนคนเพี้ยนที่พูดอะไรไม่ค่อยคิด แต่ลึกๆแล้วเขาเป็นคนจริงใจและพร้อมช่วยเหลือคนอื่นเสมอ
เขาอาจไม่ได้ฉลาดที่สุด ไม่ได้เก่งวางแผน แต่เขามีความกระตือรือร้นและพลังงานล้นเหลือแบบที่ไม่มีใครเหมือน
ตัวละครที่แฟนเกมจำได้ไม่มีวันลืม
Hurk จึงเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนเกมจำได้ดีที่สุด เพราะเขาคือความบ้าบิ่นแบบสนุกๆที่ตัดกับโลกอันมืดหม่นของ Hope County ได้อย่างลงตัว
และบางครั้งในโลกที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง การมีคนบ้าอีกแบบอยู่ข้างๆก็อาจช่วยให้ทุกอย่างทนไหวขึ้นจริงๆ

Boomer — เพื่อนแท้สี่ขาแห่ง Hope County
ใน Far Cry 5 แม้เกมจะเต็มไปด้วยตัวละครสุดเข้มข้นและเรื่องราวดาร์กๆ แต่หนึ่งในสิ่งฮีลใจที่ผู้เล่นรักมากที่สุดกลับเป็นสุนัขธรรมดาตัวหนึ่งชื่อ Boomer มันอาจพูดไม่ได้ ไม่มีบทพูดยาวๆ หรือฉากดราม่าหนักเหมือนตัวละครอื่น แต่เขากลับทำให้ผู้เล่นรู้สึกผูกพันได้แบบไม่น่าเชื่อ
มากกว่าสัตว์เลี้ยงธรรมดา
Boomer ไม่ได้มีไว้แค่วิ่งตามผู้เล่นเฉยๆ เขาช่วยตรวจจับศัตรู ค้นหาไอเท็ม และคอยอยู่ข้างผู้เล่นตลอดเวลา
มันทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนมีเพื่อนร่วมทางจริงๆ
ความอบอุ่นท่ามกลางโลกบ้าคลั่ง
ในโลกของเกมที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและความสิ้นหวัง Boomer คือความสบายใจเล็กๆที่ทำให้ผู้เล่นยิ้มได้เสมอ
และนั่นแหละคือเหตุผลที่เจ้าหมาตัวนี้กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนเกมรักที่สุดแบบไม่มีข้อสงสัยเลยจริงๆ
