ถ้าพูดถึงซีรีส์ Far Cry หลายคนอาจนึกถึงปืน ระเบิด สงครามกลางเมือง หรือวายร้ายสุดคลั่ง แต่ในปี 2016 ซีรีย์นี้ได้กลับทำสิ่งที่แทบไม่มีใครคาดคิด พวกเขาพาผู้เล่นย้อนกลับไปสู่ยุคหิน ไม่มีปืน ไม่มีรถ ไม่มีเทคโนโลยี มีแค่หอก ธนู ไฟ สัตว์ป่า และสัญชาตญาณเอาตัวรอด
นี่คือโลกของ Far Cry Primal (2016) เกมที่พาผู้เล่นไปยังดินแดน Oros เมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อนคริสตกาล โลกที่มนุษย์ยังไม่ได้เป็นผู้ปกครอง แต่เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตอีกชนิด ที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากทั้งธรรมชาติ สัตว์ร้าย มนุษย์ด้วยกันเองและสิ่งที่ทำให้ภาคนี้แตกต่างมาก ไม่ใช่แค่ธีมแต่มันคือตัวละคร เพราะทุกคนในเกมนี้ต่างใช้ชีวิตด้วยสัญชาตญาณดิบที่สุดของมนุษย์ ความหิว ความกลัว การปกป้องเผ่า และการอยู่รอด ทั้งหมดนี้ทำให้โลกของภาคนี้ดูทั้งเถื่อน ดิบ และน่าจดจำมาก!
Far Cry Primal — โลกยุคหินที่มนุษย์ไม่ได้อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
Far Cry Primal คือเกมแนว Open World / Action Adventure / Survival / Primitive Combat จากค่าย Ubisoft วางจำหน่ายในปี 2016
เรื่องราวเกิดขึ้นในดินแดน Oros ยุคหิน โลกที่เต็มไปด้วยเสือเขี้ยวดาบ แมมมอธ หมาป่า ถ้ำ ป่าดิบ และชนเผ่าที่ฆ่ากันเพื่อเอาชีวิตรอด ต่างจาก Far Cry ภาคอื่นที่เต็มไปด้วยปืนและระเบิด ภาคนี้ตัดทุกอย่าง modern ออกจนเหลือแค่สัญชาตญาณดิบของมนุษย์
โลกที่โหดร้ายจนรู้สึกได้จริง
จุดเด่นที่สุดของเกมคือความรู้สึกว่ามนุษย์เคยอ่อนแอมาก่อน ตอนกลางคืนใน Oros อันตรายสุดๆ เสียงหมาป่าหอน เสียงคำรามจากความมืด และไฟจากคบเพลิงเล็กๆ คือสิ่งเดียวที่ช่วยให้รู้สึกปลอดภัย
โลกในเกมไม่ได้รอให้ผู้เล่นเก่งก่อนแล้วค่อยสู้กลับ แต่มันพร้อมฆ่าคุณทุกเวลา
ธรรมชาติคือศัตรูที่แท้จริง
สิ่งที่ทำให้ Primal แตกต่างมาก คือบางครั้งธรรมชาติน่ากลัวกว่ามนุษย์เสียอีก สัตว์แต่ละชนิดมีพฤติกรรมต่างกันอย่างชัดเจน
- หมาป่าล่าเป็นฝูง
- เสือโจมตีจากเงามืด
- หมีพร้อมฉีกทุกอย่าง
- แมมมอธคือพลังทำลายล้างเดินได้
ทั้งหมดนี้ทำให้โลกของ Oros ดูมีชีวิตและกดดันตลอดเวลา
เกมที่พูดถึงสัญชาตญาณมนุษย์
Primal จึงไม่ใช่แค่เกมเอาชีวิตรอด แต่มันพูดถึงด้าน primitive ของมนุษย์
ทั้งความกลัว ความหิว การปกป้องคนสำคัญ และการดิ้นรนเพื่อมีชีวิตต่ออีกวัน พร้อมกับเตือนผู้เล่นว่า มนุษย์ไม่ได้อยู่เหนือธรรมชาติ… แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของมันเท่านั้น

Takkar — นักล่าธรรมดาที่ต้องกลายเป็นผู้นำของเผ่า
ใน Far Cry Primal ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Takkar สมาชิกเผ่า Wenja ที่ถูกแยกออกจากกลุ่มหลังจากการออกล่าสัตว์ครั้งหนึ่ง แต่สิ่งที่เริ่มต้นจากอุบัติเหตุ กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิตเขา
เมื่อทุกอย่างพังลง ผู้คนกระจัดกระจาย และโลกเต็มไปด้วยอันตรายจากทั้งสัตว์ป่าและเผ่าศัตรู Takkar จึงต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ และค่อยๆรวบรวมเผ่า Wenja ให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง
ตัวเอกที่ไม่ได้เริ่มต้นแบบฮีโร่
สิ่งที่ทำให้ Takkar น่าสนใจมาก คือเขาไม่ใช่ตัวเอกแบบเกมแอ็กชันทั่วไป เขาไม่ได้เก่งตั้งแต่ต้น ไม่ได้เป็นนักรบในตำนาน และไม่ได้มีพลังเหนือมนุษย์
Takkar เป็นแค่นักล่า คนธรรมดาที่ต้องเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งการหาอาหาร สร้างอาวุธ เอาชีวิตรอด และปรับตัวเข้ากับโลกที่พร้อมฆ่าเขาได้ทุกเวลา
Beast Master — พลังที่ทำให้เขาแตกต่าง
หนึ่งในสิ่งที่เป็นภาพจำที่สุดคือความสามารถของ Takkar ในการเป็น Beast Master
เขาสามารถฝึกสัตว์ป่าให้กลายเป็นเพื่อนร่วมทางได้ เช่น หมาป่า เสือเขี้ยวดาบ หมี และสิงโตถ้ำ นี่ไม่ใช่แค่ระบบ gameplay เท่ๆ แต่ยังสะท้อนตัวตนของ Takkar ด้วย เขาไม่ได้พยายามเอาชนะธรรมชาติ แต่เลือกที่จะเข้าใจและอยู่ร่วมกับมัน
มนุษย์ยุคแรกที่ยังใช้ชีวิตด้วยสัญชาตญาณ
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ Takkar กินใจมาก คือแรงผลักดันของเขาเรียบง่ายสุดๆ เขาไม่ได้สู้เพื่ออำนาจหรือชื่อเสียง
แต่สู้เพื่ออาหาร ครอบครัว คนในเผ่า และการมีชีวิตรอดในวันพรุ่งนี้ มันคือแรงผลักดันพื้นฐานที่สุดของมนุษย์
ผู้นำที่ค่อยๆเติบโตขึ้น
ตลอดทั้งเกม ผู้เล่นจะเห็น Takkar เปลี่ยนจากนักล่าที่โดดเดี่ยว กลายเป็นคนที่เริ่มแบกรับความหวังของทั้งเผ่า
เขาเรียนรู้ว่าการเอาชีวิตรอดคนเดียวอาจไม่ยากที่สุด แต่การดูแลผู้คนต่างหากที่ยากกว่า
ตัวละครที่สะท้อนจุดเริ่มต้นของมนุษย์
Takkar จึงเป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก เพราะเขาเหมือนภาพแทนของมนุษย์ยุคแรก
มนุษย์ที่ยังไม่ได้มีอารยธรรมยิ่งใหญ่ ไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีเมือง มีเพียงสัญชาตญาณ ความกลัว และความต้องการปกป้องคนสำคัญ และนั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้ Primal มีเสน่ห์แตกต่างจากทุกภาคในซีรีส์อย่างชัดเจน

Sayla — หญิงสาวที่อยากสร้าง “บ้าน” ให้เผ่า Wenja
แม้ Takkar จะเป็นตัวเอกของเรื่อง แต่หนึ่งในคนที่สำคัญที่สุดต่ออนาคตของเผ่าก็คือ Sayla เธอเป็นหญิงสาวแห่งเผ่า Wenja ที่ไม่ได้คิดแค่เรื่องการอยู่รอดวันต่อวัน แต่เชื่อว่ามนุษย์จะมีอนาคตได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนร่วมมือกันสร้างบ้าน และสังคมขึ้นมา
ในโลกยุคหินที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย แนวคิดแบบนี้ถือว่าสำคัญมาก
หัวใจของหมู่บ้าน Wenja
ถ้า Takkar คือคนที่ออกล่า ต่อสู้ และปกป้องผู้คน Sayla ก็คือคนที่ทำให้เผ่ามีที่ให้กลับมา
เธอช่วยรวบรวมสมาชิกที่กระจัดกระจาย สร้างที่พัก จัดการทรัพยากร และค่อยๆเปลี่ยนกลุ่มคนที่เอาตัวรอดแบบโดดเดี่ยว ให้กลายเป็นชุมชน นี่คือจุดที่ทำให้ Sayla มีบทบาทสำคัญมาก เพราะเธอไม่ได้สร้างแค่หมู่บ้าน แต่กำลังสร้างอารยธรรม
ตัวแทนของความหวังในโลกดิบเถื่อน
โลกของ Primal เต็มไปด้วยความกลัว ความหิว และการต่อสู้เพื่อมีชีวิตรอด
แต่ Sayla เป็นตัวแทนของอีกด้านหนึ่งของมนุษย์ ด้านที่อยากสร้างความมั่นคง
อยากมีครอบครัว และอยากให้ผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย
เธอทำให้ผู้เล่นเห็นว่า มนุษย์ไม่ได้อยู่รอดได้เพราะความแข็งแกร่งอย่างเดียว แต่เพราะการร่วมมือกัน
จุดเริ่มต้นของสังคมมนุษย์
สิ่งที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับ Sayla คือเธอสะท้อนช่วงเวลาที่มนุษย์เริ่มเปลี่ยนจากการเป็นแค่ผู้ล่าในธรรมชาติ ไปสู่การสร้างสังคมจริงๆ จากการเร่ร่อน สู่การตั้งถิ่นฐาน จากการเอาตัวรอดคนเดียว สู่การสร้างบ้านให้คนทั้งเผ่า
และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Sayla กลายเป็นตัวละครที่สำคัญมากในธีมของ Primal แม้เธอจะไม่ได้ถืออาวุธออกสู้เหมือนคนอื่นก็ตาม

Tensay — หมอผีสุดเพี้ยนที่แฟนเกมจำได้ไม่ลืม
ถ้ามีตัวละครที่ทั้งแปลก ฮา และชวนงงที่สุด ชื่อนั้นต้องมี Tensay แน่นอน เขาคือหมอผีของเผ่า Wenja ที่เต็มไปด้วยพลังงานประหลาด พูดจาแปลกๆ ชอบใช้สมุนไพรแปลกๆ และมักพาผู้เล่นเข้าสู่พิธีหลอนๆ ที่เหมือนฝันผสมฝันร้าย
ครั้งแรกที่เจอ หลายคนอาจคิดว่าเขาเป็นแค่ตัวละครสายคลายความตึงเครียด แต่ยิ่งเล่นจะยิ่งรู้ว่า Tensay สำคัญกับโลกของ Far Cry Primal มากกว่าที่คิด
คนที่เข้าใจธรรมชาติมากกว่ามนุษย์ทั่วไป
แม้ภายนอกจะดูเพี้ยน แต่ Tensay คือคนที่มีความรู้ลึกเกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ และจิตวิญญาณ
เขาไม่ได้มองสัตว์เป็นแค่เหยื่อหรือศัตรู แต่เชื่อว่ามนุษย์ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับพวกมัน นี่คือแนวคิดสำคัญมากของเกม
ผู้ปลุกพลัง Beast Master ของ Takkar
Tensay คือคนที่ช่วยให้ Takkar กลายเป็น Beast Master
เขาสอนให้ Takkar เข้าใจสัตว์ เชื่อมโยงกับพวกมัน และใช้สัญชาตญาณมากกว่าความกลัว จากหมาป่าไปจนถึงเสือเขี้ยวดาบ ทุกอย่างเริ่มต้นจาก Tensay
ตัวแทนของโลกยุคดึกดำบรรพ์
สิ่งที่ทำให้ Tensay น่าจดจำมาก คือเขาสะท้อนความเชื่อของมนุษย์ยุคแรก
ที่มองธรรมชาติเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยพลังลึกลับ
เขาทำให้ผู้เล่นเห็นว่าในยุคหิน มนุษย์ไม่ได้อยู่เหนือโลกใบนี้ แต่เป็นเพียงส่วนเล็กๆที่ต้องเรียนรู้จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้เท่านั้น

Ull — ผู้นำเผ่า Udam ผู้เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
หนึ่งในตัวละครที่ทรงพลังและน่าจดจำที่สุดคือ Ull ผู้นำของเผ่า Udam ต่างจากตัวร้ายหลายคนในซีรีส์ Far Cry ที่เต็มไปด้วยอำนาจหรือความบ้าคลั่ง Ull ไม่ได้ต้องการครองโลก และไม่ได้ฆ่าคนเพราะสนุก
เขาแค่พยายามช่วยเผ่าของตัวเองให้รอด และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาดูอันตราย
เผ่าที่กำลังตายช้าๆ
เผ่า Udam เป็นเผ่าที่แข็งแกร่ง ดุดัน และใช้ชีวิตอย่างป่าเถื่อนมาก แต่เบื้องหลังความโหดร้ายคือความจริงอันสิ้นหวัง ผู้คนในเผ่ากำลังอดตาย โรคภัยกำลังคร่าชีวิตพวกเขา เด็กเริ่มเกิดน้อยลง และอนาคตของทั้งเผ่ากำลังค่อยๆหายไป
Ull มองเห็นจุดจบนี้ชัดเจน เขารู้ว่าถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง Udam จะสูญพันธุ์แน่นอน
ความอยู่รอดในรูปแบบที่ดิบที่สุด
สิ่งที่ Primal ทำได้ดีมาก คือการแสดงให้เห็นว่า มนุษย์ยุคแรกไม่ได้มีศีลธรรมแบบโลกสมัยใหม่ เมื่อโลกโหดร้ายเกินไป มนุษย์ก็พร้อมทำทุกอย่างเพื่ออยู่รอด แม้จะต้องฆ่า ปล้น หรือแม้แต่กินศัตรู
Ull จึงเป็นตัวแทนของสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดแบบดิบที่สุด เขาไม่ได้สนใจว่าอะไรถูกหรือผิด เขาสนแค่ว่าเผ่าของตัวเองจะยังมีชีวิตต่อไปได้หรือไม่
ผู้นำที่แบกรับความสิ้นหวังไว้คนเดียว
สิ่งที่ทำให้ Ull เป็นตัวร้ายที่ยอดเยี่ยมมาก คือผู้เล่นสามารถเข้าใจเหตุผลของเขาได้ ลึกๆแล้วเขาไม่ใช่มนุษย์ไร้หัวใจ
เขาคือพ่อ ผู้นำ และคนที่กลัวว่าเผ่าของตัวเองจะหายไปจากโลกนี้
ทุกการกระทำที่โหดร้ายของเขา จึงเกิดจากความสิ้นหวังมากกว่าความชั่วร้าย
การต่อสู้ที่หนักกว่าการล่าศัตรู
นี่ทำให้การเผชิญหน้ากับ Ull มีน้ำหนักทางอารมณ์มาก เพราะมันไม่ใช่การสู้กับ “คนเลว”
แต่คือการปะทะกันของคนสองกลุ่มที่ต่างพยายามเอาชีวิตรอดในโลกที่โหดร้ายเหมือนกัน
ตัวละครที่สะท้อนด้านมืดของมนุษย์
Ull จึงเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่ดีที่สุดของ Far Cry เพราะเขาสะท้อนความจริงที่น่ากลัวมากอย่างหนึ่ง
เมื่อมนุษย์ถูกผลักจนถึงขอบเหว ศีลธรรมอาจกลายเป็นสิ่งสุดท้ายที่เหลือให้รักษาไว้ได้จริงๆ

Batari — ราชินีแห่งไฟและความคลั่ง ผู้นำที่เชื่อว่าตัวเองคือผู้ถูกเลือก
ถ้า Ull คือภาพของความอยู่รอดแบบดิบเถื่อน งั้น Batari ก็เปรียบเหมือนตัวแทนของอำนาจ และศรัทธาที่คลั่งไคล้ เธอคือผู้นำของเผ่า Izila เผ่าที่มีอารยธรรมและเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่า Wenja อย่างชัดเจน
Izila รู้จักการใช้ไฟ มีพิธีกรรม มีโครงสร้างสังคม และมองตัวเองว่าอยู่สูงกว่าชนเผ่าอื่น พวกเขาเชื่อในดวงอาทิตย์ และมองไฟเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจ
ราชินีที่ใช้ศรัทธาควบคุมผู้คน
Batari เชื่อว่าตัวเองได้รับเลือกจากเทพเจ้า สำหรับเธอ ดวงอาทิตย์ไม่ใช่แค่สิ่งที่ให้แสงสว่าง แต่คือพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มอบสิทธิในการปกครองและทำลายทุกคนที่ขัดขวาง
สิ่งที่น่ากลัวคือ Batari ไม่ได้มองตัวเองเป็นทรราช เธอเชื่อจริงๆว่าสิ่งที่ทำคือหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ และนั่นทำให้เธอน่ากลัวมาก
ไฟ — สัญลักษณ์ของทั้งอารยธรรมและการทำลาย
ไฟใน Primal มีความหมายมากกว่าอาวุธ สำหรับเผ่า Izila ไฟคือเครื่องพิสูจน์ว่าพวกเขาเหนือกว่าคนอื่น
Batari ใช้ไฟทั้งเพื่อสร้างอำนาจ และเพื่อข่มขู่ผู้คน เธอพร้อมเผาหมู่บ้าน ฆ่าศัตรู และทำลายทุกอย่าง เพื่อรักษาระเบียบที่ตัวเองเชื่อ
ตัวร้ายที่ต่างจาก Ull อย่างชัดเจน
สิ่งที่ทำให้ Batari น่าสนใจมาก คือเธอต่างจาก Ull แบบสุดขั้ว
Ull ต่อสู้เพื่อให้เผ่าของเขาอยู่รอด
แต่ Batari ต่อสู้เพื่อรักษาอำนาจ และความเชื่อของตัวเอง
เธอไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความสิ้นหวัง แต่ขับเคลื่อนด้วยศรัทธา และความเชื่อว่าตัวเองคือคนที่คู่ควรกับการปกครองโลกนี้
ภาพของศาสนาที่กลายเป็นเครื่องมือ
ตัวเกมใช้ Batari สะท้อนให้เห็นว่า ศรัทธาสามารถกลายเป็นเครื่องมือควบคุมผู้คนได้ง่ายแค่ไหน
เมื่อใครสักคนเชื่อว่าตัวเองได้รับสิทธิจากเทพเจ้า พวกเขาอาจเริ่มมองว่าการทำลายชีวิตคนอื่นคือสิ่งถูกต้อง และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ Batari เป็นตัวละครที่ทั้งทรงพลัง น่ากลัว และเต็มไปด้วยความคลั่งในเวลาเดียวกัน

Izila — เผ่าแรกที่เริ่มสร้างอารยธรรมให้แข็งแกร่งขึ้น
หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจมากคือการที่แต่ละเผ่าสะท้อน “ช่วงพัฒนาการ” ของมนุษย์แตกต่างกัน และเผ่าที่ดูชัดที่สุดว่าเริ่มก้าวเข้าสู่ความเป็นอารยธรรมก็คือเผ่า Izila
ต่างจาก Wenja ที่ยังใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ หรือ Udam ที่อยู่รอดด้วยพละกำลัง Izila เริ่มสร้างสิ่งที่ซับซ้อนกว่านั้น
พวกเขามีภาษา พิธีกรรม ระบบชนชั้น ความเชื่อทางศาสนา และโครงสร้างอำนาจที่ชัดเจน นี่คือจุดที่ทำให้ Izila ดูทั้งน่าทึ่ง… และน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน
อารยธรรมที่มาพร้อมการควบคุม
เผ่า Izila ไม่ได้แข็งแกร่งแค่เรื่องอาวุธหรือไฟ แต่แข็งแกร่งเพราะพวกเขารู้จักควบคุมผู้คน
พวกเขาใช้ศาสนาและความเชื่อเป็นศูนย์กลางของสังคม ทุกคนต้องเชื่อฟังผู้นำและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับดวงอาทิตย์ สำหรับเผ่า Izila อำนาจไม่ได้มาจากแรงกายอย่างเดียว แต่มาจากการทำให้ผู้คนเชื่อ
เมื่อความเชื่อกลายเป็นอาวุธ
สิ่งที่น่ากลัวมากเกี่ยวกับเผ่า Izila คือพวกเขาเชื่อว่าตัวเองเหนือกว่าเผ่าอื่น
พวกเขามอง Wenja และ Udam เป็นพวกป่าเถื่อนที่ต่ำต้อยกว่า
นี่ทำให้ Izila พร้อมใช้ความรุนแรงเพื่อรักษาอำนาจและความบริสุทธิ์ของเผ่าตัวเอง
จุดเริ่มต้นของทั้งอารยธรรม… และความโหดร้าย
Far Cry Primal พยายามสื่อผ่านเผ่า Izila ว่าเมื่อมนุษย์เริ่มสร้างอารยธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันก็คือ อำนาจ การแบ่งชนชั้น การควบคุม และความคลั่งในอุดมการณ์
อารยธรรมจึงไม่ได้มีแต่ด้านสวยงาม แต่มาพร้อมด้านมืดที่อันตรายมากเช่นกัน
เผ่าที่สะท้อนมนุษย์ยุคใหม่ที่สุด
ในหลายมุม Izila คือเผ่าที่ใกล้มนุษย์ยุคปัจจุบันมากที่สุด เพราะพวกเขาไม่ได้สู้แค่เพื่อเอาชีวิตรอดอีกแล้ว
แต่เริ่มสู้เพื่ออำนาจ ความเชื่อ และการครอบงำผู้อื่น และนั่นแหละคือเหตุผลที่เผ่านี้ทั้งน่าสนใจและน่ากลัวมากในโลกของ Primal

Wenja — ชนเผ่าธรรมดา ที่แค่ต้องการมีชีวิตรอดในโลกที่โหดร้ายเกินไป
ท่ามกลางเผ่าสุดโหดอย่าง Udam หรือเผ่าที่เต็มไปด้วยอำนาจและศรัทธาแบบ Izila แต่เผ่า Wenja กลับแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน พวกเขาไม่ได้ต้องการครองโลก ไม่ได้อยากสร้างจักรวรรดิ และไม่ได้เชื่อว่าตัวเองเหนือกว่าใคร
สิ่งที่ Wenja ต้องการมีเพียงอย่างเดียวคือ “การมีชีวิตรอด” และนั่นแหละ คือเหตุผลที่ผู้เล่นจำนวนมากอินกับเผ่านี้มากเป็นพิเศษ
คนธรรมดาที่ไม่มีอะไรเลย
Wenja คือกลุ่มคนที่สูญเสียบ้าน ถูกไล่ล่า และต้องดิ้นรนอยู่ในโลกที่พร้อมฆ่าพวกเขาได้ทุกเมื่อ พวกเขาต้องเผชิญทั้งสัตว์ป่า ความหนาว ความหิว และเผ่าศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า
หลายคนในเผ่าไม่ได้เป็นนักรบด้วยซ้ำ แต่เป็นคนธรรมดาที่พยายามปกป้องครอบครัวและหาที่ปลอดภัยให้นอนในคืนนี้
ความอบอุ่นเล็กๆ ท่ามกลางโลกดิบเถื่อน
สิ่งที่ทำให้ Wenja มีเสน่ห์มาก คือความรู้สึกเป็นมนุษย์ เวลาผู้เล่นช่วยรวบรวมสมาชิกเผ่ากลับมา หมู่บ้านจะค่อยๆเติบโตขึ้น มีคนหัวเราะ มีเด็กวิ่งเล่น มีไฟกองเล็กๆ และมีความรู้สึกเหมือนกำลังสร้างบ้านจริงๆ
มันทำให้โลกที่โหดร้ายของ Far Cry Primal ดูมีหัวใจขึ้นมา
เผ่าที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอำนาจ
ต่างจาก Izila ที่หมกมุ่นกับอำนาจ หรือ Udam ที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง Wenja ขับเคลื่อนด้วยความหวังเล็กๆในทางง่ายๆ พวกเขาแค่อยากมีที่อยู่ มีอาหาร และมีวันพรุ่งนี้
นี่คือสิ่งที่ relatable มาก เพราะมันคือความต้องการพื้นฐานที่สุดของมนุษย์
ตัวแทนของมนุษย์ธรรมดา
ตัวเกม Far Cry Primal ใช้ Wenja เพื่อสะท้อนว่า มนุษย์ไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะความแข็งแกร่งเสมอไป
แต่เพราะเราสามารถร่วมมือกัน สร้างครอบครัว และดูแลกันได้ แม้ในโลกที่โหดร้ายที่สุด และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เผ่า Wenja กลายเป็นหัวใจที่แท้จริงของเกมนี้
