ถ้าพูดถึงเกมแอ็กชันผจญภัยที่เปรียบเหมือนหนังฮอลลีวูดที่เราเล่นได้ ชื่อของ Uncharted 4: A Thief’s End ต้องติดอันดับต้นๆ แบบแทบไม่มีใครเถียง ตั้งแต่ฉากไล่ล่ากลางเมือง การปีนหน้าผาสุดเสียว ปริศนาสมบัติโบราณ ไปจนถึงบทสนทนาระหว่างตัวละครที่ดูเป็นธรรมชาติแบบเหลือเชื่อ ทุกอย่างในเกมนี้ถูกออกแบบมาอย่างประณีต จนหลายคนยกให้มันเป็นหนึ่งในเกมที่สมบูรณ์ที่สุดของยุค PlayStation 4 ซึ่งในบทความนี้เอง เราจะมาพูดถึงเหล่าตัวละครสำคัญที่ช่วยทำให้มันกลายเป็นตำนานของวงการเกม
Uncharted 4 ไม่ใช่แค่เกมล่าสมบัติ แต่มันคือบทสรุปของชีวิต Nathan Drake
Uncharted 4 แตกต่างจากภาคก่อนๆอย่างชัดเจน เพราะมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องการออกล่าสมบัติ หรือวิ่งหนีระเบิดแบบหนังแอ็กชันเท่านั้น แต่มันคือตอนจบของ Nathan Drake จริงๆ เกมภาคนี้จึงให้ความสำคัญกับชีวิต ความรู้สึก และคำถามในใจของ Nate มากกว่าที่เคย เขาเริ่มมองย้อนกลับไปยังเส้นทางที่ผ่านมา และถามตัวเองว่า…
“สิ่งที่ตามหามาทั้งชีวิต มันคุ้มกับสิ่งที่สูญเสียไปจริงไหม?”
นี่ทำให้เกมในภาคนี้มีโทนที่โตขึ้น เหงาขึ้น และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าทุกภาคที่ผ่านมา
เกมที่พูดถึง “การเติบโต” ของตัวละครทุกคน
แม้ภายนอกจะยังเป็นเกมล่าสมบัติ แต่แก่นจริงๆของเรื่องคือการเติบโต Nathan Drake ต้องเรียนรู้ว่า เขาไม่จำเป็นต้องหนีจากชีวิตธรรมดาตลอดเวลา และบางครั้ง ความสงบก็อาจมีค่ามากกว่าความตื่นเต้น
Sam ต้องยอมรับอดีต และผลของการตัดสินใจตัวเอง
Elena ต้องเรียนรู้ที่จะเชื่อใจ Nate อีกครั้ง
ส่วน Sully ก็ต้องยอมรับว่า Nate โตพอจะเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวเองแล้ว
ตัวละครทุกคนจึงเหมือนกำลังเดินผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิตไปพร้อมกัน
ความสัมพันธ์ คือหัวใจที่แท้จริงของเกม
แน่นอนว่าในเกมนี้มีฉากไล่ล่า ระเบิด และแอ็กชันระดับหนังฮอลลีวูดเต็มไปหมด แต่สิ่งที่ทำให้ผู้เล่นผูกพันจริงๆ คือ “ความสัมพันธ์” ระหว่างตัวละคร
- ทั้งความรักของ Nate กับ Elena
- ความผูกพันระหว่าง Nate กับ Sam
- และมิตรภาพแบบพ่อลูกของ Nate กับ Sully
ทั้งหมดนี้ทำให้เกมมีหัวใจ และทำให้ตอนจบของเรื่องเต็มไปด้วยอารมณ์ จนหลายคนรู้สึกเหมือนกำลังบอกลาเพื่อนเก่าที่โตมาด้วยกันจริงๆ
หนึ่งในเกม cinematic ที่ดีที่สุดตลอดกาล
Naughty Dog คือสตูดิโอที่เก่งเรื่องการเล่าเรื่องผ่านตัวละครมาก ทุกสีหน้า ทุกสายตา และทุกบทสนทนาในเกมถูกออกแบบอย่างละเอียดจนผู้เล่นเชื่อว่าคนเหล่านี้มีอยู่จริง
นี่จึงไม่ใช่แค่เกมผจญภัยธรรมดา แต่เป็นเหมือนภาพยนตร์คุณภาพสูง ที่ผู้เล่นได้เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในนั้นด้วยตัวเอง และนั่นคือเหตุผลที่ Uncharted 4 ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในเกม cinematic ที่ดีที่สุดตลอดกาลจนถึงทุกวันนี้

Nathan Drake — นักล่าสมบัติที่เริ่มเหนื่อยกับชีวิตผจญภัย
Nathan Drake คือหนึ่งในพระเอกเกมที่ iconic มากที่สุดตลอดกาล เขาเป็นทั้งนักล่าสมบัติ นักสำรวจ คนปีนหน้าผา และชายที่ดูเหมือนจะรอดจากสถานการณ์บ้าระห่ำได้ทุกครั้งแบบปาฏิหาริย์
ในภาคก่อนๆ Nate มักเต็มไปด้วยพลัง ความมั่นใจ และความตื่นเต้นกับการออกผจญภัยครั้งใหม่เสมอ แต่ Uncharted 4 พาเราเห็นเขาในมุมที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน
ผู้ชายที่เริ่มเหนื่อยกับชีวิตเดิมๆ
ในภาคนี้ Nate ไม่ใช่หนุ่มวัยคึกเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เขาเริ่มเหนื่อย เริ่มคิดถึงชีวิตสงบๆ และเริ่มถามตัวเองว่า…
“ถึงเวลาที่ควรหยุดหรือยัง?”
แม้ภายนอกเขาจะยังดูเป็น Nathan Drake คนเดิม แต่ลึกๆแล้วเขาเริ่มรู้สึกว่าการวิ่งไล่ตามสมบัติ การหนีความตาย และการใช้ชีวิตแบบไม่มีวันหยุด อาจกำลังดึงเขาออกห่างจากคนสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ นี่คือด้านที่ทำให้ตัวละครของเขาดูโตขึ้น และสมจริงขึ้นมาก
คนที่ไม่รู้จะปล่อยสิ่งที่รักยังไง
สิ่งที่ทำให้ Nate น่าสนใจมาก คือเขาไม่ได้ออกผจญภัยเพราะแค่ชอบอันตรายเท่านั้น แต่เพราะชีวิตแบบนั้น คือช่วงเวลาที่เขารู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตจริงๆ
การตามหาสมบัติ การค้นพบสิ่งลึกลับ และความตื่นเต้นระหว่างทาง คือสิ่งที่กลายเป็นตัวตนของเขามานานเกินไป จนเขาเองก็ไม่แน่ใจว่า ถ้าวันหนึ่งต้องปล่อยมันไป เขาจะเหลืออะไรอยู่บ้าง
และนั่นคือเหตุผลที่ผู้เล่นอินกับ Nathan Drake มาก เพราะหลายคนเองก็คงเคยรู้สึกเหมือนกันว่าบางครั้ง… สิ่งที่เรารักที่สุด ก็อาจเป็นสิ่งที่เราปล่อยวางได้ยากที่สุดเหมือนกัน

Elena Fisher — ผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นแค่ “แฟนพระเอก”
Elena Fisher คือหนึ่งในตัวละครหญิงที่ถูกเขียนได้ดีที่สุดในวงการเกม เพราะเธอไม่ได้มีบทบาทแค่แฟนของพระเอก หรือคนที่คอยตาม Nathan Drake ไปทุกที่เท่านั้น แต่เธอคือ “คู่ชีวิต” ของเขาจริงๆ
Elena อยู่เคียงข้าง Nate ผ่านทั้งช่วงเวลาที่ดีที่สุดและเลวร้ายที่สุด ทั้งการผจญภัย ความสูญเสีย และปัญหาที่เกิดจากนิสัยของ Nate เอง และนั่นทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูมีน้ำหนักมากกว่าคู่รักในเกมทั่วไป
ผู้หญิงที่ดูเป็นมนุษย์จริงๆ
สิ่งที่ทำให้ Elena โดดเด่นมาก คือเธอดูจริง เธอฉลาด กล้าหาญ มีความคิดของตัวเอง และไม่กลัวที่จะเถียง Nate เวลาที่เขาทำอะไรไม่ถูกต้อง เธอไม่ใช่ตัวละครที่มีไว้เห็นด้วยกับพระเอกทุกเรื่อง และนั่นแหละที่ทำให้เธอดูน่าเชื่อถือ
หลายครั้ง Elena คือคนที่ทำให้ Nate ต้องหยุดคิด และมองเห็นผลกระทบจากสิ่งที่ตัวเองทำกับคนรอบข้าง
ความรักที่เต็มไปด้วยความจริงของชีวิต
ในภาคนี้ความสัมพันธ์ของ Nate กับ Elena ถูกเล่าแบบสมจริงมาก มันไม่ได้หวานสวยเหมือนหนังโรแมนติก แต่เหมือนคู่รักที่ผ่านชีวิตหนักๆมาด้วยกันจริงๆ พวกเขามีปัญหา มีความลับ มีความไม่เข้าใจกัน และมีช่วงเวลาที่เจ็บปวด
แต่สิ่งสำคัญคือ ทั้งคู่ยังพยายามเลือกกันและกันอยู่เสมอ และนี่เองคือเหตุผลที่ผู้เล่นรัก Elena มาก เพราะเธอไม่ใช่ตัวละครหญิงแบนๆ ที่มีไว้ให้พระเอกช่วย แต่เป็นคนที่มีหัวใจ มีความเข้มแข็ง และมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของ Nathan Drake จริงๆ

Samuel Drake — พี่ชายที่กลายเป็นเงาในอดีตของ Nate
Samuel Drake หรือ Sam คือหนึ่งในตัวละครใหม่ที่สำคัญที่สุดของภาคนี้ เพราะการกลับมาของเขา คือจุดเริ่มต้นที่ดึง Nathan Drake กลับเข้าสู่โลกแห่งการผจญภัยอีกครั้ง
Sam เป็นพี่ชายที่ Nate คิดว่าตายไปนานแล้ว และการได้พบเขาอีกครั้งทำให้ทุกอย่างในชีวิตที่ดูสงบเริ่มสั่นคลอนทันที สำหรับ Nate แล้ว Sam ไม่ใช่แค่พี่ชาย แต่คือคนที่เคยแชร์ความฝันเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก ความฝันเรื่องการผจญภัย สมบัติ และชีวิตที่ไม่ธรรมดา
ภาพสะท้อนของ Nate ในอีกเส้นทางหนึ่ง
สิ่งที่ทำให้ Sam เป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก คือเขาเหมือนภาพสะท้อนของ Nate หาก Nate ไม่เคยหยุดวิ่งตามอดีต
Sam ยังติดอยู่กับชีวิตนักล่าสมบัติ ยังหมกมุ่นกับความฝันเก่าๆ และไม่สามารถปล่อยโลกแห่งอันตรายนี้ไปได้ ในขณะที่ Nate เริ่มคิดถึงชีวิตสงบและอนาคต Sam กลับยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ราวกับเวลาหยุดอยู่ตรงนั้น และนั่นทำให้ทั้งคู่แตกต่างกันมาก แม้จะรักกันจริงๆก็ตาม
ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรัก และความเจ็บปวด
ความสัมพันธ์ของ Nate กับ Sam คือหัวใจสำคัญของเกม เพราะมันเต็มไปด้วยทั้งความผูกพัน ความผิดหวัง ความรู้สึกผิด และความรักแบบพี่น้องที่ตัดกันไม่ขาด
Sam อาจเป็นคนที่ลาก Nate กลับเข้าสู่โลกอันตรายอีกครั้ง แต่ลึกๆแล้วเขาก็แค่กลัวว่าจะสูญเสียน้องชายไป เหมือนที่เคยสูญเสียทุกอย่างในชีวิต และนั่นทำให้เรื่องราวของสองพี่น้องใน Uncharted 4 ดูอบอุ่น เศร้า และสมจริงมาก จนกลายเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดของวงการเกมเลยจริงๆ

Victor “Sully” Sullivan — คนแก่จอมกวนที่ทุกคนรัก
Victor “Sully” Sullivan คือหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆรักมากที่สุด และแทบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของซีรีส์ไปแล้ว เขาไม่ได้เป็นแค่คู่หูร่วมผจญภัยของ Nathan Drake แต่เป็นเหมือนพ่ออีกคนของเขาจริงๆ
Sully อยู่กับ Nate มาตั้งแต่ช่วงชีวิตที่ยังไม่มีใคร เขาคอยสอน คอยดึงขึ้นมาจากปัญหา และอยู่ข้างๆเสมอ ไม่ว่าจะในวันที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย หรือวันที่โลกเหมือนกำลังพังลงต่อหน้า
เสน่ห์ของลุงจอมกวนที่ดูมีชีวิตจริง
สิ่งที่ทำให้ Sully memorable มาก คือเสน่ห์แบบลุงเท่ๆ ที่ทั้งกวน ทั้งอบอุ่น และมีคาริสม่าเฉพาะตัว เขาเป็นนักต้มตุ๋น สูบซิการ์จัด ชอบพูดประชด และบางครั้งก็ดูเหมือนคนที่พร้อมหนีปัญหาทันที ถ้าสถานการณ์เริ่มแย่
แต่ลึกๆแล้ว Sully เป็นคนที่แคร์ Nate มากกว่าที่พูดออกมาเสมอ เขาอาจไม่ได้ยิงแม่นที่สุด หรือเก่งเหนือมนุษย์แบบพระเอกหนังแอ็กชัน แต่สิ่งที่เขามีคือประสบการณ์ชีวิต และความเข้าใจโลกแบบคนที่ผ่านอะไรมาเยอะ
ความสัมพันธ์แบบพ่อลูกที่ทำให้เกมมีหัวใจ
ความสัมพันธ์ระหว่าง Sully กับ Nate คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของ Uncharted เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนพ่อลูกจริงๆ
Sully มักปล่อยให้ Nate เติบโตและตัดสินใจเอง แต่ในขณะเดียวกันก็พร้อมช่วยเหลือทันทีเวลาที่ Nate ต้องการ และนั่นทำให้ทุกฉากที่ทั้งคู่คุยกัน เต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบธรรมชาติ จนผู้เล่นรู้สึกได้เลยว่า คนสองคนนี้ผ่านชีวิตมาด้วยกันมากแค่ไหน
นี่คือเหตุผลที่ Sully ไม่ได้เป็นแค่ตัวละครสมทบ แต่เป็นครอบครัวของ Nathan Drake และของแฟนเกมหลายคนด้วยเหมือนกัน

Rafe Adler — ตัวร้ายที่อยากพิสูจน์ว่าตัวเอง “คู่ควร”
Rafe Adler คือหนึ่งในตัวร้ายที่ดีที่สุดของแฟรนไชส์ Uncharted เพราะเขาไม่ได้ไล่ล่าสมบัติเพราะความจน หรือความโลภแบบง่ายๆ จริงๆเขารวยอยู่แล้ว มีทั้งเงิน อำนาจ และทุกอย่างที่คนส่วนใหญ่ต้องการ แต่สิ่งที่เขาไม่มี คือการยอมรับ
Rafe เติบโตมาในโลกที่ผู้คนมองว่าเขาเป็นแค่ลูกคนรวยที่ใช้เงินซื้อทุกอย่างได้ และนั่นกลายเป็นปมที่ฝังลึกอยู่ในใจเขามาตลอด
คนที่อยากพิสูจน์ว่าตัวเอง “เก่งจริง”
สิ่งที่ทำให้ Rafe หมกมุ่นกับการตามหาสมบัติ ไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่คือการพิสูจน์ว่าเขามีคุณค่าด้วยตัวเอง เขาอยากให้โลกเห็นว่า ตัวเองก็สามารถกลายเป็นนักล่าสมบัติระดับตำนานได้เหมือน Nathan Drake และนี่คือเหตุผลที่เขาเกลียด Nate มาก
เพราะ Nate มีทุกอย่างที่ Rafe อยากได้ ทั้งชื่อเสียง ประสบการณ์ และการยอมรับจากคนรอบตัว โดยที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ ในสายตาของ Rafe Nate คือคนที่มีตัวตนจริงๆ ในขณะที่เขารู้สึกเหมือนตัวเองยังต้องพยายามพิสูจน์คุณค่าตลอดเวลา
ตัวร้ายที่ถูกความอิจฉากลืนกิน
Rafe จึงไม่ใช่ตัวร้ายแบบคลั่งอำนาจทั่วไป แต่เป็นคนที่ค่อยๆ ถูกความอิจฉา ความกดดัน และความต้องการการยอมรับกลืนกินทีละนิด ยิ่งเขาเข้าใกล้สมบัติมากเท่าไร เขาก็ยิ่งสูญเสียตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
และนั่นทำให้ Rafe เป็นตัวละครที่มีมิติทางจิตวิทยามาก เพราะลึกๆแล้ว เขาไม่ได้ต่างจาก Nate มากนัก ทั้งคู่ต่างวิ่งไล่ตามบางอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เพียงแต่สุดท้าย พวกเขาเลือกเดินคนละเส้นทางเท่านั้นเอง

Nadine Ross — ทหารรับจ้างที่เก่งจนแม้แต่ Nate ยังสู้ยาก
Nadine Ross คือหนึ่งในตัวละครหญิงที่เท่ที่สุดของแฟรนไชส์ ตั้งแต่เปิดตัว เธอก็ให้ความรู้สึกแตกต่างจากตัวละครอื่นทันที ทั้งบุคลิกจริงจัง สายตาเย็นชา และท่าทีแบบคนที่ควบคุมสถานการณ์ได้ตลอดเวลา
เธอเป็นผู้นำของ Shoreline กลุ่มทหารรับจ้างระดับมืออาชีพ และไม่ได้ดูเหมือนคนที่ต้องพึ่งใครในการเอาตัวรอดเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่ Nadine ปรากฏตัว ผู้เล่นจะรู้ทันทีว่า สถานการณ์กำลังเริ่มอันตรายจริงๆ แล้ว
ตัวละครหญิงที่แข็งแกร่งแบบ “น่าเชื่อถือ”
สิ่งที่ทำให้ Nadine โดดเด่นมาก คือเกมไม่ได้เขียนเธอให้เป็นตัวละครหญิงเพื่อความสวยงาม หรือมีไว้เซอร์วิสคนเล่น เธอฉลาด มืออาชีพ มีวินัย และเก่งด้านการต่อสู้แบบสมจริงมาก
หลายฉากในเกมยังแสดงชัดว่า แม้แต่ Nate กับ Sam ก็ยังสู้เธอตรงๆได้ยาก เพราะ Nadine ผ่านสนามรบ และการต่อสู้มานับไม่ถ้วน ความแข็งแกร่งของเธอจึงไม่ได้ดูเวอร์เกินจริง แต่มาจากประสบการณ์ และความสามารถล้วนๆ
คนที่ยึดอาชีพมากกว่าความรู้สึก
อีกจุดที่ทำให้ Nadine น่าสนใจ คือเธอเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับงานและความเป็นมืออาชีพมากกว่าความโรแมนติกหรืออารมณ์ส่วนตัว เธอไม่ใช่ตัวละครที่วิ่งตามพระเอก ไม่ได้พยายามเอาใจใคร และพร้อมตัดสินใจเด็ดขาดทันทีถ้ามันจำเป็น
นั่นทำให้ Nadine กลายเป็นตัวละครหญิงที่มีคาแรกเตอร์ชัดมาก และเป็นหนึ่งในคนที่ขโมยทุกซีนได้ง่ายๆ ทุกครั้งที่อยู่บนหน้าจอ จนหลายคนยกให้เธอเป็นหนึ่งในตัวละครหญิงที่ดีที่สุดของซีรีส์ Uncharted เลยจริงๆ

Cassie Drake — ภาพแทนของ “ชีวิตหลังการผจญภัย”
แม้ Cassie Drake จะปรากฏตัวแค่ช่วงท้ายของ Uncharted 4 แต่เธอกลับเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีความหมายมากที่สุดของเกม เพราะเธอไม่ได้เป็นแค่ลูกสาวของ Nathan กับ Elena เท่านั้น
แต่เธอคือคำตอบของชีวิต Nathan Drake ทั้งหมด หลังจากวิ่งไล่ตามสมบัติ อันตราย และการผจญภัยมาตลอดชีวิต ในที่สุด Nate ก็ได้สร้างสิ่งที่สำคัญกว่านั้นขึ้นมา นั่นคือครอบครัว และ Cassie คือภาพแทนของชีวิตใหม่ที่เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีได้จริงๆ
จุดจบที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
ตอนจบของเกมใช้ Cassie เพื่อสื่อว่า Nate สามารถก้าวผ่านอดีตได้ในที่สุด เขาไม่ได้ต้องใช้ชีวิตวิ่งหนีความสงบอีกต่อไป และเริ่มมีความสุขกับสิ่งเรียบง่ายที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมองข้าม
บ้านริมทะเล บทสนทนาเล็กๆ และรอยยิ้มของครอบครัว กลายเป็นสิ่งที่มีค่ากว่าสมบัติใดๆ ที่เขาเคยตามหา นี่คือช่วงเวลาที่ทำให้ผู้เล่นรู้ว่า Nathan Drake โตขึ้นจริงๆแล้ว
การผจญภัยที่ยังไม่หายไปไหน
แต่สิ่งที่ทำให้ Ending ของ Uncharted 4 ดีมาก คือเกมไม่ได้ปิดทุกอย่างแบบสมบูรณ์จนเกินไป เพราะแม้ Nate จะวางชีวิตนักผจญภัยลง ความอยากค้นหาโลกกว้างกลับยังถูกส่งต่อไปยัง Cassie อย่างชัดเจน
ความอยากรู้อยากเห็น แววตาตื่นเต้น และการค้นพบอดีตของพ่อแม่ ทำให้ผู้เล่นรู้ว่า “จิตวิญญาณแห่งการผจญภัย” ยังไม่หายไปไหน และนั่นแหละคือเหตุผลที่ตอนจบของเกมทั้งอบอุ่น สวยงาม และ bittersweet มาก เพราะมันไม่ใช่แค่การจบบทของ Nathan Drake แต่มันคือการเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ของเขาด้วยเช่นกัน

Henry Avery — โจรสลัดที่กลายเป็นตำนาน
แม้ Henry Avery จะไม่ได้มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบันของ Uncharted 4 แต่เขากลับเป็นแกนกลางของเรื่องทั้งหมด เพราะทุกคนต่างกำลังวิ่งไล่ตามตำนาน ที่เขาทิ้งเอาไว้
Avery คือโจรสลัดผู้โด่งดังจากเรื่องสมบัติมหาศาล และการหายตัวไปอย่างลึกลับ จนชื่อของเขากลายเป็นเหมือนตำนานที่นักล่าสมบัติทั่วโลกหมกมุ่น แต่ยิ่ง Nate และพวกพ้องค้นลึกลงไปมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งพบว่า เบื้องหลังตำนานอันยิ่งใหญ่นั้น เต็มไปด้วยความมืดมนมากกว่าที่คิด
ตำนานที่ถูกสร้างขึ้นจากความโลภ
สิ่งที่น่าสนใจมาก คือเกมไม่ได้เล่า Avery ให้เป็นโจรสลัดสุดเท่แบบโรแมนติก เหมือนหนังผจญภัยทั่วไป แต่ค่อยๆเผยว่าเขาคือคนที่ถูกความโลภ และความหมกมุ่นกลืนกินจนทำลายทุกอย่างรอบตัว
สมบัติที่เขาสร้างขึ้น กลายเป็นต้นเหตุของความหวาดระแวง การหักหลัง และความพินาศของคนที่อยู่รอบข้าง ยิ่งมีทองมากเท่าไร ผู้คนก็ยิ่งพร้อมฆ่ากันมากขึ้นเท่านั้น และนี่เองที่ทำให้เรื่องราวของ Avery มีความหมายมากกว่าแค่ “ปริศนาโจรสลัด”
ภาพสะท้อนของ Nathan Drake
ลึกๆแล้ว Henry Avery เปรียบเหมือน “คำเตือน” สำหรับ Nathan Drake และทุกคนในเกม เพราะเขาคือภาพของคนที่ปล่อยให้การไล่ตามสมบัติกลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต จนสุดท้ายไม่เหลืออะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เรื่องราวของ Avery มีพลังมาก เพราะมันทำให้ Nate เริ่มถามตัวเองว่า ถ้ายังวิ่งตามการผจญภัยต่อไปเรื่อยๆ วันหนึ่งเขาจะลงเอยเหมือน Avery หรือเปล่า
และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ Uncharted 4 ไม่ใช่แค่เกมล่าสมบัติ แต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับราคาของความหมกมุ่นด้วยเช่นกัน
