ถ้าพูดถึงเกม RPG ที่ทั้งฮา บ้า หลุดโลก และเต็มไปด้วยมุกเสียดสีแบบไม่เกรงใจใคร ชื่อของ South Park: The Stick of Truth คือหนึ่งในเกมที่โดดเด่นที่สุดตลอดกาล นี่คือเกมที่พิสูจน์ว่าเกมไม่จำเป็นต้องจริงจังเสมอไป เพราะในขณะที่เกมส่วนใหญ่มักเล่าเรื่องสงครามระดับโลก ผู้กล้าผู้ถูกเลือก มังกร ปีศาจ หรืออาณาจักรล่มสลาย แต่เกมนี้กลับเลือกเล่าเรื่องเด็กประถมที่เล่นสมมติสงครามกันในสวนหลังบ้าน ฟังดูธรรมดาใช่ไหม? แต่พอเป็นเซาท์พาร์ก ทุกอย่างกลับบ้าคลั่งขึ้นแบบคูณสิบ เด็กๆในเมืองเปลี่ยนการเล่นแฟนตาซีธรรมดาให้กลายเป็นมหากาพย์สุดอลังการ
มีทั้งพ่อมด เอลฟ์ นักรบ เวทมนตร์ อาวุธในตำนาน และสงครามที่ดูจริงจังราวกับชะตากรรมโลกกำลังตกอยู่ในอันตราย ทั้งที่จริงๆแล้ว… มันเป็นแค่การเล่นของเด็กประถม และนั่นแหละคือเสน่ห์ของเกมนี้!
South Park: The Stick of Truth — RPG สุดปั่นที่เหมือนดูการ์ตูนแบบเล่นได้
South Park: The Stick of Truth คือเกมแนว RPG / Turn-Based Combat / Comedy / Adventure พัฒนาโดย Obsidian Entertainment ร่วมกับ South Park Digital Studios และวางจำหน่ายในปี 2014
จุดที่ทำให้เกมนี้พิเศษมาก คือได้ Trey Parker และ Matt Stone ผู้สร้างซีรีส์ South Park มาร่วมสร้างโดยตรง ทำให้บรรยากาศ มุกตลก บทสนทนา และความกวนทุกอย่างเหมือนหลุดมาจากการ์ตูนจริงๆ
พูดง่ายๆคือมันไม่ใช่แค่เกมจากการ์ตูน แต่มันคือเซาท์พาร์กตอนยาวที่ผู้เล่นเข้าไปมีส่วนร่วมได้เอง
เด็กใหม่กับสงครามสุดเพี้ยน
ผู้เล่นรับบทเป็น The New Kid เด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่เมืองเซาท์พาร์ก แต่ยังไม่ทันได้ปรับตัว ก็ถูกลากเข้าสู่สงครามแฟนตาซีของพวกเด็กๆทันที
ศูนย์กลางของสงครามคือ Stick of Truth กิ่งไม้ธรรมดาๆ ที่เด็กๆจินตนาการว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ระดับตำนาน ใครครอบครองมันจะมีพลังสูงสุด ฟังดูยิ่งใหญ่เหมือน Lord of the Rings แต่ความจริงคือเด็กประถมตีกันเพราะไม้กิ่งเดียว ซึ่งเป็นมุกแบบเซาท์พาร์กสุดๆ
ผู้ใหญ่ที่วุ่นวายไม่แพ้เด็ก
เกมยังเสียดสีโลกผู้ใหญ่ได้แสบมาก เพราะหลายครั้งผู้ใหญ่ในเมืองเซาท์พาร์ก กลับทำตัวไร้เหตุผลและสร้างปัญหาหนักกว่าเด็กเสียอีก นี่ทำให้โลกของเกมทั้งตลก เพี้ยน และสะท้อนสังคมในเวลาเดียวกัน
โลกแฟนตาซีที่สร้างจากจินตนาการเด็ก
หนึ่งในเสน่ห์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือการนำโลกธรรมดารอบตัว
มาสร้างเป็นมหากาพย์แฟนตาซีสุดยิ่งใหญ่ผ่านสายตาของเด็กๆในโลกนี้
- ไม้กิ่งธรรมดา กลายเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์
- สนามหลังบ้าน กลายเป็นสมรภูมิแห่งโชคชะตา
- กล่องกระดาษ กลายเป็นป้อมปราการ
- และเด็กประถม กลายเป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้โลก
ความสนุกอยู่ตรงที่เด็กๆเชื่อในสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง จนผู้เล่นอดอินตามไม่ได้
เกมที่พาเรากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
แม้จะเต็มไปด้วยมุกตลกสำหรับผู้ใหญ่ การเสียดสีสังคม และสถานการณ์สุดเพี้ยน แต่แก่นแท้ของเกมกลับเรียบง่ายมาก มันคือเรื่องของ “การเล่นสมมติ” สิ่งที่หลายคนเคยทำในวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเป็นอัศวิน พ่อมด หรือฮีโร่ในจินตนาการ
เซาท์พาร์กเพียงแค่นำความทรงจำเหล่านั้นมาขยายให้ใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นสงครามแฟนตาซีสุดอลังการ และนั่นแหละ คือเหตุผลที่เกมนี้ทั้งฮา อบอุ่น และทำให้หลายคนย้อนนึกถึงช่วงเวลาที่จินตนาการสามารถเปลี่ยนโลกธรรมดาให้กลายเป็นการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ได้เสมอ.
ตลก แต่มีอะไรให้คิดลึกมากกว่านั้น
แม้ภายนอกจะดูปั่นสุดๆ แต่เกมแฝงประเด็นเสียดสีและจิกกัดสังคมหลายอย่าง ทั้งการเมือง ศาสนา วัฒนธรรมป๊อป สื่อ และพฤติกรรมมนุษย์ นี่คือเสน่ห์ของเซาท์พาร์ก เกมที่ทั้งฮา แสบ และฉลาดกว่าที่เห็นมากๆ

Eric Cartman — ราชาพ่อมดแห่งความปั่นป่วน
ถ้าจะเลือกตัวละครสักคนที่เป็นสัญลักษณ์ ของเซาท์พาร์กมากที่สุด ชื่อของ Eric Cartman ต้องติดอันดับต้นๆอย่างแน่นอน เขาคือเด็กชายที่ทั้งกวน ปากจัด เอาแต่ใจ และพร้อมสร้างความวุ่นวายได้ทุกที่ที่เขาไป
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขากลายเป็นหนึ่งในตัวละครการ์ตูนที่โด่งดังที่สุดในโลก เพราะไม่มีใครเหมือน และไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไป และในเกมนี้เขาก็ได้รับบทเป็น Grand Wizard King หรือราชาพ่อมดแห่งอาณาจักรมนุษย์ ผู้นำสูงสุดของฝ่ายมนุษย์ ในการต่อสู้เพื่อแย่งชิง Stick of Truth
เด็กที่เล่นบทบาทสมมติแบบจริงจังเกินร้อย
สิ่งที่ทำให้ Cartman ตลกมากในเกมนี้ คือความจริงจังแบบสุดโต่ง ในขณะที่เด็กคนอื่นรู้ว่านี่เป็นเพียงการเล่นสนุก เขากลับปฏิบัติตัวเหมือนเป็นกษัตริย์ตัวจริง เขาออกคำสั่ง แต่งตั้งตำแหน่ง ประกาศสงคราม และพูดจาเหมือนผู้นำแห่งอาณาจักรแฟนตาซี ระดับมหากาพย์ ทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นแค่ในสนามหลังบ้าน และตรอกเล็กๆของเมืองเซาท์พาร์กเท่านั้น
ความย้อนแย้งนี้เอง ที่กลายเป็นแหล่งกำเนิดมุกฮาจำนวนมากของเกม
ตัวละครที่สร้างปัญหาได้ทุกสถานการณ์
Cartman มีพรสวรรค์อย่างหนึ่งที่แทบไม่มีใครเทียบได้ นั่นคือความสามารถในการทำให้เรื่องธรรมดากลายเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะกับเพื่อน การวางแผนสุดเพี้ยน หรือการตัดสินใจที่ไม่มีใครคาดคิด
เขาสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ธรรมดา ให้กลายเป็นความโกลาหลได้เสมอ และนั่นทำให้เนื้อเรื่องของเซาท์พาร์กสนุก และคาดเดาไม่ได้ตลอดเวลา
ทำไมนิสัยแย่ขนาดนี้ แต่แฟนๆยังรัก?
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Cartman จะมีข้อเสียแทบทุกด้าน ทั้งเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ ชอบโกหก และมักสร้างปัญหาให้คนอื่น แต่แฟนๆกลับยังชื่นชอบเขาอย่างมาก
เหตุผลสำคัญคือเขาเป็นตัวละครที่มีเอกลักษณ์สุดๆ เต็มไปด้วยความมั่นใจแบบไร้ขีดจำกัด และกล้าทำในสิ่งที่คนทั่วไปไม่กล้าทำ
ราชาพ่อมดผู้เป็นตำนานของ South Park
Cartman ไม่ใช่ฮีโร่ ไม่ใช่คนดี และไม่ใช่แบบอย่างที่ควรเลียนแบบ
แต่เขาคือศูนย์กลางของความบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะ และความวุ่นวายที่ทำให้ South Park มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร
และใน The Stick of Truth เขาก็พิสูจน์อีกครั้งว่าต่อให้เป็นแค่เกมเล่นสมมติของเด็กๆ เขาก็พร้อมจะทำตัวเหมือนกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกแฟนตาซี อย่างเต็มที่ไม่มีลดระดับเลยแม้แต่นิดเดียว

Kyle Broflovski — ผู้นำฝ่ายเอลฟ์ ผู้ต้องรับมือความปั่นของ Cartman
หาก Eric Cartman คือราชาแห่งความวุ่นวายของเซาท์พาร์กแล้ว Kyle Broflovski ก็คือคนที่ต้องคอยรับมือกับความบ้าคลั่งเหล่านั้นอยู่เสมอ คู่ปรับตลอดกาลแบบที่ไม่มีวันลงรอยกัน
ในภาคนี้ Kyle รับบทเป็นผู้นำของฝ่าย Elves หรืออาณาจักรเอลฟ์ ผู้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Cartman และกองทัพมนุษย์ แม้จะเป็นเพียงเกมบทบาทสมมติของเด็กๆ แต่ Kyle กลับทุ่มเทกับบทบาทนี้ไม่แพ้ใคร
เด็กฉลาดที่พยายามใช้เหตุผล
Kyle เป็นหนึ่งในตัวละครที่มีเหตุผลมากที่สุด เขาฉลาด คิดเป็นระบบและมักพยายามทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่เสมอ
หลายครั้งเขาเปรียบเหมือน “เสียงของสามัญสำนึก” ในเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดของ Kyle คือเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับ Cartman และนั่นทำให้ทุกวันของเขาเต็มไปด้วยเรื่องปวดหัวแบบไม่รู้จบ
สงครามยิ่งใหญ่ที่เริ่มจากเรื่องเล็กนิดเดียว
หนึ่งในมุกที่ฮาที่สุดของเกมคือการที่ Kyle และ Cartman ปฏิบัติต่อความขัดแย้งเหมือนสงครามระดับมหากาพย์
มีการตั้งกองทัพ วางแผนรบ แย่งชิงดินแดนและต่อสู้กันอย่างจริงจัง ทั้งที่ต้นเหตุหลายครั้งเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ หรือเรื่องไร้สาระสุดๆตามสไตล์เซาท์พาร์ก
ตัวละครที่ช่วยสร้างสมดุลให้เรื่องราว
เสน่ห์ของ Kyle คือการเป็นตัวละครที่มีเหตุผลท่ามกลางความบ้าคลั่งรอบตัว
เขาอาจไม่ปั่นเท่า Cartman แต่ความพยายามในการต่อสู้กับความไร้เหตุผลของอีกฝ่ายนี่เอง ที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญและเป็นคู่ปรับในตำนานที่แฟนๆจดจำได้เสมอ

Stan Marsh — เด็กปกติที่ต้องอยู่ท่ามกลางความเพี้ยน
ในโลกของเซาท์พาร์กที่เต็มไปด้วยคนเพี้ยนๆ เบียวๆ เหตุการณ์เหนือความคาดหมาย และเรื่องราวสุดหลุดโลก Stan Marsh คือหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังดูเป็นคนปกติมากที่สุด
Stan เป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งหลักของเรื่อง และมักทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของกลุ่มอยู่เสมอ เขาไม่ได้ฉลาดสุดแบบ Kyle ไม่ได้ปั่นสุดแบบ Cartman และไม่ได้ลึกลับแบบ Kenny แต่เขาคือเด็กธรรมดา ที่พยายามใช้เหตุผลกับโลกที่เต็มไปด้วยความเบียว
ตัวแทนของผู้ชมในเรื่อง
สิ่งที่ทำให้ Stan เป็นตัวละครสำคัญ คือเขามักทำหน้าที่เหมือนตัวแทนของคนดู
เมื่อสถานการณ์ในเกมหรือการ์ตูนเริ่มหลุดโลกเกินไป Stan มักเป็นคนแรกที่ตั้งคำถามว่า..
“พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่?”
และนั่นก็มักเป็นคำถามเดียวกับที่ผู้เล่นหรือผู้ชมกำลังคิดอยู่พอดี
ความธรรมดาที่กลายเป็นจุดเด่น
แม้ Stan จะไม่มีบุคลิกหวือหวาเหมือนเพื่อนคนอื่น แต่ความเป็นคนธรรมดาของเขา
กลับทำให้ตัวละครนี้น่าเข้าถึงมาก เขาเป็นเหมือนจุดยึดของเรื่องราว
คนที่ช่วยให้ผู้เล่นมองเห็นความไร้สาระ ของเหตุการณ์ต่างๆได้ชัดขึ้น และนั่นคือเหตุผลที่ Stan Marsh กลายเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของเซาท์พาร์ก เพราะบางครั้ง คนที่ดูธรรมดาที่สุด กลับเป็นคนที่ผู้ชมเข้าใจได้มากที่สุดนั่นเอง

Kenny McCormick — เด็กน้อยผู้เป็นตำนานแห่ง South Park
ถ้าพูดถึงตัวละครที่เป็นสัญลักษณ์ของเซาท์พาร์ก ชื่อของ Kenny McCormick ต้องติดอยู่ในอันดับต้นๆอย่างแน่นอน ด้วยเสื้อฮู้ดสีส้มที่คลุมศีรษะจนแทบมองไม่เห็นใบหน้า และเสียงพูดอู้อี้ ที่หลายครั้งฟังแทบไม่ออก Kenny กลายเป็นตัวละครที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
แม้จะพูดน้อยกว่าตัวละครหลักคนอื่น แต่เขากลับเป็นหนึ่งในคนที่แฟนๆจดจำได้มากที่สุด
ตำนานแห่งการตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สิ่งที่ทำให้ Kenny โด่งดังไปทั่วโลก คือมุกประจำของ South Park ที่เขามักจะเสียชีวิตในสถานการณ์สุดแปลกแทบทุกตอน
บางครั้งเกิดจากอุบัติเหตุ บางครั้งเกิดจากเหตุการณ์เหนือจริง และบางครั้งก็ไร้เหตุผลแบบสุดๆ จนประโยค…
“Oh my God, they killed Kenny!”
กลายเป็นมุกระดับตำนานของวงการการ์ตูน
มากกว่าตัวละครตลก
แม้หลายคนจะจดจำ Kenny จากมุกการตายสุดฮา แต่จริงๆแล้วเขาเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มากกว่านั้น
เขาเป็นเพื่อนที่ภักดี กล้าหาญ และพร้อมช่วยเหลือพวกพ้องเสมอ Kenny ยังคงมีบทบาทสำคัญในโลกแฟนตาซีของเด็กๆ และสร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดทั้งเกม
ตัวละครที่แฟนๆไม่มีวันลืม
Kenny คือตัวอย่างของตัวละครที่ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ หรือเป็นพระเอกหลักก็สามารถกลายเป็นตำนานได้
ด้วยบุคลิกเฉพาะตัว มุกประจำอันโด่งดังและความฮาแบบเซาท์พาร์กแท้ๆ เขาจึงยังคงเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนการ์ตูน และแฟนเกมรักมากที่สุดมาจนถึงทุกวันนี้

Butters Stotch — อัศวินน้อยสุดใสซื่อผู้ขโมยหัวใจแฟนเกม
ในบรรดาตัวละครมากมายของเซาท์พาร์ก มีอยู่คนหนึ่งที่แฟนๆมักเอ็นดูเป็นพิเศษ นั่นคือ Butters Stotch เด็กชายผู้แสนสุภาพ ใสซื่อ และมองโลกในแง่ดีจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะอาศัยอยู่ในเมืองสุดเพี้ยนแห่งนี้ได้
Butters มักเป็นคนที่ถูกเพื่อนแกล้ง ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวาย และตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์แปลกๆอยู่เสมอ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงรักษาความไร้เดียงสาและความจริงใจเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
Professor Chaos ในคราบเด็กดี
สิ่งที่ทำให้ Butters มีเสน่ห์มาก คือแม้ภายนอกจะดูเป็นเด็กเรียบร้อย แต่ลึกๆแล้วเขาก็มีจินตนาการสุดโต่งไม่แพ้ใคร
ตัวตนอีกด้านของเขาในชื่อ Professor Chaos คือภาพสะท้อนความคิดแบบเด็กๆ ที่อยากเป็นวายร้ายผู้ยิ่งใหญ่
แน่นอนว่าแผนการของเขามักออกมาน่ารักมากกว่าน่ากลัว และนั่นยิ่งทำให้ผู้คนรักตัวละครนี้มากขึ้นไปอีก
เพื่อนร่วมทีมที่ทั้งเก่งและฮา
Butters ถือเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมที่ผู้เล่นชื่นชอบมากที่สุด เขามีความสามารถที่ช่วยในการต่อสู้ได้ดี พร้อมกับบทสนทนาและมุกตลกที่สร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดการผจญภัย
หลายครั้งความไร้เดียงสาของเขากลายเป็นจุดขายที่ทำให้ฉากธรรมดากลายเป็นฉากฮาทันที
หัวใจแห่งความบริสุทธิ์ของเซาท์พาร์ก
ท่ามกลางเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย การเสียดสี และความบ้าคลั่ง Butters คือหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังมองโลกแบบเด็กจริงๆ เขาเชื่อในมิตรภาพ เชื่อในความดี และยังคงมองเห็นด้านสวยงามของชีวิตอยู่เสมอ
นั่นจึงทำให้ Butters ไม่ได้เป็นแค่ตัวละครตลก แต่เป็นตัวละครที่ช่วยสร้างความอบอุ่น และกลายเป็นหนึ่งในคนที่แฟนเซาท์พาร์กรักมากที่สุดตลอดมา

The New Kid — เด็กใหม่ที่กลายเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง
ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น The New Kid เด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองเซาท์พาร์ก สิ่งที่ตลกมากคือ ตัวละครนี้แทบไม่พูดเลยตลอดทั้งเกม แต่กลับถูกทุกคนปฏิบัติเหมือนเป็นผู้กล้าระดับตำนาน
ทั้งที่เพิ่งมาถึงเมืองได้ไม่นาน เขาก็ถูกดึงเข้าสู่สงครามแฟนตาซีของเด็กๆทันที
ฮีโร่เงียบที่ทุกฝ่ายต้องการตัว
แม้ The New Kid จะไม่พูดอะไร แต่เขากลับกลายเป็นคนสำคัญที่สุดของเรื่อง
- ฝ่ายมนุษย์ก็ต้องการตัว
- ฝ่ายเอลฟ์ก็อยากดึงไปเข้าพวก
- และทุกคนเริ่มเชื่อว่าเขามีพลังพิเศษบางอย่าง
ความเงียบของเขายิ่งทำให้สถานการณ์ฮาขึ้น เพราะตัวละครรอบข้างพูดแทน คิดแทน และยัดบทบาทใหญ่โตให้เขาเองทั้งหมด
มุกล้อเกม RPG แบบเจ็บๆ
The New Kid คือการล้อเลียนตัวเอกเกม RPG แบบเต็มๆ
ตัวละครผู้เล่นมักเป็นคนเงียบ แต่ทุกคนในโลกกลับฝากชะตากรรมไว้กับเขาแบบไม่มีเหตุผล
South Park เอาจุดนี้มาขยายจนกลายเป็นมุกสุดปั่น
ผู้กล้าที่ไม่ต้องพูดก็สร้างตำนานได้
สุดท้าย The New Kid กลายเป็นฮีโร่ของเรื่อง ไม่ใช่เพราะพูดเท่หรือมีบุคลิกชัด แต่เพราะเขาคือ “พื้นที่ว่าง” ให้ผู้เล่นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโลกเซาท์พาร์กได้เต็มๆ

Jimmy Valmer — นักกวีและนักดนตรีแห่ง South Park
ในโลกสุดปั่นของเซาท์พาร์ก ที่เต็มไปด้วยตัวละครแปลกๆ และเรื่องราวสุดหลุดโลก Jimmy Valmer คือหนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
Jimmy เป็นเด็กชายที่มีปัญหาด้านการพูด และต้องใช้ไม้ค้ำช่วยเดิน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่เคยปล่อยให้ข้อจำกัดเหล่านั้นมาหยุดความมั่นใจของตัวเอง ตรงกันข้าม… เขากลับเป็นคนที่กล้าแสดงออกและพร้อมสร้างรอยยิ้มให้คนรอบข้างอยู่เสมอ
นักแสดงตลกประจำเมือง
สิ่งที่แฟนๆจดจำ Jimmy ได้ดีที่สุด คือความพยายามในการเป็นนักแสดงตลก
แม้มุกของเขาหลายครั้งจะดูแปลกๆ หรือเล่นแบบหน้าตาย แต่กลับสร้างเสียงหัวเราะได้เสมอ
ความตลกของ Jimmy ไม่ได้มาจากการล้อเลียนใคร แต่เกิดจากความจริงใจ และความมั่นใจแบบเต็มร้อยของเขา นั่นทำให้ตัวละครนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว ที่แตกต่างจากคนอื่นในเซาท์พาร์ก
นักกวีและนักดนตรีผู้มีเอกลักษณ์
นอกจากเรื่องตลกแล้ว Jimmy ยังเป็นคนที่รักการแต่งเพลง การเขียนบทกวี และการแสดงบนเวที
เขาชอบใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสื่อสารความรู้สึกของตัวเอง และมักสร้างช่วงเวลาที่ทั้งฮาและอบอุ่นให้กับเรื่องราว
สีสันสำคัญของ The Stick of Truth
Jimmy เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้โลกของเกม ด้วยบุคลิกที่ร่าเริง ความมั่นใจเกินร้อย และบทพูดสุดกวนที่เป็นเอกลักษณ์ เขาจึงกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆจดจำ และชื่นชอบได้ไม่ยากเลย

Craig Tucker — เด็กที่หน้าตาเหมือนเหนื่อยกับทุกอย่าง
หนึ่งในตัวละครที่แฟนๆจำได้ง่ายมากคือ Craig Tucker เขาเป็นเด็กที่ดูเบื่อโลกตลอดเวลา สีหน้าเหมือนไม่อยากยุ่งกับใคร และมักพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แบบไม่อินกับความวุ่นวายรอบตัว
ในเมืองที่ทุกคนพร้อมทำเรื่องบ้าๆได้ทุกวินาที Craig จึงดูโดดเด่นมาก เพราะเขาเหมือนคนเดียวที่ยังถามตัวเองอยู่เสมอว่า
“พวกเรากำลังทำอะไรไร้สาระกันอยู่?”
ตัวละครที่มีเหตุผลที่สุดคนหนึ่ง
สิ่งที่ทำให้ Craig น่าสนใจ คือเขาไม่ได้พยายามเล่นเป็นฮีโร่ ไม่ได้อินกับสงครามแฟนตาซีเท่าคนอื่น และไม่ได้ตื่นเต้นกับเรื่องใหญ่โตที่เด็กๆสร้างขึ้นมาเอง หลายครั้งเขากลายเป็นเหมือนเสียงของเหตุผลในกลุ่ม
ในขณะที่คนอื่นกำลังจริงจังกับบทบาทพ่อมด เอลฟ์ หรืออัศวิน Craig มักมองสถานการณ์แบบตรงไปตรงมา และเห็นความไร้สาระของทุกอย่างชัดเจนที่สุด
ความเบื่อโลกที่กลายเป็นเสน่ห์
Craig อาจไม่ได้พูดเยอะหรือสร้างความวุ่นวายเท่า Cartman
แต่ความนิ่ง ความประชด และความไม่แคร์ของเขานี่แหละที่ทำให้แฟนๆชอบ
เขาคือตัวละครที่เหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในความบ้าคลั่งของเซาท์พาร์ก แล้วเลือกตอบสนองด้วยการถอนหายใจใส่มัน
คนปกติที่สุดในเมืองที่ไม่ปกติ
Craig จึงเป็นตัวละครที่ตลกในแบบเงียบๆ
เพราะยิ่งทุกอย่างรอบตัวเขามันเพี้ยน และบ้ามากแค่ไหน ความนิ่งของเขาก็ยิ่งฮามากขึ้นเท่านั้น
