ถ้าพูดถึงเกมที่ทำให้แฟน Harry Potter รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง ชื่อของ Hogwarts Legacy ต้องติดอยู่ในอันดับต้นๆ แบบแทบไม่ต้องคิด เพราะนี่ไม่ใช่แค่เกมที่ใช้ชื่อโลกเวทมนตร์มาขาย nostalgia เฉยๆ แต่มันคือเกมที่ทำให้ผู้เล่นได้ใช้ชีวิตอยู่ใน Hogwarts จริงๆ จนแฟนๆหลายคนถึงกับพูดว่านี่คือ เกมที่เราเฝ้ารอมาตั้งแต่เด็ก
แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้ไม่ได้เป็นแค่เกมโลกสวยเดินเที่ยวฮอกวอตส์อย่างเดียว แต่มันคือ “ตัวละคร” แม้เกมจะเกิดขึ้นในช่วงปี 1800s ก่อนยุค Harry Potter เกือบร้อยปี แต่ตัวละครหลายคนกลับน่าจดจำมาก ทั้งเพื่อนร่วมบ้าน อาจารย์ ตัวร้าย หรือแม้แต่ NPC บางคน หลายตัวละครมีปม มีแรงจูงใจ และมีเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจกว่าที่คิด และนี่คือ 9 ตัวละคร Memorable ที่ช่วยทำให้โลกฮอกวอตส์ยุคอดีต มีชีวิตขึ้นมาแบบสมบูรณ์
Hogwarts Legacy คือเกมที่ทำให้ “ชีวิตใน Hogwarts” เป็นจริง
ก่อนหน้านี้เกม Harry Potter ส่วนใหญ่มักเดินตามเนื้อเรื่องของหนังหรือหนังสือเป็นหลัก ผู้เล่นจึงเหมือนแค่เข้าไปเล่นตามเหตุการณ์สำคัญของเรื่องเท่านั้น แต่ Hogwarts Legacy แตกต่างออกไป เพราะเกมนี้เปิดโอกาสให้เราใช้ชีวิตในโลกเวทมนตร์แบบเต็มรูปแบบจริงๆ
ผู้เล่นสามารถเดินสำรวจปราสาทฮอกวอตส์ ได้แทบทุกมุม ตั้งแต่บันไดเวียน ห้องเรียนลับ ไปจนถึงทางเดินที่เต็มไปด้วยภาพวาดพูดได้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่แฟนๆเคยฝันอยากทำ ไม่ว่าจะเป็นเรียนเวท ปรุงยา เลี้ยงสัตว์วิเศษ บินไม้กวาด หรือดวลเวทกับพ่อมดคนอื่น รายละเอียดเหล่านี้ทำให้โลกของเกมดูมีชีวิต จนหลายคนรู้สึกเหมือนได้เป็นนักเรียนฮอกวอตส์จริงๆสักครั้ง
โลกเวทมนตร์ยุค 1800s ที่ทั้งขลังและลึกลับ
อีกจุดที่ทำให้เกมนี้มีเสน่ห์มาก คือการเลือกใช้ช่วงเวลาในยุค 1800s ซึ่งเป็นช่วงก่อนเหตุการณ์ Harry Potter หลายสิบปี
บรรยากาศของโลกเวทมนตร์ยุคนี้จึงมีความ Victorian Fantasy สูงมาก ทุกอย่างดูคลาสสิกและลึกลับกว่าเดิม ทั้งเสื้อผ้าสไตล์ยุโรปเก่า ร้านค้าตามหมู่บ้าน Hogsmeade หรือแม้แต่การตกแต่งภายในปราสาทฮอกวอตส์ ที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากนิทานแฟนตาซีโบราณ
โลกเวทมนตร์ที่ “ขลัง” กว่ายุคเดิม
ความแตกต่างสำคัญคือ โลกใน Hogwarts Legacy ยังไม่ทันสมัยแบบยุค Harry Potter ทุกอย่างจึงดูมีมนตร์ขลังมากกว่า ทั้งวิธีใช้เวท การใช้ชีวิต และบรรยากาศรอบตัว
มันทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังสำรวจยุคทองของโลกเวทมนตร์ ที่เต็มไปด้วยความลับ ตำนาน และเสน่ห์แบบแฟนตาซีคลาสสิกจริงๆ

Sebastian Sallow — เด็กหนุ่มที่เดินเข้าใกล้ศาสตร์มืดทีละก้าว
ถ้าพูดถึงตัวละครที่ตัวละครที่ขโมยทุกซีนใน Hogwarts Legacy ชื่อของ Sebastian Sallow แทบจะโผล่มาเป็นอันดับแรกเสมอ เขาเป็นนักเรียนบ้าน Slytherin ที่ตอนแรกดูเหมือนเด็กหนุ่มมั่นใจ ขี้เล่น กวนๆ และมีเสน่ห์แบบคนที่พร้อมจะพาเราไปทำเรื่องเสี่ยงตลอดเวลา
แต่ยิ่งเล่นเนื้อเรื่องของเขามากเท่าไร ผู้เล่นก็ยิ่งเริ่มเห็นว่า Sebastian ไม่ใช่แค่เพื่อนสายแบดบอยธรรมดา เพราะเขาคือหนึ่งในตัวละครที่มีมิติ และซับซ้อนที่สุดของทั้งเกม
คนที่ไม่ได้เลือกศาสตร์มืด เพราะอยากชั่ว
สิ่งที่ทำให้ Sebastian น่าสนใจมาก คือเหตุผลที่เขาเริ่มเข้าใกล้ศาสตร์มืด มันไม่ได้เกิดจากความทะเยอทะยานแบบจอมมาร หรืออยากมีอำนาจเหนือใคร แต่เพราะเขาอยากช่วย Anne น้องสาวของตัวเอง ที่กำลังทรมานจากคำสาปร้ายแรง
Sebastian จึงค่อยๆถลำลึกลงไปในเวทต้องห้ามทีละนิด ด้วยความหวังว่า “สักที่ต้องมีวิธีช่วยเธอได้” และตรงนี้เองที่ทำให้ตัวละครนี้ทั้งเศร้าและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
ตัวละครที่ทำให้ผู้เล่นตั้งคำถามกับตัวเอง
Quest Line ของ Sebastian ไม่ได้มีแค่เรื่องเวทมนตร์ แต่เต็มไปด้วยคำถามด้านศีลธรรม
ถ้าเป็นเรา… เราจะยอมใช้ศาสตร์มืดเพื่อช่วยคนที่รักไหม? แล้วเราจะหยุดตัวเองได้ตรงไหน
นี่แหละคือเสน่ห์ของ Sebastian เพราะเขาไม่ใช่คนเลวโดยกำเนิด แต่เป็นคนธรรมดาที่ค่อยๆ ถูกความรัก ความสิ้นหวัง และความเจ็บปวดผลักให้เดินลึกเข้าไปในความมืดทีละก้าว และนั่นคือเหตุผลที่หลายคน ยกให้เขาเป็นตัวละครที่เขียนดีที่สุด

Ominis Gaunt — ทายาทตระกูลมืด ที่ไม่อยากเดินตามอดีตของครอบครัว
Ominis Gaunt คืออีกหนึ่งตัวละครจากบ้าน Slytherin ที่แฟนเกมชื่นชอบมาก เพราะเขาเป็นตัวละครที่ดูนิ่ง สุขุม และมีบรรยากาศบางอย่างที่ชวนให้รู้สึกเศร้าตลอดเวลา
สิ่งที่โดดเด่นทันทีคือ Ominis เป็นคนตาบอด แต่สามารถใช้เวทมนตร์นำทางตัวเองได้อย่างแม่นยำ รายละเอียดเล็กๆ นี้ทำให้โลกเวทมนตร์ของเกมดูสมจริง และมีเสน่ห์มากขึ้น เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเวทมนตร์ไม่ได้มีไว้แค่ต่อสู้ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันจริงๆ
ทายาทของสายเลือดที่เต็มไปด้วยความมืด
เบื้องหลังที่ทำให้ Ominis เป็นตัวละครที่น่าจดจำ คือเขามาจากตระกูล Gaunt ตระกูลเลือดบริสุทธิ์ที่หมกมุ่นกับศาสตร์มืด และเป็นสายเลือดเดียวกับ Voldemort ในอนาคต
Ominis เติบโตมากับความรุนแรง การทรมาน และแนวคิดสุดโต่งจากครอบครัว เขาเคยถูกบังคับให้ใช้เวทต้องห้ามตั้งแต่ยังเด็ก จนเกิดบาดแผลทางจิตใจที่ตามหลอกหลอนมาตลอดชีวิต
คนที่พยายามหนีจาก “โชคชะตา” ของตัวเอง
สิ่งที่ทำให้ Ominis น่าสนใจมาก คือเขาไม่ได้อยากเป็นเหมือนครอบครัวตัวเอง เขาเกลียดศาสตร์มืด และพยายามต่อต้านสิ่งที่ตระกูล Gaunt เชื่อมาตลอด
นั่นทำให้ตัวละครนี้ดูน่าสงสารมาก เพราะเขาเหมือนคนที่ต้องต่อสู้กับเงาของอดีตทุกวัน พยายามพิสูจน์ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องกลายเป็นปีศาจ เพียงเพราะเกิดมาในสายเลือดที่เต็มไปด้วยความมืด และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Ominis กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนเกม รู้สึกผูกพันมากที่สุดคนหนึ่ง

Professor Fig — อาจารย์ผู้เป็นเหมือนพ่อคนที่สองของผู้เล่น
Professor Eleazar Fig คือหนึ่งในตัวละครสำคัญที่สุด และเป็นคนที่อยู่เคียงข้างผู้เล่นแทบตลอดการผจญภัย เขาเป็นอาจารย์ที่สนใจปริศนา Ancient Magic และเป็นคนแรกๆที่เชื่อว่าพลังของผู้เล่น อาจเกี่ยวข้องกับบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ทุกคนคิด
ตั้งแต่ช่วงต้นเกม Fig ไม่ได้ปฏิบัติกับเราเหมือนเด็กนักเรียนธรรมดา แต่เหมือนคนที่พร้อมรับฟังและเชื่อใจจริงๆ นั่นทำให้ผู้เล่นหลายคนรู้สึกผูกพันกับเขาแบบไม่รู้ตัว
อาจารย์ที่ดู “เป็นมนุษย์” มากที่สุดคนหนึ่ง
สิ่งที่ทำให้ Professor Fig แตกต่างจากอาจารย์หลายคนใน Hogwarts คือเขาไม่ได้ถูกเขียนให้เป็นพ่อมดสมบูรณ์แบบ เขาเป็นคนที่เต็มไปด้วยความเศร้า ความเสียใจ และยังจมอยู่กับอดีตเกี่ยวกับภรรยาของตัวเอง
หลายครั้งเราจะเห็นว่า Fig พยายามเข้มแข็ง แต่ลึกๆ แล้วเขาเองก็มีบาดแผลในใจที่ยังไม่หายดี และนั่นแหละที่ทำให้ตัวละครนี้ดูจริงมากขึ้น
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ กลายเป็นครอบครัว
ตลอดทั้งเกม ความสัมพันธ์ระหว่าง Fig กับผู้เล่นจะค่อยๆ พัฒนาแบบอบอุ่น เขาไม่ได้เป็นแค่อาจารย์ที่ให้เควสต์ แต่เหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งที่คอยสนับสนุน ปกป้อง และเป็นห่วงเราอยู่ตลอดเวลา
จนสุดท้าย หลายคนเริ่มรู้สึกว่า Fig ไม่ต่างจากพ่อคนที่สอง ของตัวละครหลักเลย โดยเฉพาะช่วงท้ายเกม ที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความสูญเสีย จนกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่แฟนเกม พูดถึงมากที่สุดช่วงหนึ่งของเกมเลยจริงๆ

Ranrok — ก็อบลินที่ไม่ได้มองตัวเองเป็น “ตัวร้าย”
Ranrok คือศัตรูหลักของ Hogwarts Legacy และเป็นผู้นำการกบฏของเหล่าก็อบลิน แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากวายร้ายแฟนตาซีทั่วไป คือเกมไม่ได้เขียนให้เขาเป็นตัวร้ายแบบแบนๆ ที่ทำลายโลกเพียงเพราะความชั่ว
ตรงกันข้าม ตัวเกมพยายามทำให้ผู้เล่นเข้าใจว่า ความโกรธของ Ranrok มีต้นตอมาจากการถูกกดขี่มายาวนาน ในโลกเวทมนตร์ ก็อบลินมักถูกมองต่ำ ถูกจำกัดสิทธิ์ และไม่มีอำนาจเท่าเหล่าพ่อมดแม่มด แม้จะมีความสามารถ และวัฒนธรรมของตัวเองก็ตาม
ความโกรธที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความสุดโต่ง
Ranrok จึงไม่ได้ลุกขึ้นต่อต้านเพราะอยากเป็นจอมวายร้าย แต่เพราะเขาเชื่อว่าระบบในโลกเวทมนตร์ ไม่เคยยุติธรรมกับพวกพ้องของเขาเลย
ปัญหาคือ ยิ่งความโกรธสะสมมากขึ้น วิธีการของเขาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มกลายเป็นคนที่พร้อมทำทุกอย่าง เพื่อเปลี่ยนโลก แม้ต้องแลกด้วยความสูญเสียมากมายก็ตาม นี่ทำให้ Ranrok เป็นตัวละครที่น่าสนใจ เพราะแม้ผู้เล่นอาจไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา แต่ก็ยากจะบอกว่าเขาผิดทั้งหมด
โลกที่ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ
และนี่คือจุดที่ทำให้เนื้อเรื่องของเกม ดูมีมิติมากขึ้น เพราะมันไม่ได้เล่าแค่เรื่องฝ่ายดีสู้ฝ่ายร้าย แต่พูดถึงความไม่เท่าเทียม อำนาจ และผลของการกดขี่ที่สะสมมานาน
Ranrok จึงเป็นมากกว่าศัตรูหลักของเกม เขาคือภาพแทนของความโกรธจากคนที่รู้สึกว่า โลกไม่เคยมองพวกเขาเป็นคนเท่าเทียมเลยต่างหาก

Natsai Onai — เด็กสาวผู้กล้าหาญจาก Uagadou
Natsai Onai หรือที่หลายคนเรียกว่า Natty คือหนึ่งในตัวละครที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและจริงใจที่สุด เธอเป็นนักเรียนบ้าน Gryffindor ที่ย้ายมาจาก Uagadou โรงเรียนเวทมนตร์ชื่อดังในแอฟริกา
ตั้งแต่แรกเจอ Natty ก็เป็นคนที่เข้าหาง่าย เป็นมิตร และพร้อมช่วยเหลือคนอื่นเสมอ ไม่ว่าปัญหาจะอันตรายแค่ไหน เธอก็มักเป็นคนแรกๆ ที่กล้าเดินเข้าไปเผชิญหน้า
ความกล้าหาญที่มาพร้อมหัวใจที่แข็งแกร่ง
Natty มีบุคลิกแบบ Gryffindor ชัดมาก เธอกล้าหาญ มุ่งมั่น และไม่ชอบเห็นคนอ่อนแอถูกเอาเปรียบ บางครั้งความอยากช่วยเหลือผู้อื่นของเธอก็ทำให้ตัวเองต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงเหมือนกัน
แต่สิ่งที่ทำให้ผู้เล่นชอบ Natty คือเธอไม่ได้เก่งเพราะอยากเป็นฮีโร่ เธอแค่เป็นคนที่ไม่อยากยืนดูเฉยๆ เวลามีใครกำลังเดือดร้อน เป็นเพื่อนแท้ที่พร้อมยืนเคียงข้างผู้เล่นเสมอ
ตัวละครที่ทำให้โลกเวทมนตร์กว้างขึ้น
อีกจุดที่น่าสนใจมาก คือ Natty ช่วยขยายโลกของ Harry Potter ให้กว้างกว่าเดิม เพราะก่อนหน้านี้แฟนๆ ส่วนใหญ่มักคุ้นแค่โรงเรียน Hogwarts
แต่ผ่านเรื่องราวของเธอ เราได้รู้จัก Uagadou โรงเรียนเวทมนตร์ในแอฟริกา รวมถึงวัฒนธรรมและวิธีใช้เวทที่แตกต่างออกไป Natty จึงเป็นเหมือนตัวแทนที่ทำให้ผู้เล่นรู้ว่า โลกของพ่อมดแม่มดนั้นกว้างใหญ่กว่าที่เคยคิด และฮอกวอตส์ก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของโลกเวทมนตร์เท่านั้น

Poppy Sweeting — เด็กสาวที่รักสัตว์วิเศษมากกว่ามนุษย์บางคน
Poppy Sweeting คือหนึ่งในตัวละครที่แฟนเกมเอ็นดูมากที่สุด ตั้งแต่แรกเห็น เธอเป็นนักเรียนบ้าน Hufflepuff ที่ดูสดใส ใจดี และมีพลังงานแบบคนที่รักโลกทั้งใบ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง “สัตว์วิเศษ” ดวงตาของเธอจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นทันที
สำหรับ Poppy สัตว์วิเศษไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตแปลกมหัศจรรย์ แต่เป็นเพื่อน เป็นครอบครัว และเป็นสิ่งที่ควรได้รับการปกป้อง เหมือนมนุษย์คนหนึ่ง
อดีตที่ทำให้เธอเลือกเส้นทางนี้
เบื้องหลังรอยยิ้มของ Poppy จริงๆแล้วเต็มไปด้วยบาดแผล เพราะครอบครัวของเธอมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการลักลอบค้าสัตว์วิเศษและการทำร้ายพวกมัน
นั่นทำให้เธอเติบโตมาพร้อมความรู้สึกต่อต้านเรื่องเหล่านี้อย่างรุนแรง และยิ่งทำให้เธอมุ่งมั่น ที่จะช่วยเหลือสัตว์วิเศษทุกตัวที่กำลังเดือดร้อน Poppy จึงไม่ใช่แค่เด็กสาวน่ารัก แต่เป็นคนที่กล้ายืนหยัดเพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อจริงๆ
เส้นเรื่องที่อบอุ่นที่สุดในเกม
Quest Line ของ Poppy เป็นหนึ่งในเส้นเรื่องที่หลายคนรักมาก เพราะมันเต็มไปด้วยความอบอุ่น การผจญภัย และช่วงเวลาที่ทำให้โลกเวทมนตร์ดูมีชีวิตขึ้นมาก
ผู้เล่นจะได้พบสัตว์วิเศษหลากหลายชนิด ได้เห็นด้านอ่อนโยนของโลก Harry Potter และได้รู้ว่า บางครั้งความเมตตา ก็อาจเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้เวทมนตร์เลยเหมือนกัน

Lodgok — ก็อบลินที่พิสูจน์ว่าไม่ใช่ทุกคนจะเลือกสงคราม
ใน Hogwarts Legacy เหล่าก็อบลินส่วนใหญ่ มักถูกเชื่อมโยงกับการกบฏและความรุนแรง โดยเฉพาะฝั่งของ Ranrok แต่ Lodgok คือหนึ่งในตัวละครที่ทำให้ผู้เล่นเริ่มมองโลกเวทมนตร์ในมุมที่ต่างออกไป
เขาเป็นก็อบลินที่เลือกช่วยผู้เล่น แม้ตัวเองจะมีความเกี่ยวข้องกับฝ่ายของ Ranrok ก็ตาม และนั่นทำให้เขากลายเป็นตัวละครที่โดดเด่นทันที เพราะเขาพิสูจน์ว่าคนในฝ่ายเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันเสมอไป
คนที่เลือกสันติ แทนความเกลียดชัง
สิ่งที่ทำให้ Lodgok น่าจดจำ คือบุคลิกที่สงบ สุขุม และดูเป็นคนที่เหนื่อยกับความขัดแย้ง เขาไม่ได้ต้องการสงคราม ไม่ได้อยากเห็นโลกเต็มไปด้วยความสูญเสีย และพยายามหาวิธีหยุดความรุนแรง ด้วยเหตุผลมากกว่าความโกรธ
ในโลกที่เต็มไปด้วยการแบ่งฝ่าย Lodgok จึงกลายเป็นตัวแทนของคนที่ยังเชื่อว่า การพูดคุยและความเข้าใจอาจสำคัญกว่าการแก้ปัญหาด้วยกำลัง
ความสัมพันธ์ที่สะท้อนเรื่องครอบครัวและอุดมการณ์
อีกจุดที่น่าสนใจมาก คือความสัมพันธ์ระหว่าง Lodgok กับ Ranrok เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมาจากครอบครัวหรือเผ่าพันธุ์เดียวกัน คนเราก็สามารถเลือกเส้นทางชีวิตต่างกันได้
คนหนึ่งเลือกความโกรธ อีกคนเลือกความสงบ และนั่นทำให้ Lodgok เป็นตัวละครที่ช่วยเพิ่มมิติให้เนื้อเรื่องของเกมมากขึ้น เพราะเกมไม่ได้เล่าแค่สงครามระหว่างฝ่ายดี และฝ่ายร้าย แต่พูดถึง “ทางเลือก” ของแต่ละคนด้วยเช่นกัน

Professor Garlick — อาจารย์ Herbology ที่แฟนเกมตกหลุมรักทันที
พูดแบบไม่อ้อมเลยว่า Professor Garlick คือหนึ่งในตัวละครที่แฟนเกมตกหลุมรักเร็วที่สุด ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปรากฏตัว เธอก็ให้พลังงานอบอุ่น สดใส และเป็นกันเองแบบที่ทำให้บรรยากาศของ Hogwarts ดูมีชีวิตขึ้นทันที
เธอเป็นอาจารย์วิชา Herbology หรือวิชาสมุนไพรเวทมนตร์ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความใจดี และความรักในธรรมชาติแบบเห็นได้ชัด ทุกครั้งที่อยู่ในห้องเรียนของเธอ ผู้เล่นจะรู้สึกเหมือนได้พักจากเรื่องเครียดๆ ของเนื้อเรื่องหลัก
ความสดใสที่ทำให้คนเล่นจดจำ
แม้ Professor Garlick จะไม่ได้มีเส้นเรื่องดราม่าหนัก หรือความลับซับซ้อนเหมือนตัวละครอื่น แต่สิ่งที่ทำให้เธอโดดเด่น คือเสน่ห์ความเป็นมนุษย์ ที่ดูจริงใจมาก
เธอไม่ได้ดูเป็นอาจารย์เคร่งขรึมแบบคลาสสิก แต่เหมือนคนที่มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำจริงๆ เวลาพูดถึงต้นไม้หรือสมุนไพรเวทมนตร์ แววตาของเธอดูเต็มไปด้วยความตื่นเต้น จนคนเล่นสัมผัสได้
ตัวละครที่ทำให้ Hogwarts ดูน่าอยู่
Professor Garlick จึงเป็นเหมือนตัวแทนของด้านอบอุ่นในโลกเวทมนตร์ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Hogwarts Legacy รู้สึกเหมือนโรงเรียนที่มีชีวิต จนแฟนเกมหลายคนพูดเล่นกันว่า
“ถ้ามีอาจารย์แบบนี้จริง คงอยากไปเรียนทุกวัน”
และนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ตัวละครนี้ กลายเป็นขวัญใจของผู้เล่นจำนวนมาก แบบไม่ต้องมีดราม่าหนักๆเลยจริงๆ

Professor Sharp — อาจารย์ปรุงยาที่ดูเข้ม แต่จริงๆใจดี
Professor Sharp คือหนึ่งในอาจารย์ที่หลายคนตอนแรกแอบกลัว เพราะเขาดูดุ เคร่งขรึม และจริงจังตลอดเวลา ทั้งสีหน้า น้ำเสียง และบรรยากาศรอบตัวทำให้เขาดูเหมือนคนที่เข้าถึงยากมากที่สุดคนหนึ่ง
แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ ผู้เล่นจะเริ่มเห็นว่าภายใต้บุคลิกเข้มๆนั้น จริงๆแล้วเขาเป็นคนที่ใส่ใจนักเรียนมาก และค่อนข้างจริงใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ
อดีต Auror ที่ผ่านโลกโหดร้ายมาแล้ว
สิ่งที่ทำให้ Professor Sharp ดูแตกต่างจากอาจารย์คนอื่น คือภูมิหลังของเขา เขาเคยเป็น Auror หรือพ่อมดมือปราบมารมาก่อน ซึ่งหมายความว่าเขาเคยผ่านทั้งอันตราย ความสูญเสีย และด้านมืดของโลกเวทมนตร์ มามากกว่าคนทั่วไป
นั่นทำให้เขากลายเป็นคนเงียบๆ ระมัดระวัง และไม่ใช่คนที่แสดงอารมณ์ออกมาตรงๆ แต่ในขณะเดียวกัน ประสบการณ์เหล่านั้นก็ทำให้เขาเข้าใจว่า โลกภายนอก Hogwarts อันตรายแค่ไหน และทำไมการเตรียมนักเรียนให้พร้อมจึงสำคัญมาก
ตัวละครที่ดู “เป็นคนจริงๆ”
หลายคนชอบ Professor Sharp เพราะเขาดูสมจริง เขาไม่ได้ถูกเขียนให้เป็นอาจารย์แฟนตาซีแบบเวอร์เกินไป แต่เหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ผ่านชีวิตหนักๆ มาแล้ว และเลือกใช้ความเข้มงวด เพื่อปกป้องคนอื่น
นั่นทำให้เขาเป็นตัวละครที่แม้จะไม่ได้หวือหวา แต่กลับมีเสน่ห์ และน่าจดจำมากในสายตาของแฟนเกม Hogwarts Legacy
