ถ้าจะพูดถึงเกม RPG ที่ถูกยกให้เป็นระดับตำนานของวงการเกม ชื่อของ The Witcher 3: Wild Hunt คือเกมที่แทบทุกคนต้องนึกถึง แม้เวลาจะผ่านมาหลายปี แต่เกมนี้ก็ยังถูกพูดถึงอยู่ตลอด ทั้งเรื่องเนื้อหา โลกในเกม ระบบเควสต์ เพลงประกอบ หรือแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้โลกของเกมดูมีชีวิตแบบเหลือเชื่อ นี่คือเหตุผลที่หลายคนเล่นจบแล้ว ยังจำบทพูด สีหน้า และเรื่องราวของตัวละครเหล่านี้ได้แม่นเหมือนเพิ่งเล่นเมื่อวาน และนี่คือ 9 ตัวละครที่น่าจดจำจากโลกนักล่าปีศาจ ที่ทำให้เกมนี้กลายเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดตลอดกาล!
ทำไมตัวละครใน The Witcher 3 ถึงน่าจดจำกว่าหลายเกม
สิ่งที่ทำให้ The Witcher 3 แตกต่างจาก เกม RPG หลายเกม คือการเขียนตัวละครให้ดูเหมือนคนจริงๆ มากกว่าแค่ฮีโร่หรือ NPC ทั่วไป ทุกคนมีอดีต มีบาดแผล และมีด้านที่ทั้งดีและแย่ปะปนกัน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบแบบนิยายแฟนตาซีคลาสสิก
Geralt เองก็เคยตัดสินใจผิดพลาด Yennefer ก็มีมุมเห็นแก่ตัว ส่วน Bloody Baron แม้จะเป็นตัวละครที่ทำเรื่องเลวร้าย แต่เกมก็ยังทำให้ผู้เล่นเข้าใจความเจ็บปวดของเขาได้ นี่แหละที่ทำให้โลกของเกมดูมีชีวิตจริงๆ
โลกที่ไม่มีถูก หรือผิดชัดเจน
เดอะ วิทเชอร์ 3: ไวลด์ ฮันท์ คือโลกที่ศีลธรรมเต็มไปด้วยสีเทา เกมไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนถูกหรือผิดเสมอไป หลายครั้งการช่วยคนหนึ่ง อาจทำให้อีกคนต้องเจ็บปวด หรือบางเควสต์ การฆ่าสัตว์ประหลาดกลับเลวร้ายกว่าปล่อยมันเอาไว้
นี่จึงไม่ใช่เกมแนว “รับเควสต์ → ฆ่ามอนสเตอร์ → รับเงิน” ธรรมดา แต่คือเรื่องราวของมนุษย์ ความสูญเสีย และผลลัพธ์จากการตัดสินใจ
ผู้คนในโลกนี้ คือเหตุผลที่คนยังเล่นซ้ำ
แม้เกมจะมีโลกกว้าง กราฟิกสวย และระบบต่อสู้สนุก แต่สิ่งที่ทำให้คนยังกลับไปเล่นซ้ำ คือตัวละครอย่าง Geralt, Ciri, Yennefer, Vesemir หรือ Regis เพราะทุกคนต่างทิ้งความทรงจำบางอย่างไว้ในใจผู้เล่นแบบไม่รู้ตัว

Geralt of Rivia — นักล่าปีศาจผู้เย็นชา แต่จริงๆอบอุ่นกว่าที่คิด
ชายผมขาวที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของ The Witcher
ถ้าพูดถึง The Witcher แล้วไม่มี Geralt of Rivia ก็คงเหมือนโลกเวทมนตร์ที่ไม่มี Harry Potter เพราะ Geralt คือหัวใจสำคัญของทั้งแฟรนไชส์ เขาคือนักล่าปีศาจหรือ Witcher ที่ผ่านการทดลองกลายพันธุ์มาตั้งแต่เด็ก จนมีพละกำลังเหนือมนุษย์ รีเฟลกซ์รวดเร็ว และใช้ชีวิตยืนยาวกว่าคนทั่วไป
ด้วยดวงตาสีเหลือง หน้าตานิ่งๆ และบุคลิกพูดน้อย ทำให้หลายคนมองเขาเป็นคนเย็นชา หรือแทบไม่มีอารมณ์ความรู้สึก แต่จริงๆแล้ว Geralt เป็นตัวละครที่มีหัวใจมากกว่าที่เห็นเยอะ
คนที่โลกมองว่าเป็นสัตว์ประหลาด
ในโลกของ The Witcher ผู้คนจำนวนมากมอง Witcher เป็นเพียงเครื่องมือฆ่าปีศาจ หรือไม่ก็ตัวประหลาดที่ไม่ควรไว้ใจ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Geralt กลับมีศีลธรรม และความเมตตามากกว่ามนุษย์หลายคนในโลกนั้นเสียอีก
เขาอาจดูเหนื่อยโลก ชอบตอบสั้นๆ และทำเหมือนไม่สนใจอะไร แต่ลึกๆ แล้ว เขาแคร์คนรอบตัวมาก โดยเฉพาะ Ciri ที่เขารักเหมือนลูกแท้ๆ และ Yennefer ที่เป็นเหมือนคนสำคัญที่สุดในชีวิต
ตัวแทนของโลกสีเทาใน The Witcher
Geralt ยังเป็นตัวละครที่สะท้อนธีมหลักของเกมได้ดีที่สุด เพราะโลกนี้ไม่มีถูก หรือผิดแบบชัดเจน หลายครั้งผู้เล่นต้องเลือกระหว่างสิ่งเลวร้ายสองอย่าง และไม่มีทางออกที่สมบูรณ์จริงๆ
นั่นแหละคือเสน่ห์ของ Geralt และ The Witcher เพราะมันทำให้เรารู้ว่า บางครั้งการเป็นคนดีในโลกที่โหดร้าย อาจยากกว่าการล่าปีศาจเสียอีก

Ciri — เด็กสาวผู้เป็นทั้งความหวังและหายนะของโลก
Ciri คือหนึ่งในตัวละครที่โดดเด่น และเป็นที่รักมากที่สุดของ The Witcher เธอไม่ได้เป็นแค่ลูกสาวบุญธรรมของ Geralt แต่คือศูนย์กลางของชะตากรรมทั้งโลก เพราะเธอมีพลัง Elder Blood พลังโบราณที่สามารถเปลี่ยนอนาคตของทุกสิ่งได้
หลายฝ่ายตามล่าเธอ ไม่ว่าจะเพื่อปกป้อง ควบคุม หรือใช้พลังของเธอในแบบที่ตัวเองต้องการ นั่นทำให้ชีวิตของ Ciri เต็มไปด้วยการหนี การต่อสู้ และความกดดันที่หนักเกินวัยมาตลอด
เด็กสาวที่ไม่ได้รอให้ใครมาช่วย
สิ่งที่ทำให้ Ciri แตกต่างจากตัวละครหญิงในแฟนตาซีทั่วไป คือเธอไม่ใช่เจ้าหญิงที่ต้องรอคนช่วย เธอสามารถจับดาบ ต่อสู้ เอาตัวรอด และลุกขึ้นจากความเจ็บปวดได้ด้วยตัวเอง
แต่ถึงจะดูแข็งแกร่งแค่ไหน ลึกๆแล้ว Ciri ก็ยังเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง ที่อยากใช้ชีวิตธรรมดา อยากมีอิสระ และอยากหนีจากโลกที่พยายามกำหนดชะตาชีวิตของเธอตลอดเวลา
ความสัมพันธ์ที่ทำให้เกมเต็มไปด้วยหัวใจ
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ Ciri ทรงพลังมาก คือความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ Geralt มันไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน แต่เป็นความสัมพันธ์ของคนสองคนที่เลือกจะเป็นครอบครัว
Geralt ไม่ได้ปกป้อง Ciri เพราะโชคชะตาเพียงอย่างเดียว แต่เพราะเขารักเธอเหมือนลูกจริงๆ และนั่นทำให้ทุกฉากของทั้งคู่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความอบอุ่น และความรู้สึกที่ทำให้ผู้เล่นผูกพันกับพวกเขาแบบยากจะลืม

Yennefer of Vengerberg — แม่มดที่ทั้งอันตราย ฉลาด และมีเสน่ห์เกินต้าน
ถ้าพูดถึงตัวละครหญิงที่โดดเด่นที่สุดใน The Witcher 3 ชื่อของ Yennefer of Vengerberg ต้องอยู่ในอันดับต้นๆ แบบแทบไม่ต้องเถียง เธอคือแม่มดที่ทั้งสวย ฉลาด และเต็มไปด้วยออร่าที่ทำให้ทุกฉากที่เธอปรากฏตัวดูทรงพลังขึ้นทันที
Yennefer เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง พูดตรง ฉลาดทันคน และไม่ยอมให้ใครมาควบคุมชีวิตง่ายๆ เธอจึงดูเป็นผู้หญิงที่ทั้งน่าเกรงขามและอันตรายในเวลาเดียวกัน
เบื้องหลังความแข็งแกร่ง คือบาดแผลในอดีต
แม้ภายนอก Yennefer จะดูเหมือนคนที่ควบคุมทุกอย่างได้ แต่จริงๆ แล้วชีวิตของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอเคยถูกดูถูก ถูกมองว่าไร้ค่า และต้องสูญเสียหลายอย่างเพื่อแลกกับพลังและสถานะที่มีในปัจจุบัน
นั่นทำให้เธอกลายเป็นคนที่สร้างกำแพงขึ้นมาปกป้องตัวเองตลอดเวลา เพราะลึกๆ แล้ว เธอกลัวการถูกทำร้ายอีกครั้ง
ความรักที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ
สิ่งที่ทำให้ Yennefer มีเสน่ห์มาก คือเธอไม่ได้ถูกเขียนให้เป็นแฟนพระเอกแบบเรียบง่าย เธอมีเป้าหมาย ความคิด และเส้นทางชีวิตของตัวเองชัดเจน เวลาที่เธออยู่กับ Geralt ทั้งคู่มักมีปากเสียง ทะเลาะ หรือเห็นต่างกันตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็เข้าใจกันมากที่สุดเช่นกัน
และนั่นแหละที่ทำให้ความสัมพันธ์ของ Geralt กับ Yennefer ดูสมจริง เพราะมันไม่ได้มีแค่ความหวาน แต่มันเต็มไปด้วยความรัก ความเจ็บปวด และการยอมรับตัวตนของกันและกันทั้งหมดด้วย

Triss Merigold — แม่มดผู้เป็นความอบอุ่นท่ามกลางโลกอันโหดร้าย
ถ้า Yennefer คือเปลวไฟที่ทั้งร้อนแรงและอันตราย Triss Merigold ก็คงเปรียบได้กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทำให้โลกอันโหดร้ายของ The Witcher ดูมีความหวังขึ้นมาอีกนิด
Triss เป็นหนึ่งในตัวละครหญิงที่แฟนเกมรักมากที่สุด เพราะเธอมีบุคลิกที่อ่อนโยน เป็นกันเอง และเข้าถึงง่ายกว่าพ่อมดแม่มดหลายคนในโลกนี้ เวลาที่เธออยู่กับ Geralt จะให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายใจ เหมือนเป็นช่วงพักหายใจท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยสงครามและความสูญเสีย
ผู้หญิงที่อ่อนโยน… แต่ไม่ได้อ่อนแอ
แม้ Triss จะดูใจดีและนุ่มนวล แต่เธอไม่ใช่ตัวละครที่อ่อนแอเลย เธอผ่านทั้งสงคราม การเมือง ความเกลียดชังต่อผู้ใช้เวท และการถูกตามล่าจากผู้มีอำนาจมาแล้วมากมาย
สิ่งที่ทำให้ Triss น่าสนใจ คือแม้โลกจะโหดร้ายกับเธอแค่ไหน เธอก็ยังเลือกจะช่วยเหลือผู้คนอยู่เสมอ โดยเฉพาะเหล่าผู้ใช้เวทที่ถูกกดขี่และไล่ล่า
เหตุผลที่แฟนเกมยังเลือกไม่ถูก
Triss จึงกลายเป็นตัวแทนของความหวัง และความอบอุ่นในโลก The Witcher และนั่นทำให้เธอกลายเป็นคู่รักที่แฟนเกมจำนวนมากหลงรัก
จนถึงทุกวันนี้ คนเล่นก็ยังเถียงกันไม่จบว่าควรเลือกทีม Yen หรือทีม Triss เพราะทั้งสองคนต่างมีเสน่ห์คนละแบบ และต่างก็สำคัญกับชีวิตของ Geralt ในแบบที่แทนกันไม่ได้เลยจริงๆ

Vesemir — อาจารย์ผู้เปรียบเหมือนพ่อของเหล่า Witcher
Vesemir คือ Witcher รุ่นเก๋าที่เปรียบเหมือนเสาหลักของ Kaer Morhen และโรงเรียนหมาป่า เขาไม่ใช่แค่นักล่าปีศาจธรรมดา แต่เป็นทั้งอาจารย์ ผู้ดูแล และเหมือน “พ่อ” ของ Geralt รวมถึง Witcher รุ่นหลังทุกคน
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปรากฏตัว Vesemir ให้ความรู้สึกอบอุ่นทันที แม้ภายนอกจะดูเป็นชายชราผ่านศึกที่เคร่งขรึม แต่ลึกๆ แล้วเขาเป็นคนที่ห่วงใยครอบครัวของตัวเองมากกว่าชีวิต
คนที่ผ่านโลกอันโหดร้ายมาทั้งชีวิต
Vesemir ผ่านทั้งสงคราม การสูญเสีย และเห็นโลกเปลี่ยนไปต่อหน้าต่อตามาหลายยุค เขาเห็น Witcher ถูกเกลียด ถูกมองเป็นตัวประหลาด และเห็นเพื่อนร่วมทางล้มตายไปมากมาย
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเลือกจะปกป้องคนรอบตัวเสมอ โดยเฉพาะ Ciri ที่เขาดูแลเหมือนหลานแท้ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนใน Kaer Morhen จึงเต็มไปด้วยความรู้สึกของครอบครัว มากกว่าคำว่าเพื่อนร่วมอาชีพ
ตัวละครที่ทำให้ผู้เล่นใจสลาย
ฉากสำคัญของ Vesemir ใน The Witcher 3 คือหนึ่งในช่วงที่ผู้เล่นจำนวนมากไม่มีวันลืม เพราะมันไม่ได้สะเทือนแค่เนื้อเรื่อง แต่สะเทือนความรู้สึกของคนเล่นจริงๆ
มันทำให้เราเห็นว่า ต่อให้เป็น Witcher ที่แข็งแกร่งและผ่านอะไรมามากแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่มีใครหนีกาลเวลา และการสูญเสียพ้นอยู่ดี และนั่นคือเหตุผลที่ Vesemir กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่อบอุ่นและน่าจดจำที่สุดของทั้งแฟรนไชส์ The Witcher

Dandelion — กวีจอมป่วน ที่ทำให้โลกหม่นๆดูมีสีสันขึ้น
ในโลกของ The Witcher ที่เต็มไปด้วยสงคราม ปีศาจ การทรยศ และเรื่องการเมืองสุดหนัก Dandelion คือหนึ่งในตัวละครที่ช่วยให้ทุกอย่างไม่หม่นจนเกินไป เขาเป็นทั้งกวี นักดนตรี นักเล่าเรื่อง และเพื่อนสนิทของ Geralt ที่อยู่เคียงข้างกันมานาน
ตั้งแต่ครั้งแรกที่โผล่มา Dandelion ก็ให้พลังงานคนละแบบกับตัวละครอื่นทันที เพราะเขาเป็นคนพูดเยอะ ขี้เล่น เจ้าชู้ และมักพาตัวเองเข้าไปเจอปัญหาอยู่เสมอ แต่ในความวุ่นวายนั้น ก็มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนเล่นอดรักเขาไม่ได้
คนที่ทำให้โลก The Witcher ดู “มีชีวิต”
สิ่งที่น่าสนใจของ Dandelion คือเขาทำให้โลกของเกมดูเป็นมนุษย์มากขึ้น เพราะในขณะที่ตัวละครอื่นเต็มไปด้วยบาดแผลและความจริงอันโหดร้าย เขากลับยังหัวเราะ ยังแต่งเพลง และยังใช้ชีวิตเหมือนโลกใบนี้ยังมีเรื่องสวยงามเหลืออยู่
แม้บางครั้งเขาจะดูเหมือนตัวป่วน แต่เวลาที่เพื่อนมีปัญหา Dandelion ก็พร้อมช่วยเหลือเสมอ นั่นทำให้เขาไม่ได้เป็นแค่ตัวตลกของเรื่อง แต่เป็น “เพื่อนแท้” ของ Geralt จริงๆ
จังหวะพักหายใจของเกม
The Witcher 3 เป็นเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์หนักๆ ถ้าไม่มีตัวละครแบบ Dandelion โลกของเกมอาจกดดันจนเกินไป
เขาจึงเหมือนช่วงพักหายใจ ที่ช่วยให้ผู้เล่นได้ยิ้ม หัวเราะ และรู้สึกว่าโลกอันโหดร้ายนี้ยังมีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่บ้าง และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Dandelion กลายเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่แฟนเกมไม่มีวันลืม

Bloody Baron — จากขุนนางขี้เมา สู่ตัวละครที่คนลืมไม่ลง
Bloody Baron คือหนึ่งในตัวละครที่ทำให้ผู้เล่นหลายคนรู้ทันทีว่า The Witcher 3 ไม่ใช่เกม RPG ธรรมดา ตอนแรกเขาดูเหมือนขุนนางอารมณ์รุนแรง ขี้เมา และเป็นคนที่ไม่น่าคบเอามากๆ ทั้งคำพูด การกระทำ และบรรยากาศรอบตัว ทำให้คนเล่นรู้สึกไม่ไว้ใจเขาตั้งแต่แรก
แต่ยิ่งเรื่องราวดำเนินต่อไป เกมก็เริ่มเปิดให้เห็นอีกด้านของผู้ชายคนนี้ ด้านที่เต็มไปด้วยความเสียใจ ความผิดพลาด และความรู้สึกผิดที่กัดกินเขามานาน
เควสต์ที่ไม่มีคำตอบถูกจริง
สิ่งที่ทำให้ Bloody Baron กลายเป็นเควสต์ระดับตำนาน คือมันไม่ได้เล่าเรื่องแบบคนดี vs คนเลว Baron เคยทำเรื่องเลวร้ายจริง เคยทำร้ายคนในครอบครัว และตัดสินใจผิดพลาดหลายครั้ง
แต่ในขณะเดียวกัน เกมก็ทำให้เราเห็นว่าเขาเองก็เจ็บปวด และพยายามรับมือกับผลของสิ่งที่ตัวเองทำเหมือนกัน นั่นจึงทำให้ผู้เล่นเริ่มตั้งคำถามว่า…
“คนที่เคยเลว แต่รู้สึกผิดจริงๆ ยังสมควรได้รับโอกาสไหม?”
โลกสีเทาที่ทำให้ The Witcher 3 แตกต่าง
นี่คือเสน่ห์สำคัญของ The Witcher 3 เพราะเกมไม่เคยมองโลกแบบขาวดำ ไม่มีตัวละครไหนดีสมบูรณ์หรือเลวสมบูรณ์ ทุกคนต่างมีเหตุผล มีบาดแผล และมีด้านที่มนุษย์มากๆ
และ Bloody Baron ก็คือตัวอย่างชัดที่สุดว่า เกมนี้กล้าพูดถึงความผิดพลาด ความรุนแรง และการไถ่บาป ได้ลึกกว่าหลายเกมในวงการจริงๆ

Gaunter O’Dimm — ปีศาจที่น่ากลัวที่สุด เพราะเขาดูปกติเกินไป
Gaunter O’Dimm หรือ Master Mirror คือหนึ่งในตัวละครที่ทำให้ผู้เล่น The Witcher รู้สึกขนลุกแบบแปลกๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เขาไม่ได้มีรูปร่างน่ากลัว ไม่มีเขา ไม่มีร่างยักษ์ หรือพลังอลังการแบบบอสทั่วไป
ตรงกันข้าม… เขาดูเหมือน “คนธรรมดา” มากเกินไป แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาน่ากลัวที่สุด ทุกครั้งที่ Gaunter ปรากฏตัว บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความกดดันเงียบๆ เหมือนมีบางอย่างผิดปกติซ่อนอยู่ตลอดเวลา
ปีศาจที่เล่นกับความโลภของมนุษย์
Gaunter ไม่ได้ใช้กำลังเข้าควบคุมผู้คน เขาใช้คำสัญญา และข้อเสนอแทน เขามักยื่นสิ่งที่เหยื่อต้องการมากที่สุดให้ ไม่ว่าจะเป็นเงิน อำนาจ หรือโอกาสแก้ไขชีวิต
แต่สุดท้าย ทุกอย่างต้องมีราคาที่ต้องจ่าย และราคานั้นมักโหดร้ายกว่าที่ใครคิดไว้เสมอ นี่จึงทำให้เขาเหมือนปีศาจในนิทานพื้นบ้านยุโรป ที่ไม่ได้หลอกคนด้วยพลัง แต่หลอกด้วย “ความต้องการ” ของมนุษย์เอง
วายร้ายที่ยิ่งสุภาพ… ยิ่งหลอน
สิ่งที่ทำให้ Gaunter O’Dimm กลายเป็นวายร้ายระดับตำนาน คือบุคลิกของเขา เขาพูดสุภาพ ใจเย็น ยิ้มบางๆ และแทบไม่เคยแสดงอารมณ์รุนแรง แต่ยิ่งดูนิ่งและธรรมดาเท่าไร ผู้เล่นก็ยิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้นเท่านั้น เพราะเราไม่เคยเดาได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
และนั่นคือเหตุผลที่หลายคนยกให้ Gaunter O’Dimm เป็นหนึ่งในวายร้ายที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์เกม เพราะเขาพิสูจน์ว่าความน่ากลัวจริงๆ ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดังเสมอไป

Regis — แวมไพร์ที่พิสูจน์ว่า “ปีศาจ” อาจมีมนุษยธรรมมากกว่าคน
ถ้าพูดถึงตัวละครที่แฟน The Witcher รักมากที่สุดจาก DLC Blood and Wine ชื่อของ Regis ต้องติดอันดับต้นๆ แบบไม่ต้องสงสัย เขาคือ Higher Vampire ที่แตกต่างจากภาพจำของแวมไพร์ทั่วไปโดยสิ้นเชิง
Regis ไม่ได้เป็นนักล่ากระหายเลือด ไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อฆ่าคน หรือมองมนุษย์เป็นแค่อาหาร แต่กลับเป็นคนสุขุม ฉลาด พูดจานุ่มนวล และมีจริยธรรมสูงมาก เขาพยายามควบคุมสัญชาตญาณของตัวเองมาตลอด และเลือกใช้ชีวิตด้วยเหตุผลมากกว่าความรุนแรง
ปีศาจที่มีหัวใจมากกว่ามนุษย์บางคน
สิ่งที่ทำให้ Regis กลายเป็นตัวละครที่น่าจดจำ คือเขาทำให้ผู้เล่นเริ่มตั้งคำถามกับคำว่า “ปีศาจ” ในโลกของ The Witcher เพราะแม้เขาจะเป็นแวมไพร์ แต่กลับมีมนุษยธรรมมากกว่ามนุษย์หลายคนในเกมเสียอีก
Regis ให้ความสำคัญกับมิตรภาพ ความซื่อสัตย์ และการเคารพชีวิตผู้อื่น ซึ่งตรงข้ามกับมนุษย์หลายตัวละคร ที่เต็มไปด้วยความโลภและความโหดร้าย
มิตรภาพที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ
ความสัมพันธ์ระหว่าง Regis กับ Geralt จึงดูพิเศษมาก เพราะมันไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมทางธรรมดา แต่เป็นความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ผ่านโลกอันโหดร้ายมามากพอจะเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดเยอะ
ทั้งคู่ต่างรู้ว่าการถูกโลกตัดสินว่าเป็น “ตัวประหลาด” มันรู้สึกยังไง และนั่นทำให้ Regis กลายเป็นตัวละครที่พิสูจน์ว่า บางครั้งปีศาจอาจมีหัวใจงดงามกว่ามนุษย์เสียอีก
