ถ้าพูดถึงซีรีส์เกม Open World ที่ขึ้นชื่อเรื่องความบ้าคลั่งแบบเต็มสปีด ชื่อของ Far Cry คือหนึ่งในแฟรนไชส์ที่แฟนเกมทั่วโลกจำได้ทันที ตั้งแต่การระเบิดภูเขา ไล่ยิงเฮลิคอปเตอร์ บุกฐานศัตรูแบบโคตรเดือด ไปจนถึงตัวร้ายสุดโรคจิตที่กลายเป็นไอคอนของวงการเกม
และในปี 2021 Ubisoft ก็พาผู้เล่นเข้าสู่ “Yara” ประเทศเกาะสมมติที่เต็มไปด้วยเผด็จการ สงครามกลางเมือง ความหวัง และความสิ้นหวัง ผ่านเกม Far Cry 6 หลายคนอาจจำเกมนี้จากเมืองสีสันสดจัด รถถัง จระเข้ใส่เสื้อ หรือฉากแอ็กชันสุดบ้าระห่ำ แต่จริงๆแล้วสิ่งที่ทำให้โลกของ Yara น่าสนใจมากคือตัวละคร ในภาคนี้เต็มไปด้วยคนที่มีแรงจูงใจแตกต่างกัน บางคนอยากปฏิวัติเพื่ออิสรภาพ บางคนถูกความแค้นกลืนกิน และบางคนก็แค่พยายามมีชีวิตรอดในประเทศที่กำลังลุกเป็นไฟ และนี่คือเหล่าคาแรกเตอร์ที่ทำให้โลกของสงคราม Yara มีชีวิตและน่าจดจำกว่าที่หลายคนคิด!
Far Cry 6 — เกมยิงที่จริงๆ พูดถึง “การปฏิวัติ” และ “อำนาจ”
Far Cry 6 ไม่ได้เป็นแค่เกมยิงระเบิดภูเขาเผากระท่อมแบบที่หลายคนจำจากซีรีส์นี้ เพราะภาคนี้พูดถึงเรื่องการเมือง การกดขี่ และการปฏิวัติอย่างจริงจังมากขึ้น Yara ถูกปกครองโดย Antón Castillo ผู้นำเผด็จการที่เชื่อว่า ความโหดเหี้ยมคือหนทางเดียวที่จะทำให้ประเทศเข้มแข็ง ขณะที่ฝ่าย Libertad ก็ลุกขึ้นต่อต้านในนามของเสรีภาพ
แต่เกมไม่ได้พยายามบอกว่าฝ่ายปฏิวัติเป็นคนดีทั้งหมด เพราะทุกฝ่ายต่างต้องใช้ความรุนแรงและตัดสินใจในสิ่งที่สกปรกพอๆกัน นี่จึงเป็นโลกที่ไม่มีใครสะอาดจริงๆ
Yara ที่ดูแฟนตาซี… แต่ใกล้ความจริงมาก
อีกจุดที่ทำให้ ฟาร์ คราย 6 น่าสนใจคือ Yara ได้แรงบันดาลใจจากหลายประเทศในแถบลาตินอเมริกา ทั้งเผด็จการ การโฆษณาชวนเชื่อ ความเหลื่อมล้ำ และกองทัพที่ใช้ความกลัวควบคุมประชาชน
ทั้งหมดนี้ทำให้โลกของเกมดูสมจริงกว่าที่หลายคนคิด
สวรรค์สีสดที่ซ่อนความเศร้า
เกมนี้ยังใช้ความสวยงาม ตัดกับความโหดร้ายได้ดีมาก ทั้งชายหาด เพลงละติน รถคลาสสิก และเมืองสีสด ดูเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวในฝัน แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยทหาร การทรมาน และผู้คนที่ใช้ชีวิตด้วยความกลัว
และสิ่งที่ทำให้โลกนี้มีชีวิตจริงๆ ก็คือตัวละครทุกคน เพราะแต่ละคนมีทั้งบาดแผล อุดมการณ์ และแรงผลักดันของตัวเอง จนทำให้ Yara ไม่ใช่แค่แผนที่ใหญ่ๆ แต่เป็นโลกที่มีผู้คนอยู่จริง

Dani Rojas — คนธรรมดาที่ถูกดึงเข้าสู่สงคราม
Dani Rojas คือหนึ่งในตัวเอกของซีรีส์ Far Cry ที่หลายคนชอบมาก เพราะเขา/เธอมีบุคลิกชัดเจน รู้สึกเหมือนคนจริงๆมากกว่าตัวเอกเงียบๆ แบบหลายภาคที่ผ่านมา
Dani พูดคุย หัวเราะ บ่น ด่าทหาร ร้องเพลงตามวิทยุ และแสดงอารมณ์ตลอดเวลา ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังติดตามชีวิตของคนคนหนึ่งจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวละครที่มีไว้ถือปืนยิงศัตรู นี่คือสิ่งที่ทำให้ Far Cry 6 มีบรรยากาศต่างออกไปมาก
คนที่ไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ตั้งแต่แรก
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ Dani คือเขา/เธอไม่ได้เริ่มต้นในฐานะนักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ จริงๆแล้ว Dani แค่ต้องการหนีออกจาก Yara เพื่อไปใช้ชีวิตธรรมดาในที่ที่ปลอดภัยกว่า โลกของการเมือง สงคราม และเผด็จการไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากยุ่งเกี่ยวเลย
แต่เมื่อได้เห็นความโหดร้ายของรัฐบาล Castillo เห็นประชาชนถูกกดขี่ และเห็นคนรอบตัวต้องสูญเสีย Dani จึงค่อยๆ ถูกดึงเข้าสู่เส้นทางของการปฏิวัติโดยไม่รู้ตัว
คนธรรมดาที่ถูกโลกบังคับให้ลุกขึ้นสู้
นี่คือสิ่งที่ทำให้ Dani เป็นตัวละครที่ผู้เล่นเชื่อมโยงได้ง่ายมาก เพราะเขาไม่ใช่ฮีโร่ผู้สมบูรณ์แบบ และไม่ได้อยากเปลี่ยนโลกตั้งแต่แรก เขาเป็นเพียงคนธรรมดา ที่ถูกสถานการณ์บีบให้ต้องต่อสู้
และยิ่งสงครามดำเนินต่อไป Dani ก็ยิ่งเริ่มเข้าใจว่า บางครั้งการอยู่เฉยๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรม อาจเป็นไปไม่ได้เลยจริงๆ

Antón Castillo — เผด็จการที่น่ากลัว เพราะเขา “เชื่อว่าตัวเองถูก”
ถ้าพูดถึงจุดเด่นที่สุดของภาคนี้ ชื่อของ Antón Castillo ต้องถูกพูดถึงเป็นอันดับแรกแน่นอน และส่วนสำคัญที่ทำให้ตัวละครนี้ทรงพลังมาก ก็คือการแสดงของ Giancarlo Esposito นักแสดงจากบท Gus Fring ใน Breaking Bad
เขาถ่ายทอด Antón ออกมาได้สมบูรณ์แบบจนทุกฉากที่ตัวละครนี้อยู่บนจอ เต็มไปด้วยความกดดันแบบเงียบๆ เขาไม่ใช่วายร้ายที่ชอบตะโกน หรือคลุ้มคลั่งตลอดเวลา ตรงกันข้าม เขาพูดสุภาพ ใจเย็น และวางตัวเหมือนผู้นำที่มีเหตุผลทุกอย่าง แต่ยิ่งนิ่ง… ผู้เล่นก็ยิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้นเท่านั้น
เผด็จการที่เชื่อว่าตัวเองคือ “ผู้กอบกู้”
สิ่งที่ทำให้ Antón น่าสนใจมาก คือเขาไม่ได้มองตัวเองเป็นคนเลวเลยแม้แต่น้อย แต่เขาเชื่อจริงๆว่าความรุนแรง การควบคุม และการปกครองแบบเด็ดขาด คือหนทางเดียวที่จะทำให้ Yara กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
สำหรับเขา การเสียสละประชาชนบางส่วน หรือการใช้ความกลัวปกครองประเทศ เป็นเพียงราคาที่จำเป็น และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ตัวละครนี้น่ากลัว เพราะเขาไม่ได้ทำชั่วเพื่อความสนุก แต่ทำทุกอย่างด้วยความเชื่อว่าตัวเองกำลังช่วยประเทศอยู่จริงๆ
วายร้ายที่สะท้อนโลกความจริง
Antón Castillo จึงไม่ใช่แค่ตัวร้ายในเกมยิงธรรมดา แต่เป็นภาพแทนของผู้นำเผด็จการที่เกิดขึ้นได้จริงในโลกนี้ คนที่พูดเหมือนมีวิสัยทัศน์ คนที่ดูมั่นใจว่าตัวเองรู้ดีที่สุด และคนที่พร้อมใช้ความรุนแรงเพื่อสร้าง “อนาคตที่ดีกว่า”
นี่คือเหตุผลที่ Antón กลายเป็นหนึ่งในวายร้ายที่น่าจดจำที่สุดของซีรีส์ Far Cry เพราะเขาไม่ได้ดูเหมือนปีศาจแฟนตาซี แต่ดูเหมือนมนุษย์จริงๆมากเกินไปต่างหาก

Diego Castillo — ลูกชายที่เกิดมาใต้เงาของพ่อผู้เผด็จการ
Diego Castillo คือหนึ่งในตัวละครที่มีมิติและน่าเศร้าที่สุดของภาคนี้ เพราะแม้ภายนอกเขาจะเป็นลูกชายของผู้นำประเทศ มีอำนาจ มีคนคุ้มกัน และถูกมองว่าเป็นอนาคตของ Yara แต่ลึกๆแล้วเขากลับเหมือนเด็กคนหนึ่ง ที่ถูกขังอยู่ในกรงทองมาตลอดชีวิต
เขาเติบโตใต้เงาของ Antón Castillo พ่อที่ทั้งน่าเกรงขาม น่ากลัว และเต็มไปด้วยความคาดหวังมหาศาล ทุกคนรอบตัวต่างมองว่า Diego จะต้องกลายเป็นผู้นำคนต่อไปของประเทศให้ได้ แต่ปัญหาคือ… เขาไม่แน่ใจเลยว่าเขาต้องการสิ่งนั้นจริงไหม
เด็กที่กำลังสับสนว่าอะไรคือ “ความถูกต้อง”
สิ่งที่ทำให้ Diego เป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก คือเขาไม่ได้ถูกเขียนให้เป็นลูกทรราชที่ชั่วร้ายตั้งแต่แรก เขาดูสับสน เงียบ และเหมือนกำลังพยายามทำความเข้าใจโลกของผู้ใหญ่ตลอดเวลา ตลอดทั้งเกม เราจะเห็นว่าเขาค่อยๆตั้งคำถามกับทุกอย่าง ทั้งเรื่องอำนาจ ความรุนแรง และตัวตนของพ่อตัวเอง
Antón มองตัวเองเป็นผู้กอบกู้ประเทศ แต่ในสายตาคนอื่น เขาคือทรราช และ Diego ก็ไม่รู้ว่าความจริงอยู่ตรงไหนกันแน่
ตัวละครที่สะท้อนโศกนาฏกรรมของอำนาจ
นี่คือเหตุผลที่เรื่องราวของ Diego เศร้ามาก เพราะเขาเกิดมาในโลกที่ไม่เคยเปิดโอกาสให้เลือกชีวิตตัวเองเลย ตั้งแต่ลืมตาดูโลก เขาก็ถูกกำหนดอนาคตไว้แล้วว่าจะต้องเป็นอะไร ต้องเชื่ออะไร และต้องเดินตามเส้นทางไหน
Diego จึงกลายเป็นภาพแทนของเด็กคนหนึ่ง ที่กำลังถูกความคาดหวัง อำนาจ และสงคราม กลืนกินตัวตนไปทีละนิด โดยที่เขาอาจไม่เคยมีโอกาสได้ใช้ชีวิต แบบที่ตัวเองต้องการจริงๆเลยด้วยซ้ำ

Clara García — ผู้นำ Libertad ที่แบกความหวังของทั้งประเทศ
Clara García คือผู้นำของกลุ่ม Libertad และเป็นหนึ่งในตัวละครที่สำคัญที่สุดของ Far Cry 6 เพราะเธอไม่ได้เป็นแค่หัวหน้ากลุ่มต่อต้านธรรมดา แต่เป็นเหมือนความหวัง ของประชาชนจำนวนมากใน Yara
เธอมีทั้งความมั่นใจ ไหวพริบ และคาริสม่าแบบผู้นำ ที่ทำให้คนพร้อมเดินตามทันทีที่พูด หลายครั้ง Clara ดูเหมือนคนที่ควบคุมสถานการณ์ได้ตลอด แม้ประเทศรอบตัวกำลังเต็มไปด้วยสงครามและความวุ่นวาย
นี่คือเหตุผลที่ Libertad ยังรวมตัวกันได้ แม้จะต้องสู้กับรัฐบาลที่แข็งแกร่งกว่ามาก
นักปฏิวัติที่รู้ว่า “อุดมการณ์” มีราคา
สิ่งที่ทำให้ Clara เป็นตัวละครที่มีมิติ คือเกมไม่ได้เขียนให้เธอเป็นนักปฏิวัติผู้สมบูรณ์แบบ หรือคนดีแบบขาวสะอาด เธอเข้าใจความจริงของสงครามดี ว่าการปฏิวัติไม่ได้เกิดจากคำพูดสวยๆ แต่มันต้องแลกด้วยเลือด ความสูญเสีย และการตัดสินใจที่เจ็บปวด
หลายครั้ง Clara ต้องเลือกระหว่างสิ่งที่ถูกต้อง กับสิ่งที่จำเป็น และนั่นทำให้เธอดูเป็นมนุษย์มากขึ้น เพราะลึกๆแล้วเธอเองก็รู้ว่าทุกการตัดสินใจของตัวเอง อาจส่งผลต่อชีวิตผู้คนจำนวนมาก
คนที่ดึง Dani เข้าสู่เส้นทางแห่งสงคราม
ความสัมพันธ์ระหว่าง Clara กับ Dani คือแกนสำคัญของเกม เพราะ Dani เริ่มต้นจากคนธรรมดาที่แค่อยากหนีออกจาก Yara
แต่ Clara คือคนที่ค่อยๆทำให้เขาเห็นว่า บางครั้งการหนีอาจไม่ใช่ทางออก และถ้าไม่มีใครลุกขึ้นสู้ ประเทศนี้ก็อาจไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เธอจึงไม่ได้เป็นแค่ผู้นำของ Libertad แต่เป็นคนที่ผลักให้ Dani กลายเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติอย่างแท้จริง

Juan Cortez — สายลับแก่สุดเพี้ยน ที่โคตรอันตราย
Juan Cortez คือหนึ่งในตัวละครที่ขโมยซีนที่สุด เพราะทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว บรรยากาศของเกมจะเต็มไปด้วยทั้งความฮา ความกวน และความรู้สึกว่าเดี๋ยวต้องมีอะไรระเบิดแน่ๆ
เขาเป็นอดีตสายลับ CIA ที่ผ่านสงคราม การเมือง และปฏิบัติการสกปรกมานับไม่ถ้วน จนกลายเป็นคนที่ดูเหมือนจะไม่แคร์อะไรอีกแล้ว Juan พูดกวนๆตลอดเวลา ชอบมุกเสียดสี และมีพลังงานแบบคนแก่สุดเพี้ยน ที่พร้อมเปลี่ยนทุกอย่างให้กลายเป็นอาวุธได้หมด
อัจฉริยะด้านสงครามกองโจร
สิ่งที่ทำให้ Juan memorable มาก คือเขาเป็นคนสอน Dani เรื่องสงครามกองโจรอย่างแท้จริง ทั้งการใช้อาวุธ DIY การโจมตีแบบไม่เป็นทางการ และการใช้ทุกอย่างรอบตัวให้กลายเป็นเครื่องมือสังหาร
อาวุธสุดบ้าหลายอย่างในเกมก็มาจากสมองของเขา เช่น…
- ปืนยิงแผ่น CD
- Backpack Rocket Launcher
- อาวุธดัดแปลงสุดเพี้ยนสารพัดแบบ
ทั้งหมดสะท้อนตัวตนของ Juan ได้ชัดมาก เพราะเขาเชื่อว่า ถ้ามันฆ่าศัตรูได้… มันก็ใช้ได้ทั้งนั้น
คนที่เชื่อว่า “ชัยชนะสำคัญกว่าความถูกต้อง”
แต่ภายใต้ความตลกและความบ้า Juan กลับเป็นตัวละครที่มืดมากคนหนึ่ง เพราะเขาเชื่อว่าในการปฏิวัติ ไม่มีคำว่าสะอาด สำหรับเขา ศีลธรรมคือเรื่องรอง ถ้าความโหดร้ายช่วยให้ฝ่ายตัวเองชนะ เขาก็พร้อมทำทันที
นี่ทำให้ Juan เป็นตัวละครที่ทั้งเท่ ทั้งอันตราย และเต็มไปด้วยพื้นที่สีเทา เพราะลึกๆแล้วเขาอาจเข้าใจสงครามมากกว่าทุกคนในเกมก็ได้ และนั่นแหละคือเหตุผล ที่แม้ผู้เล่นจะหัวเราะกับเขาตลอดเวลา แต่ก็ไม่มีวันไว้ใจเขาได้เต็มร้อยจริงๆ

Philly Barzaga — วิศวกรสุดป่วน ที่ทำให้สงครามดูมีสีสัน
Philly Barzaga คือหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆเอ็นดูมากที่สุด เพราะท่ามกลางโลกของ Yara ที่เต็มไปด้วยสงคราม ความกลัว และการกดขี่ เขากลับยังเป็นคนที่เต็มไปด้วยพลังงานบวกแบบเหลือเชื่อ
Philly เป็นทั้งช่างซ่อม นักประดิษฐ์ และคนที่พร้อมเปลี่ยนเศษเหล็กธรรมดา ให้กลายเป็นอุปกรณ์สุดเพี้ยนได้ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เขาอยู่บนหน้าจอ บรรยากาศของเกมจะดูเบาลงทันที เหมือนเขาเป็นคนที่ยังพยายามใช้ชีวิตให้สนุก แม้โลกภายนอกจะพังทลายไปเกือบหมดแล้วก็ตาม
วิศวกรสายฮาที่ซ่อนหัวใจอบอุ่นไว้ข้างใน
สิ่งที่ทำให้ Philly น่าจดจำมาก คือความเป็นธรรมชาติของเขา เขาพูดเยอะ ขี้เล่น ชอบมุกตลก และดูเหมือนคนที่พร้อมหัวเราะได้ทุกสถานการณ์ แต่ลึกๆแล้วเขาเป็นคนที่แคร์ผู้คนมาก และใช้ความสามารถของตัวเองช่วยเหลือการปฏิวัติ ในแบบที่ตัวเองถนัด
แทนที่จะถือปืนวิ่งเข้าหาศัตรู Philly เลือกใช้สมอง ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และใช้สิ่งประดิษฐ์ช่วยให้คนรอบตัวมีโอกาสรอดมากขึ้น
ความหวังเล็กๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่
ในโลกของ Far Cry 6 ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ตัวละครแบบ Philly สำคัญมาก เพราะเขาคือภาพแทนของความเป็นมนุษย์ ที่ยังไม่ถูกสงครามทำลายไปทั้งหมด
เขาทำให้ผู้เล่นรู้ว่า ต่อให้โลกโหดร้ายแค่ไหน มนุษย์ก็ยังสามารถหัวเราะ สร้างสรรค์ และส่งต่อพลังบวกให้กันได้อยู่ และบางครั้ง… ความหวังเล็กๆ แบบนี้แหละ อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้คนยังสู้ต่อไปได้จริงๆ

El Tigre — ตำนานนักปฏิวัติที่ยังไม่ยอมแพ้
El Tigre คือหนึ่งในตัวละครที่มีคาริสม่า และน่าจดจำที่สุด เพราะเขาไม่ใช่แค่นักสู้ธรรมดา แต่เป็นอดีตนักปฏิวัติระดับตำนานที่ผู้คนใน Yara ต่างรู้จักชื่อ
ทุกครั้งที่ El Tigre ปรากฏตัว เขาจะให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ผ่านสงครามมาทั้งชีวิต ทั้งท่าทาง น้ำเสียง และแววตาของเขาเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่คนรุ่นใหม่ไม่มีวันเข้าใจได้ทั้งหมด เขาคือภาพแทนของยุคเก่าของการปฏิวัติ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศนี้
คนที่รู้ว่าสงครามไม่มีวันสวยงาม
สิ่งที่ทำให้ El Tigre มีมิติมาก คือเขาไม่ได้มองการปฏิวัติแบบโรแมนติก เขารู้ดีว่าสงครามเต็มไปด้วยเลือด ความสูญเสีย และความเจ็บปวด เขาเคยเห็นเพื่อนตาย เคยเห็นความหวังพังทลาย และเคยเห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยมาหลายครั้ง
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเลือกจะสู้ต่อ ไม่ใช่เพราะเชื่อว่าสงครามสวยงาม แต่เพราะเขาไม่อยากให้คนรุ่นหลังต้องอยู่ภายใต้ความกลัวแบบเดิมอีก
ตัวละครที่ทั้งเท่ อบอุ่น และเศร้าในเวลาเดียวกัน
El Tigre จึงเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มาก เพราะเขามีทั้งความเท่แบบนักรบเก๋า ความอบอุ่นแบบคนที่แคร์พวกพ้องจริงๆ และความเศร้าของคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับสงครามมานานเกินไป
เขาหัวเราะได้ เล่าเรื่องสนุกได้ และยังคงมีไฟในตัวเองอยู่ แต่ลึกๆแล้วผู้เล่นจะสัมผัสได้ว่า เขาเหนื่อยกับการต่อสู้มานานมากแล้วเหมือนกัน และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ El Tigre กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่ทรงพลังที่สุดของ Far Cry 6 จริงๆ

Chorizo — เจ้าหมาน้อย ที่กลายเป็นไอคอนของเกม
พูดกันตรงๆว่าต่อให้คนจะจำ Far Cry 6 จากสงครามการปฏิวัติ หรือ Antón Castillo ยังไง สุดท้ายชื่อของ Chorizo ก็ยังเป็นสิ่งที่แฟนเกมพูดถึงเสมอ เจ้าหมาไส้กรอกตัวเล็กที่ใช้รถเข็นช่วยเดิน กลายเป็นมาสคอตสำคัญของเกมทันทีตั้งแต่เปิดตัว เพราะแค่เห็นหน้าก็ยากแล้วที่จะไม่เอ็นดู
ท่าทางเปิ่นๆ ดวงตาใสๆ และการเดินดุ๊กดิ๊กของมัน ทำให้ Chorizo กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ช่วยละลายความเครียดของโลกในเกมได้แบบไม่น่าเชื่อ
ความอบอุ่นเล็กๆ ท่ามกลางสงคราม
แม้ Chorizo จะไม่ได้มีเส้นเรื่องดราม่าหนัก หรือมีบทพูดลึกซึ้งเหมือนตัวละครอื่นๆ แต่สิ่งที่มันมอบให้ผู้เล่นคือ “ความรู้สึกสบายใจ”
ในประเทศที่เต็มไปด้วยทหาร เสียงปืน และความรุนแรง การมีหมาตัวเล็กๆ เดินตามอยู่ข้างๆ กลับทำให้โลกของ Yara ดูอบอุ่นขึ้นทันที หลายครั้งแค่เห็นมันวิ่งตาม Dani หรือทำหน้าตาไร้เดียงสา ก็ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดของเกมเบาลงอย่างประหลาด
ตัวละครที่พิสูจน์ว่าไม่ต้องพูดเยอะก็ทำให้คนรักได้
สิ่งที่น่าสนใจมาก คือ Chorizo แทบไม่ต้องมีบทพูดอะไรเลย แต่กลับกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนเกมจดจำได้ดีที่สุด
เพราะบางครั้ง ตัวละครที่ทำให้ผู้เล่นผูกพันที่สุด อาจไม่ใช่คนที่มีบทดราม่าหนักๆ แต่เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้เรารู้สึกว่า โลกอันโหดร้ายใบนี้ยังมีความน่ารัก และความหวังหลงเหลืออยู่ก็ได้
