ถ้าพูดถึงเกมที่เหมือนภาพยนตร์อินเทอร์แอ็กทีฟมากที่สุดเกมหนึ่งในยุค PlayStation 3 ชื่อของ Beyond: Two Souls คือเกมที่หลายคนไม่มีวันลืม เพราะนี่ไม่ใช่เกมแอ็กชันธรรมดา ไม่ใช่เกมยิงปืน และไม่ใช่เกมสยองขวัญแบบเต็มตัว แต่มันคือเรื่องราวของชีวิต ความตาย ความโดดเดี่ยว ความรัก และการค้นหาตัวตน ผ่านหญิงสาวคนหนึ่งที่มีพลังเชื่อมต่อกับโลกวิญญาณ
เกมเล่าถึงชีวิตของหญิงสาวที่อยู่กึ่งกลางระหว่างคนเป็นกับคนตาย
Beyond: Two Souls คือเกมแนว Interactive Drama / Psychological Sci-Fi / Supernatural Drama / Narrative Adventure จากค่าย Quantic Dream วางจำหน่ายในปี 2013
เกมเล่าเรื่องของ Jodie Holmes หญิงสาวที่เกิดมาพร้อมความเชื่อมโยงกับสิ่งลึกลับชื่อ Aiden วิญญาณหรือพลังเหนือธรรมชาติที่มองไม่เห็น แต่สามารถขยับสิ่งของ เข้าควบคุมคน และส่งผลต่อโลกจริงได้ ตั้งแต่เด็ก Jodie จึงไม่เคยมีชีวิตปกติแบบคนอื่นเลย
จุดเด่นคือการเล่าชีวิตทั้งชีวิต
ต่างจากเกมทั่วไปที่เล่าเรื่องแบบเส้นตรง ตัวเกมพาผู้เล่นกระโดดไปมาระหว่างช่วงเวลาต่างๆในชีวิตของ Jodie ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น ช่วงถูกทดลอง ช่วงฝึกกับรัฐบาล จนถึงวันที่เธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่
วิธีเล่าแบบนี้ทำให้ผู้เล่นไม่ได้แค่ดูเรื่องราวของเธอ แต่เหมือนได้ “ใช้ชีวิต” ไปพร้อมกับเธอจริงๆ
Infraworld — โลกอีกฝั่งที่ไม่มีใครเข้าใจ
หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจที่สุดของเกมคือ Infraworld โลกของวิญญาณหรือพลังงานหลังความตาย
เกมไม่ได้อธิบายทุกอย่างแบบชัดเป๊ะ แต่นั่นแหละที่ทำให้มันน่าคิด เพราะมันเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นตั้งคำถามเรื่องชีวิตหลังความตาย จิตวิญญาณ และสิ่งที่อาจมีอยู่อีกฝั่งของโลกมนุษย์
เกมที่พูดถึงความตายแบบไม่ใช่ Horror ตรงๆ
Beyond พูดถึงความตายตลอดทั้งเกม แต่ไม่ได้ใช้วิธีหลอกผีแบบตรงๆ
มันพูดถึงการสูญเสีย การจากลา ความโดดเดี่ยว และความกลัวว่าจะไม่มีใครเข้าใจเราเลย
นี่ทำให้เกมมีน้ำหนักทางอารมณ์สูงมาก
Jodie — คนที่ไม่เคยมีที่อยู่จริงๆ
สิ่งที่เศร้าที่สุดคือ Jodie ไม่เคยรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของโลกไหนเลย
มนุษย์ก็กลัวเธอ รัฐบาลก็ใช้เธอ โลกวิญญาณก็หลอกหลอนเธอ
เธอจึงเหมือนคนที่ไม่มีบ้าน ไม่มีพื้นที่ปลอดภัย และไม่มีชีวิตที่เลือกเองได้จริงๆ
Chapter: Homeless ที่กระแทกใจมาก
ช่วงที่ Jodie กลายเป็นคนไร้บ้านคือหนึ่งในตอนที่ impact ผู้เล่นมากที่สุด แม้เธอจะมีพลังพิเศษ แต่สุดท้ายเธอก็ยังหิว หนาว เจ็บ และสิ้นหวังเหมือนมนุษย์ธรรมดา
ตอนนี้สะท้อนเรื่องความจน ความโดดเดี่ยว และการถูกสังคมมองข้ามได้ดีมาก ทำให้ Beyond: Two Souls ไม่ใช่แค่เกมเหนือธรรมชาติ แต่เป็นเกมที่พูดถึงความเป็นมนุษย์ได้ลึกสุดๆ

Jodie Holmes — เด็กสาวที่ไม่มีวันได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ
หากมีตัวละครสักคนที่เป็นศูนย์กลางของทุกอารมณ์ใน Beyond: Two Souls คนนั้นก็คือ Jodie Holmes เธอไม่ใช่นักรบ ไม่ใช่ฮีโร่ผู้กอบกู้โลก และไม่ได้เป็นคนที่เลือกชะตาชีวิตของตัวเองตั้งแต่แรก
Jodie เป็นเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาพร้อมความสามารถพิเศษในการเชื่อมต่อกับสิ่งลึกลับที่เรียกว่า Aiden พลังนี้ทำให้เธอแตกต่างจากคนทั่วไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาดูโลก และความแตกต่างนั้นเอง กลายเป็นต้นกำเนิดของความโดดเดี่ยวที่ติดตามเธอไปตลอดชีวิต
ชีวิตวัยเด็กที่ไม่เคยเหมือนคนอื่น
ในขณะที่เด็กคนอื่นมีเพื่อน มีครอบครัว และมีความทรงจำแสนสุขในวัยเด็ก
Jodie กลับเติบโตมากับสายตาหวาดกลัวของผู้คน เธอไม่สามารถควบคุมพลังของตัวเองได้ทั้งหมด
บางครั้ง Aiden ก็เข้ามาแทรกแซงโลกจริงโดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจ
ทำให้คนรอบตัวเริ่มมองเธอเป็นตัวประหลาด เธอจึงไม่มีชีวิตวัยเด็กแบบปกติ
- ไม่มีเพื่อนสนิท
- ไม่ได้รับการยอมรับ
- และไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเข้ากับใครได้จริง
เด็กสาวที่ถูกปฏิบัติเหมือนสิ่งทดลอง
สิ่งที่น่าเศร้ายิ่งกว่าการถูกกลัว คือการถูกมองเป็นวัตถุ เมื่อพลังของ Jodie ถูกค้นพบ เธอกลายเป็นเป้าหมายของหน่วยงานต่างๆที่ต้องการศึกษาความสามารถของเธอ หลายช่วงในชีวิต เธอถูกจับตามอง ถูกทดสอบ และถูกใช้งานราวกับเป็นอาวุธชนิดหนึ่ง
ทั้งที่ลึกๆแล้วเธอก็แค่เด็กคนหนึ่งที่อยากมีชีวิตธรรมดา นี่คือสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเห็นใจเธอมาก
เพราะเธอไม่เคยมีโอกาสเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองจริงๆ
พลังที่เป็นทั้งของขวัญและคำสาป
Aiden คือเพื่อนที่อยู่กับ Jodie มาตั้งแต่เกิด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นต้นเหตุของปัญหาหลายอย่างในชีวิตเธอ พลังนี้ช่วยปกป้องเธอจากอันตราย แต่ก็พรากโอกาสในการใช้ชีวิตปกติไปด้วย
Jodie จึงต้องอยู่กับความรู้สึกขัดแย้งตลอดเวลา เธอรัก Aiden แต่บางครั้งก็เกลียดสิ่งที่เขาทำให้ชีวิตของเธอกลายเป็น
การค้นหาที่อยู่ของตัวเอง
แก่นสำคัญของ Jodie ไม่ใช่เรื่องพลังเหนือธรรมชาติ แต่คือการค้นหาว่าตัวเองเป็นใคร และควรอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้
เธอเดินทางผ่านความสูญเสีย ความรัก ความกลัว และความโดดเดี่ยว
พยายามหาคนที่ยอมรับเธอในแบบที่เป็นจริงๆ
ตัวละครที่ผู้เล่นรู้สึกผูกพันได้ง่าย
สิ่งที่ทำให้ Jodie Holmes กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่น่าจดจำที่สุดของวงการเกม
คือความเป็นมนุษย์ของเธอ เธอร้องไห้ได้ เธอโกรธได้ เธอกลัวได้
และเธอเจ็บปวดได้เหมือนคนทั่วไป แม้จะมีพลังที่ไม่มีใครเข้าใจ แต่ลึกๆแล้ว Jodie ก็เป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องการความรัก การยอมรับ และสถานที่ที่เธอสามารถเรียกได้เต็มปากว่า “นี่คือบ้านของฉัน” เท่านั้นเอง

Aiden — วิญญาณที่อยู่กับ Jodie ตลอดเวลา
หาก Jodie Holmes คือหัวใจของเรื่องราวทั้งหมดใน Beyond: Two Souls งั้น Aiden ก็คือเงาที่ติดตามหัวใจดวงนั้นไปทุกที่
เขาเป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับที่เชื่อมโยงกับ Jodie มาตั้งแต่เกิด ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาเป็นอะไรกันแน่
เขาเป็นวิญญาณ? เป็นพลังงานจากโลกหลังความตาย? หรือเป็นสิ่งมีชีวิตบางอย่างจาก Infraworld?
เกมไม่เคยให้คำตอบที่ชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ และนั่นยิ่งทำให้ตัวละครนี้น่าค้นหามากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เล่นสัมผัสได้ตลอดทั้งเกมก็คือ Aiden ไม่เคยทอดทิ้ง Jodie ไปไหนเลย
มากกว่าผี… เขาคือส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ
คนที่มองจากภายนอกอาจคิดว่า Beyond: Two Souls เป็นเรื่องของเด็กสาวกับผีลึกลับ
แต่ความจริงแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง Jodie และ Aiden ลึกซึ้งกว่านั้นมาก
เขาเป็นทั้งเพื่อนคนแรก ผู้ปกป้อง ครอบครัว ผู้เฝ้ามอง และคนที่อยู่ข้างเธอเสมอ
ในวันที่ไม่มีใครเข้าใจ Jodie เขายังอยู่ ในวันที่ทุกคนหันหลังให้เธอ เขาก็ยังอยู่
Aiden จึงไม่ใช่แค่ตัวละครหนึ่งในเรื่อง แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต Jodie อย่างแท้จริง
ผู้พิทักษ์ที่พร้อมทำทุกอย่าง
หลายครั้งในเกม ผู้เล่นจะเห็นว่า Aiden พร้อมใช้ความรุนแรงเพื่อปกป้อง Jodie เขาสามารถ…
- ผลักสิ่งของ
- ทำร้ายศัตรู
- เข้าควบคุมคน
- หรือแม้แต่ฆ่าเพื่อช่วยเธอ
สำหรับ Aiden ความปลอดภัยของ Jodie คือสิ่งสำคัญที่สุด
แต่ปัญหาก็คือ วิธีปกป้องของเขาไม่ได้อ่อนโยนเสมอไป และหลายครั้งก็นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้าย
Aiden คือพร… หรือคำสาป?
นี่คือคำถามสำคัญที่เกมโยนให้ผู้เล่นคิดตลอดเวลา
เพราะหากไม่มี Aiden คอยวนเวียนช่วยเหลืออยู่ข้างๆ Jodie อาจตายไปแล้วหลายครั้ง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง การมีอยู่ของเขาก็ทำให้เธอไม่เคยมีชีวิตปกติเลย เธอถูกผู้คนหวาดกลัว
ถูกมองเป็นตัวประหลาด ไม่มีเพื่อน และไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปได้
ความโดดเดี่ยวที่มาพร้อมพลัง
สิ่งที่เศร้าที่สุดคือ Aiden ไม่ได้ตั้งใจทำร้าย Jodie แต่เขาพยายามช่วยเธอมาโดยตลอด
แต่ยิ่งเขาปกป้องมากเท่าไร โลกก็ยิ่งผลัก Jodie ออกห่างจากผู้คนมากขึ้นเท่านั้น
นี่จึงกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งอบอุ่นและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน
มากกว่าวิญญาณลึกลับ
สุดท้ายแล้ว Aiden ไม่ได้เป็นเพียงพลังเหนือธรรมชาติที่ใช้สร้างฉากแอ็กชันหรือความลึกลับ เขาคือสัญลักษณ์ของความผูกพัน การปกป้อง และความโดดเดี่ยวที่อยู่เคียงข้าง Jodie มาตลอดชีวิต
และนั่นคือเหตุผลที่ Aiden กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่แปลกที่สุด แต่ก็น่าจดจำที่สุดของ Beyond: Two Souls อย่างแท้จริง

Nathan Dawkins — นักวิทยาศาสตร์ที่กลายเป็นเหมือนพ่อของ Jodie
ใน Beyond: Two Souls หาก Jodie Holmes คือหัวใจของเรื่องราว งั้น Nathan Dawkins ก็คือหนึ่งในคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของเธอมากที่สุด
เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาเรื่องโลกวิญญาณ และปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ
เขาเป็นหนึ่งในคนแรกๆที่พยายามทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่าง Jodie กับ Aiden
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่น ไม่ใช่ความฉลาดหรือความรู้ แต่เป็นวิธีที่เขาปฏิบัติต่อ Jodie ในขณะที่หลายคนมองเธอเป็นเคสทดลอง เป็นปรากฏการณ์ประหลาด หรือเป็นเครื่องมือสำหรับงานวิจัย Nathan กลับมองเห็นเธอเป็นเด็กคนหนึ่ง
คนที่เข้าใจ Jodie มากกว่าคนอื่น
ชีวิตของ Jodie เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวมาตั้งแต่เด็ก
เธอถูกคนอื่นๆหวาดกลัว ถูกปฏิเสธ และไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเข้ากับโลกปกติได้
แต่ Nathan กลับเป็นคนที่พยายามรับฟังเธอ เขาให้ที่พักอาศัย ให้การศึกษา และพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไม่ได้สมบูรณ์แบบ
แต่ในหลายช่วงของเกม Nathan ก็ทำหน้าที่คล้ายพ่อคนหนึ่งมากกว่านักวิทยาศาสตร์
นักวิทยาศาสตร์ที่แบกบาดแผลไว้ในใจ
สิ่งที่ทำให้ Nathan เป็นตัวละครที่มีมิติมาก คือเขาไม่ได้เป็นคนสมบูรณ์แบบ
เบื้องหลังความสุขุมและเหตุผล เขาคือชายที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
Nathan สูญเสียภรรยาและลูกสาวจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่
เหตุการณ์นั้นทำลายชีวิตของเขาอย่างสิ้นเชิง แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถก้าวข้ามความสูญเสียครั้งนั้นได้
วิทยาศาสตร์ หรือความโหยหาในหัวใจ?
ภายนอก Nathan ดูเหมือนนักวิจัยที่ต้องการค้นหาความจริงเกี่ยวกับโลกวิญญาณ
แต่ลึกๆแล้วแรงผลักดันสำคัญของเขาไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เขาแค่อยากพบครอบครัวอีกครั้ง
ทุกการทดลอง ทุกการค้นคว้า ทุกความพยายามในการเปิดประตูสู่ Infraworld
ล้วนเกิดจากความหวังว่าจะได้เจอคนที่เขารักอีกครั้ง
คนที่ไม่ยอมปล่อยมือจากอดีต
สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดเกี่ยวกับ Nathan คือเขาไม่สามารถยอมรับการจากลาได้
ในขณะที่หลายคนเรียนรู้ที่จะอยู่กับความสูญเสีย Nathan กลับพยายามต่อสู้กับมัน
เขาไม่ยอมปล่อยอดีตไป และยิ่งพยายามมากเท่าไร เขาก็ยิ่งถลำลึกลงไปในสิ่งที่อันตรายมากขึ้นเท่านั้น
ตัวละครที่ทั้งอบอุ่นและน่าหวาดหวั่น
Nathan Dawkins จึงเป็นหนึ่งในตัวละครที่เขียนได้ดีที่สุดในเกม เขาเป็นทั้งผู้ปกป้องและผู้ผลักดันเหตุการณ์สำคัญของเรื่อง เป็นทั้งคนที่มอบความรักให้ Jodie และเป็นคนที่ถูกความเจ็บปวดของตัวเองกลืนกิน
เขาสะท้อนความจริงที่น่าเศร้าของมนุษย์ได้อย่างชัดเจนว่า…
“บางครั้งสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่ความตาย แต่คือการไม่สามารถปล่อยคนที่เรารักจากไปได้ต่างหาก”

Ryan Clayton — ชายที่ทำให้ Jodie เห็นภาพของชีวิตธรรมดา
หนึ่งในตัวละครที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของ Jodie Holmes คือ Ryan Clayton เจ้าหน้าที่ CIA ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานร่วมกับเธอในภารกิจลับต่างๆ
ครั้งแรกที่ผู้เล่นพบ Ryan เขาดูเป็นคนที่ตรงข้ามกับ Jodie หลายอย่าง
เขาเป็นคนสุขุม มั่นใจในตัวเอง มีวินัย และควบคุมอารมณ์ได้ดี ในสายตาคนอื่น Ryan คือเจ้าหน้าที่มืออาชีพที่พร้อมทำงานทุกสถานการณ์ แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินไป ผู้เล่นจะเริ่มเห็นว่าภายใต้บุคลิกที่ดูแข็งแกร่งนั้น เขาเองก็เป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึกไม่ต่างจากคนทั่วไป
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น
ตลอดหลายปีที่ทำงานร่วมกัน Ryan และ Jodie ต้องเผชิญภารกิจอันตรายมากมาย
ทั้งการสอดแนม การลอบปฏิบัติการ และสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อชีวิต
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ทั้งคู่เริ่มรู้จักกันมากขึ้น จากคนแปลกหน้ากลายเป็นเพื่อนร่วมงาน
และค่อยๆพัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
นี่คือหนึ่งในเส้นเรื่องที่ทำให้เกมมีมิติทางอารมณ์มากขึ้น เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของวิญญาณ
หรือพลังเหนือธรรมชาติ แต่ยังเป็นเรื่องของความรักและความไว้ใจด้วย
Ryan คือภาพของ “ชีวิตปกติ”
สิ่งที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับ Ryan คือเขาเป็นตัวแทนของชีวิตแบบที่ Jodie ไม่เคยมี
ตลอดชีวิต Jodie ต้องหนีจากความกลัวของผู้คน เธอไม่เคยมีวัยเด็กปกติ ไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่มั่นคง
และไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนธรรมดา Ryan จึงกลายเป็นเหมือนประตูสู่โลกอีกใบ
โลกที่มีความรัก มีความเข้าใจ และมีใครสักคนที่ยอมรับเธอในแบบที่เธอเป็น
ความรักที่เต็มไปด้วยคำถาม
แต่ปัญหาคือ Ryan ไม่ได้เป็นแค่คนรักที่เป็นไปได้ เขายังเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์กรเดียวกับที่ใช้ความสามารถของ Jodie เพื่อผลประโยชน์ของรัฐ นี่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยความคลุมเครือ
Jodie เริ่มตั้งคำถามว่า Ryan ห่วงใยเธอจริงๆหรือไม่?
สิ่งที่เขาทำทั้งหมดมาจากความรู้สึกจริงใจ หรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหน้าที่
ตัวละครที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหัวใจกับหน้าที่
Ryan เป็นตัวละครที่น่าสนใจเพราะเขาไม่ได้ถูกเขียนให้เป็นพระเอกสมบูรณ์แบบ
หลายครั้งเขาต้องเลือกระหว่างคำสั่งขององค์กรกับความรู้สึกของตัวเอง
และบางครั้งเขาก็ตัดสินใจผิดพลาดเหมือนมนุษย์ทั่วไป นั่นทำให้เขาดูสมจริงมาก
ความหวังเล็ก ๆ ในชีวิตของ Jodie
ท้ายที่สุด Ryan Clayton คือสัญลักษณ์ของสิ่งที่ Jodie โหยหามาตลอด
ไม่ใช่อำนาจ ไม่ใช่ชื่อเสียง แต่คือการมีใครสักคนที่มองเธอเป็น “คนธรรมดา”
ไม่ใช่อาวุธ ไม่ใช่ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ และไม่ใช่โครงการทดลอง
เพียงแค่เป็น Jodie Holmes คนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการมาตลอดชีวิตจริงๆ

Cole Freeman — ผู้ชายธรรมดาที่กลายเป็นที่พักใจของ Jodie
ในโลกของ Beyond ที่เต็มไปด้วยการทดลองลับ องค์กรรัฐบาล พลังเหนือธรรมชาติ และความลึกลับของโลกวิญญาณ มีตัวละครคนหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมาอย่างเงียบๆนั่นคือ Cole Freeman
Cole ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ CIA และไม่ได้มีพลังพิเศษเหมือน Jodie
เขาเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ดูแลในศูนย์วิจัยธรรมดาๆเท่านั้น
แต่กลับกลายเป็นหนึ่งในคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของ Jodie โดยที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต
คนที่มองเห็น “เด็กคนหนึ่ง” แทนที่จะมองเห็นพลังพิเศษ
ตลอดชีวิตของ Jodie ผู้คนส่วนใหญ่มักมองเธอผ่านสิ่งที่เธอทำได้
- นักวิทยาศาสตร์มองเธอเป็นกรณีศึกษา
- รัฐบาลมองเธอเป็นทรัพยากร
- เจ้าหน้าที่บางคนมองเธอเป็นอาวุธ
แต่ Cole แตกต่างออกไป เขาไม่ได้สนใจว่า Jodie จะเชื่อมต่อกับ Aiden ได้อย่างไร ไม่ได้สนใจว่าเธอมีพลังมากแค่ไหน เขาเห็นเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเหงา กลัว และต้องการใครสักคนอยู่ข้างๆ นี่คือสิ่งที่ทำให้ Cole พิเศษมาก
พื้นที่ปลอยภัยที่ Jodie สามารถกลับมาได้เสมอ
ในหลายช่วงของเกม Jodie ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล เธอถูกทดสอบ
ถูกส่งไปทำภารกิจอันตราย และต้องรับมือกับเรื่องที่คนธรรมดาแทบจินตนาการไม่ออก
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น Cole มักเป็นคนที่พร้อมรับฟังเสมอ เขาไม่ตัดสิน ไม่บังคับและไม่กดดัน เขาเพียงอยู่ตรงนั้นในฐานะคนที่ห่วงใยเธอจริงๆ สำหรับ Jodie แล้ว Cole จึงไม่ต่างจากบ้าน ในวันที่โลกทั้งใบดูไม่น่าไว้วางใจ
ความอบอุ่นที่หาได้ยากในโลกของ Beyond
สิ่งที่ทำให้ Cole เป็นตัวละครที่แฟนเกมรักมาก คือความจริงใจของเขา
เขาไม่ต้องการอะไรจาก Jodie ไม่ต้องการใช้พลังของเธอ ไม่ต้องการผลประโยชน์
และไม่เคยพยายามควบคุมชีวิตเธอ ในโลกที่เต็มไปด้วยคนที่ต้องการบางอย่างจากเธอ
Cole คือหนึ่งในไม่กี่คนที่ให้ความช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ตัวละครธรรมดาที่สำคัญกว่าที่คิด
แม้ Cole จะไม่มีฉากแอ็กชันใหญ่โต หรือบทบาทที่เปลี่ยนชะตาโลกเหมือนตัวละครอื่น แต่เขาคือเครื่องเตือนใจสำคัญว่า บางครั้งสิ่งที่ช่วยเยียวยาคนคนหนึ่งได้ ไม่ใช่พลังพิเศษหรือเทคโนโลยีล้ำสมัย
แต่คือความเมตตา ความเข้าใจ และการมีใครสักคนที่พร้อมอยู่เคียงข้างในวันที่ทุกอย่างพังทลาย และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Cole Freeman กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่อบอุ่นและน่าจดจำที่สุด แม้เขาจะเป็นเพียง “คนธรรมดา” ก็ตาม
