ถ้าพูดถึงเกมที่ทำให้ผู้เล่นนั่งเงียบหลังเครดิตจบ พร้อมตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง ชื่อของ NieR: Automata คือหนึ่งในเกมที่ต้องถูกพูดถึงเสมอ นี่ไม่ใช่แค่เกมแอ็กชันไซไฟธรรมดา ไม่ใช่แค่เกมที่มีตัวละครสวย และไม่ใช่แค่เกม Hack & Slash ที่ต่อสู้มันส์สะใจ แต่มันคือเกมที่เต็มไปด้วยปรัชญาชีวิต
แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้กลายเป็น Masterpiece ไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องสุดหักมุม หรือเพลงประกอบระดับตำนาน แต่คือตัวละครสำคัญ ทุกคนในเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นแอนดรอยด์หรือจักรกล ต่างกำลังดิ้นรนเพื่อค้นหาความหมายของตัวเอง พวกเขาอาจไม่ใช่มนุษย์ แต่กลับรู้สึกเป็นมนุษย์ มากกว่าหลายคนในโลกจริงเสียอีก และนี่คือเหล่าคาแรกเตอร์ที่ทำให้เกมนี้ กลายเป็นหนึ่งในเกมที่ทรงพลังที่สุดของวงการเกมตลอดกาล!
NieR: Automata — เกมที่ไม่ได้เล่าแค่สงคราม แต่ถามถึงการมีอยู่
พื้นฐานของ NieR: Automata อาจดูเหมือนเกมไซไฟแอ็กชันทั่วไป โลกถูกจักรกลจากต่างดาวยึดครอง มนุษย์หนีไปอยู่บนดวงจันทร์ และส่งแอนดรอยด์ YoRHa ลงมาต่อสู้เพื่อทวงโลกคืน แต่พอเล่นจริง เกมค่อยๆพาเราดำดิ่งไปไกลกว่าสงครามมาก เพราะแก่นแท้ของมันคือคำถามว่า
“ถ้าเราเกิดมาเพื่อทำหน้าที่อย่างเดียว ชีวิตเรายังมีความหมายไหม?”
นี่ทำให้ตัวละครทุกคนในเกมไม่ได้เป็นแค่นักรบ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่กำลังพยายามหาความหมายของตัวเอง
ปรัชญาที่เล่าผ่านความรู้สึก
เกมนี้เต็มไปด้วยแนวคิดจากนักปรัชญาอย่าง Nietzsche, Sartre, Pascal และ Marx แต่เกมไม่ได้ยัดความรู้แบบตำราเรียน
มันใช้ความเหงา ความสูญเสีย และความสัมพันธ์ของตัวละคร ทำให้ผู้เล่นรู้สึก ถึงคำถามเหล่านั้นเอง นี่คือความฉลาดของเกม เพราะมันไม่ได้บอกให้เราคิด แต่มันทำให้เราหยุดคิดไม่ได้
เพลงที่เหมือนบีบหัวใจผู้เล่น
อีกสิ่งที่ทำให้เกมทรงพลังมาก คือเพลงประกอบอย่าง Weight of the World, City Ruins, Amusement Park และ Vague Hope
หลายฉากอาจไม่ได้พูดอะไรเยอะ แต่แค่ดนตรีขึ้นมา อารมณ์ก็พังทันที นี่แหละคือเหตุผลที่นี่ไม่ใช่แค่เกมแอ็กชัน แต่เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสวย เศร้า และติดอยู่ในใจผู้เล่นไปอีกนาน

2B — แอนดรอยด์ที่พยายามซ่อนหัวใจของตัวเอง
ถ้าพูดถึง NieR: Automata คนส่วนใหญ่จะนึกถึง 2B เป็นคนแรกทันที เพราะเธอกลายเป็นตัวละครระดับไอคอนตั้งแต่วันเปิดตัว ทั้งชุดสีดำ ดาบคาตานะ ผ้าปิดตา และบุคลิกเย็นชาที่ดูเท่แบบลึกลับ
แต่สิ่งที่ทำให้ 2B กลายเป็นตำนานจริงๆ ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ มันคือความเศร้าที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเธอ ยิ่งเล่นเกมมากเท่าไร ผู้เล่นก็ยิ่งเข้าใจว่า ภายใต้ท่าทีเรียบนิ่งนั้น จริงๆแล้ว 2B คือคนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่พยายามกดเอาไว้ตลอดเวลา
ทหารที่ถูกสั่งให้ “ห้ามรู้สึก”
2B ถูกสร้างมาในฐานะแอนดรอยด์ของหน่วย YoRHa หน้าที่ของเธอคือการต่อสู้ ทำตามคำสั่ง และกำจัดศัตรู
เธอถูกสอนว่าห้ามมีอารมณ์ ห้ามผูกพัน และห้ามปล่อยให้หัวใจมีอิทธิพลต่อหน้าที่ แต่ปัญหาคือ… เธอเริ่มรู้สึก และยิ่งเธอเริ่มเข้าใจความผูกพันมากเท่าไร ความเจ็บปวดในใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ความสัมพันธ์ที่กลายเป็นบาดแผล
โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง 2B กับ 9S ที่กลายเป็นแกนสำคัญของทั้งเกม ทุกบทสนทนา ทุกสายตา และทุกช่วงเวลาที่ทั้งคู่ใช้ร่วมกัน เต็มไปด้วยอารมณ์ที่พูดออกมาตรงๆ ไม่ได้
2B จึงเป็นตัวละครที่สะท้อนแนวคิดสำคัญของเกมได้ดีที่สุด เพราะเธอพิสูจน์ว่าบางครั้งการมีหัวใจ อาจเจ็บปวดกว่าการไม่มีมันเลยจริงๆ

9S — แอนดรอยด์ที่อยากรู้ความจริง แม้มันจะทำลายตัวเอง
ตอนแรกที่ผู้เล่นเจอ 9S หลายคนมักมองว่าเขาเป็นตัวละครสายสดใสของเกม เขาพูดเก่ง ขี้เล่น ชอบชวนคุย และมีพลังงานตรงข้ามกับ 2B แบบชัดเจน
ในโลกที่เต็มไปด้วยความเงียบและความเศร้า 9S คือคนที่ยังดูเหมือนมีชีวิตมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ยิ่งเล่นไป ผู้เล่นจะยิ่งรู้ว่า ภายใต้รอยยิ้มและความร่าเริงนั้น จริงๆแล้วเขาเป็นตัวละครที่เปราะบางมาก
คนที่ไม่หยุดตั้งคำถามกับโลก
สิ่งที่ทำให้ 9S แตกต่างจากแอนดรอยด์คนอื่น คือเขาอยากรู้มากเกินไป เขาชอบตั้งคำถาม ชอบค้นหาความจริง และพยายามเข้าใจว่าทำไมโลกถึงเป็นแบบนี้
ลึกๆแล้ว 9S ไม่ได้ต้องการแค่ทำหน้าที่ แต่ต้องการรู้ว่าการมีอยู่ของตัวเองมีความหมายอะไร และนั่นเองที่ทำให้เขาค่อยๆ เข้าใกล้ความจริงอันโหดร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ
ความจริงที่ค่อยๆ ทำลายเขา
ปัญหาคือ โลกของเนียร์: ออโตมาตา ไม่ได้มีคำตอบที่สวยงาม ยิ่ง 9S รู้มากขึ้น เขาก็ยิ่งสูญเสียตัวเองมากขึ้น ความเจ็บปวด ความสูญเสีย และความจริงเกี่ยวกับโลก ทำให้เขาค่อยๆแตกสลายทั้งจิตใจและตัวตน
นี่คือเหตุผลที่ 9S เป็นตัวละครที่เศร้ามาก เพราะเขาเหมือนตัวแทนของมนุษย์ที่พยายามค้นหาความหมายของชีวิต แม้สุดท้ายอาจไม่พบอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเขาทรงพลัง จนติดอยู่ในใจผู้เล่นไปอีกนาน

A2 — นักรบแอนดรอยด์ ผู้เต็มไปด้วยความโกรธและบาดแผล
A2 คือหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆรักมากที่สุด เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอปรากฏตัว ทุกอย่างในตัวเธอก็ดูทั้งเท่ ดุดัน และเต็มไปด้วยความอันตราย เธอเป็นแอนดรอยด์รุ่นเก่าที่ใช้ชีวิตเหมือนนักรบพเนจร มีดาบใหญ่เป็นอาวุธ และมักทำตัวห่างเหินจากทุกคน
ตอนแรกหลายคนอาจมองว่า A2 เป็นแค่ตัวละครสาย edgy เท่ๆ ที่มีไว้เพิ่มความดาร์กให้เกม แต่พอเรื่องราวค่อยๆเปิดเผย ผู้เล่นจะเริ่มเข้าใจว่า เบื้องหลังความเย็นชานั้น เต็มไปด้วยบาดแผลที่หนักมาก
คนที่สูญเสียทุกอย่างจนไม่กล้าเชื่อใจใครอีก
A2 เคยถูกส่งไปทำภารกิจฆ่าตัวตายพร้อมเพื่อนร่วมทีม และสุดท้ายเธอก็เป็นคนเดียวที่รอดกลับมา ความสูญเสียครั้งนั้นทำให้เธอเต็มไปด้วยความโกรธ ความรู้สึกผิด และความไม่ไว้ใจโลก
เธอเลือกใช้ความแข็งกร้าวเป็นเกราะป้องกันตัวเอง เพราะถ้าเปิดใจอีกครั้ง ก็อาจต้องเจ็บแบบเดิมอีก นี่ทำให้ A2 ดูเหมือนคนที่ผลักทุกคนออกห่าง ทั้งที่ลึกๆแล้ว เธอแค่กลัวการสูญเสียมากเกินไป
เรื่องราวของการ “ใช้ชีวิตต่อ”
สิ่งที่ทำให้เส้นทางของ A2 emotional มาก คือมันไม่ได้พูดแค่เรื่องการแก้แค้นหรือสงคราม แต่มันพูดถึงการเรียนรู้ที่จะ “มีชีวิตต่อ” หลังจากสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว
A2 คือคนที่เคยเชื่อว่า ตัวเองไม่เหลืออะไรอีก แต่ค่อยๆเรียนรู้ว่าแม้โลกจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด มนุษย์หรือแม้แต่แอนดรอยด์ ก็ยังสามารถเลือกเดินต่อไปได้ และนั่นแหละคือเหตุผลที่ A2 กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่ทั้งเท่ เศร้า และทรงพลังที่สุดของเกมนี้จริงๆ

Pascal — หุ่นจักรกลที่พยายามเข้าใจ “สันติภาพ”
Pascal คือหนึ่งในตัวละครที่ทรงพลังที่สุด เพราะเขาเป็นจุดที่ทำให้ผู้เล่นเริ่มตั้งคำถามกับโลกทั้งใบของเกมจริงๆ ตามหลักแล้วเขาคือ Machine Lifeform หรือหุ่นจักรกลฝ่ายศัตรู สิ่งมีชีวิตที่แอนดรอยด์ถูกสร้างมาเพื่อกำจัด
แต่ปัญหาคือ… Pascal ไม่อยากสู้ แทนที่จะเลือกสงคราม เขากลับสร้างหมู่บ้านสงบๆ ดูแลเด็กๆ และพยายามใช้ชีวิตด้วยแนวคิดเรื่องศีลธรรม ความเมตตา และสันติภาพ นี่คือช่วงที่เกมเริ่มทำให้ผู้เล่นสับสนว่า…
“แล้วใครกันแน่ที่เป็นมนุษย์?”
จักรกลที่พยายามเข้าใจหัวใจ
สิ่งที่ทำให้ Pascal น่าสนใจมาก คือเขาพยายามเรียนรู้เรื่องอารมณ์ และคุณค่าของชีวิตเหมือนมนุษย์จริงๆ เขาสอนเด็กๆเรื่องความดี พยายามหลีกเลี่ยงความรุนแรง และเชื่อว่าผู้คนสามารถอยู่ร่วมกันได้
ทั้งที่ตัวเขาเองควรเป็นแค่เครื่องจักรไร้หัวใจ นี่ทำให้ Pascal กลายเป็นตัวละครที่สะท้อนประเด็นสำคัญของเกมได้ชัดมาก เพราะเขาพิสูจน์ว่า “ความเป็นมนุษย์” อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับร่างกายเลย
หนึ่งในเส้นเรื่องที่เจ็บที่สุดของเกม
และเมื่อเรื่องราวของ Pascal เดินไปถึงช่วงท้าย เกมก็เปลี่ยนตัวละครที่อบอุ่นที่สุดคนหนึ่ง ให้กลายเป็นหนึ่งในช่วงที่หนักและเจ็บปวดที่สุดของเกม มันคือช่วงเวลาที่ทำให้ผู้เล่นรู้ว่า ต่อให้พยายามสร้างสันติภาพมากแค่ไหน โลกใบนี้ก็ยังเต็มไปด้วยความสูญเสียอยู่ดี
และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Pascal กลายเป็นตัวละครที่ติดอยู่ในใจแฟนเกมจำนวนมาก เพราะเขาคือเครื่องจักรที่เข้าใจ “หัวใจ” มากกว่ามนุษย์หลายคนเสียอีก

Commander White — ผู้นำที่ต้องโกหกเพื่อรักษาความหวัง
Commander White คือผู้บัญชาการของกองกำลัง YoRHa และเป็นตัวละครที่ให้ความรู้สึกนิ่ง เยือกเย็น และควบคุมทุกอย่างได้ตลอดเวลา เวลาที่เธอปรากฏตัว เธอมักพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด และดูเหมือนคนที่ไม่มีวันลังเล
สำหรับแอนดรอยด์คนอื่น เธอคือศูนย์กลางของระเบียบและความหวัง เป็นเหมือนเสาหลักที่ทำให้ทุกคนยังเชื่อว่าการต่อสู้นี้มีความหมาย แต่ลึกๆแล้วความจริงกลับเจ็บปวดกว่านั้นมาก
คนที่ต้องแบก “คำโกหก” ทั้งโลกไว้คนเดียว
สิ่งที่ทำให้ Commander White เป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก คือเธอเองก็เป็นเหยื่อของระบบเหมือนกัน เธอต้องแบกรับความลับและคำโกหกขนาดใหญ่เอาไว้ เพื่อให้กองทัพ YoRHa ยังมีเหตุผลในการสู้ต่อ
เธอรู้ความจริง รู้ว่าสิ่งที่ทุกคนเชื่ออาจไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด แต่ก็ยังเลือกปิดบังมันเอาไว้ เพราะถ้าความหวังพังลงเมื่อไร ทุกอย่างอาจล่มสลายทันที
ผู้นำที่ไม่ได้เลว… แต่ไม่มีทางเลือก
นี่คือสิ่งที่ทำให้ Commander White มีมิติมาก เพราะเธอไม่ได้เป็นตัวร้าย และไม่ได้โกหกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เธอแค่พยายามรักษาความหวังของผู้คนเอาไว้ แม้จะรู้ดีว่าความหวังนั้นถูกสร้างขึ้นบนเรื่องโกหกก็ตาม
และนั่นแหละคือความเศร้าของตัวละครนี้ เพราะยิ่งเธอดูเข้มแข็งมากเท่าไร ผู้เล่นก็ยิ่งรู้ว่าลึกๆแล้วเธอกำลังแบกภาระที่หนักเกินกว่าจะรับไหวเพียงลำพังอยู่เหมือนกัน

Adam — จักรกลที่หมกมุ่นกับ “ความเป็นมนุษย์”
Adam คือหนึ่งในวายร้ายที่แปลกและน่าสนใจที่สุด เพราะเขาไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความต้องการครองโลก หรือทำลายศัตรูแบบวายร้ายทั่วไป สิ่งที่เขาสนใจจริงๆคือ “มนุษย์”
Adam เป็น Machine Lifeform ที่พัฒนาตัวเองจนมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ทั้งหน้าตา การพูด และพฤติกรรม เขาเริ่มอ่านหนังสือ ศึกษาปรัชญา และพยายามเข้าใจว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากเครื่องจักร นี่ทำให้ทุกฉากของ Adam เต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เหมือนกำลังดูสิ่งมีชีวิตที่กำลังพยายามเรียนรู้ความหมายของการมีตัวตน
ยิ่งเข้าใจมนุษย์… ก็ยิ่งเจ็บปวด
ปัญหาคือ ยิ่ง Adam ศึกษามนุษย์มากเท่าไร เขาก็ยิ่งค้นพบด้านมืดของพวกเขามากขึ้นเท่านั้น เขาเห็นความกลัว ความรุนแรง ความเห็นแก่ตัว และความเจ็บปวดที่มนุษย์สร้างให้กันเอง
แทนที่จะพบคำตอบที่สวยงาม Adam กลับเริ่มเข้าใจว่าการมีหัวใจ อาจหมายถึงการต้องแบกรับความทุกข์ไปพร้อมกันด้วย
ตัวละครที่สะท้อนด้านอันตรายของความรู้
นี่คือสิ่งที่ทำให้ Adam เป็นตัวละครที่ลึกมาก เพราะเขาสะท้อนแนวคิดว่า “ความรู้” ไม่ได้ทำให้มีความสุขเสมอไป บางครั้ง ยิ่งเข้าใจโลกมากขึ้น เราก็ยิ่งมองเห็นความว่างเปล่าและความโหดร้ายมากขึ้นเช่นกัน
และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Adam กลายเป็นวายร้ายที่ทั้งน่ากลัว น่าสงสาร และเต็มไปด้วยคำถามทางปรัชญาที่ติดอยู่ในหัวผู้เล่นไปอีกนานหลังเกมจบ

Eve — จักรกลที่มีโลกทั้งใบคือ “พี่ชาย”
Eve คืออีกครึ่งหนึ่งของ Adam และเป็นตัวละครที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกได้รุนแรงมาก ถ้า Adam คือฝั่งของเหตุผล ความรู้ และการตั้งคำถามกับโลก Eve ก็คือฝั่งของอารมณ์ ความผูกพัน และความกลัวที่จะสูญเสียคนสำคัญ เขาไม่ได้สนใจปรัชญา ไม่ได้สนใจมนุษย์ และไม่ได้อยากเข้าใจโลกเหมือน Adam
สิ่งเดียวที่สำคัญสำหรับ Eve คือ “พี่ชาย” นี่ทำให้เขาดูเหมือนเด็กคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตอยู่โดยยึดติดกับครอบครัวเพียงอย่างเดียว
คนที่กลัวการถูกทิ้งมากที่สุด
สิ่งที่ทำให้ Eve เป็นตัวละครที่เศร้ามาก คือเขาเปราะบางกว่าที่เห็นมาก แม้ภายนอกจะดูรุนแรงและอันตราย แต่ลึกๆแล้ว Eve เต็มไปด้วยความกลัว โดยเฉพาะความกลัวที่จะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว
Adam จึงไม่ใช่แค่พี่ชาย แต่เป็นเหมือนเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของเขา และนั่นทำให้ทุกอย่างพังลงทันที เมื่อเขาต้องเผชิญกับการสูญเสีย
ความสูญเสียที่ทำลายตัวตนทั้งหมด
เมื่อ Eve สูญเสีย Adam เขาก็แตกสลายทั้งจิตใจทันที ความเศร้า ความโกรธ และความว่างเปล่าค่อยๆกลืนกินตัวเขาจนไม่เหลืออะไรอีก นี่คือช่วงที่เกมแสดงให้เห็นว่า แม้แต่จักรกลเองก็สามารถเจ็บปวดจากความรัก และการสูญเสียได้ไม่ต่างจากมนุษย์เลย
และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เส้นเรื่องของ Eve ทรงพลังมาก เพราะมันพูดถึงความผูกพัน ในแบบที่ทั้งสวยงามและเจ็บปวดที่สุด เมื่อคนคนหนึ่งกลายเป็นโลกทั้งใบของเรา การสูญเสียเขาไป ก็เหมือนการสูญเสียตัวตนของตัวเองไปพร้อมกันด้วย

Devola & Popola — สองพี่น้องที่ต้องแบกรับบาปจากอดีต
สำหรับแฟนเกม NieR รุ่นเก่า ชื่อของ Devola และ Popola คือชื่อที่เต็มไปด้วยความหมาย ความเศร้า และบาดแผลจากอดีต
ในภาคนี้ทั้งคู่กลับมาอีกครั้งในฐานะแอนดรอยด์รุ่นเดียวกับ Devola และ Popola จากเหตุการณ์ครั้งใหญ่ในอดีตที่กลายเป็นตราบาปของโลก ปัญหาคือ… แม้พวกเธอในภาคนี้จะไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่สังคมกลับยังมองพวกเธอด้วยสายตาแห่งความไม่ไว้ใจอยู่ดี
คนที่ต้องชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของทั้งคู่เศร้ามาก คือพวกเธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับความรู้สึกผิดที่ไม่ได้เป็นคนสร้าง เพียงเพราะใช้โมเดลเดียวกัน เพียงเพราะมีชื่อเดียวกัน พวกเธอจึงถูกตัดสินทันทีว่า “อันตราย”
นี่ทำให้ Devola และ Popola ต้องใช้ชีวิตแบบพยายามชดใช้บางอย่างตลอดเวลา ทั้งที่ลึกๆแล้วพวกเธอเองก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน
ตัวละครที่สะท้อนเรื่อง “อคติ” ได้เจ็บมาก
NieR: Automata ใช้ตัวละครคู่นี้สะท้อนประเด็นเรื่องอคติและการตัดสินคนจากอดีตได้อย่างเจ็บปวดมาก เพราะในโลกจริงเอง มนุษย์ก็มักตัดสินกันจากชื่อ จากสายเลือด หรือจากสิ่งที่คนรุ่นก่อนเคยทำไว้ โดยไม่สนว่าคนตรงหน้าจะเป็นใครจริงๆ
และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ Devola กับ Popola เป็นตัวละครที่เศร้ามาก เพราะพวกเธอไม่ได้กำลังต่อสู้เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองเก่งแค่ไหน แต่กำลังพยายามพิสูจน์ว่า ตัวเองไม่ใช่บาปของคนอื่นต่างหาก

Pod 042 & Pod 153 — AI ที่เริ่มเข้าใจความรู้สึก
ตอนแรกที่ผู้เล่นเจอ Pod 042 และ Pod 153 หลายคนอาจมองว่าพวกมันเป็นแค่ AI ผู้ช่วยธรรมดา ทำหน้าที่รายงานข้อมูล ยิงสนับสนุน และพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แบบไม่มีอารมณ์ พวกมันดูเหมือนระบบ มากกว่าจะเป็นตัวละคร
ทุกประโยคสั้น ตรง และเต็มไปด้วยตรรกะ เหมือนเครื่องจักรที่ถูกสร้างมาเพื่อทำหน้าที่เท่านั้น แต่สิ่งที่ NieR ทำได้โคตรฉลาด คือการค่อยๆ ทำให้ผู้เล่นเห็นว่า แม้แต่ AI เหล่านี้ก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด
การเริ่มตั้งคำถามของสิ่งที่ควรไร้หัวใจ
ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป Pod ทั้งสองเริ่มแสดงพฤติกรรมที่เกินกว่าหน้าที่ของเครื่องจักร พวกมันเริ่มสังเกตอารมณ์ของมนุษย์ เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับการมีอยู่ และเริ่มตัดสินใจบางอย่างด้วยตัวเอง
นี่คือจุดที่น่าสนใจมาก เพราะเกมกำลังบอกว่า แม้แต่ AI ที่ถูกออกแบบมาให้ไร้หัวใจ ก็ยังสามารถพัฒนาไปสู่บางสิ่งที่ใกล้เคียงความรู้สึกได้
Ending E — ช่วงเวลาที่เปลี่ยนทุกอย่าง
และในช่วง Ending E เกมก็ผลักแนวคิดนี้ไปสุดทาง Pod 042 และ Pod 153 ไม่ได้ทำตามคำสั่งแบบเดิมอีกต่อไป แต่เริ่มเลือกด้วยตัวเอง นี่คือโมเมนต์ที่ทรงพลังมาก เพราะมันสะท้อนแก่นหลักของ NieR: Automata ทั้งหมดว่า..
การมีหัวใจ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราเกิดมาเป็นมนุษย์ หรือเครื่องจักร แต่อยู่ที่ว่า เราสามารถเลือกบางอย่างด้วยเจตจำนงของตัวเองได้หรือเปล่าต่างหาก

YoRHa Soldiers — ชีวิตของทหารที่เกิดมาเพื่อสงคราม ไม่มีสิทธิ์เลือก
เหล่า YoRHa Androids คือหนึ่งในภาพสะท้อนที่เศร้าที่สุดของเกม เพราะพวกเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้ชีวิต แต่เกิดมาเพื่อทำหน้าที่ พวกเขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสู้กับ Machine Lifeforms ถูกส่งลงสนามรบครั้งแล้วครั้งเล่า และเมื่อพังหรือถูกทำลาย ก็จะมีรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ทันที
นี่ทำให้ชีวิตของเหล่า YoRHa ดูเหมือนวงจรที่ไม่มีวันจบ มีหน้าที่แค่สู้ ตาย ถูกแทนที่ แล้วเริ่มใหม่อีกครั้ง
การมีอยู่ที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า
สิ่งที่ทำให้เรื่องของ YoRHa หม่นมาก คือหลายตัวละครเริ่มตั้งคำถามกับการมีอยู่ของตัวเอง ถ้าชีวิตถูกสร้างมาเพื่อสงครามอย่างเดียว ถ้าความทรงจำถูกลบได้ และถ้าตัวเองสามารถถูกแทนที่ได้ตลอดเวลา
แล้วการมีอยู่ของพวกเขามีความหมายจริงไหม? นี่คือจุดที่เกมเริ่มเปลี่ยนจากเรื่องสงครามไซไฟธรรมดา กลายเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “อัตลักษณ์” และ “คุณค่าของชีวิต” แบบเต็มตัว
โลกที่ทุกคนกำลังสู้เพื่อบางสิ่งที่อาจไม่มีอยู่จริง
ความเศร้าที่สุดของ NieR: Automata คือเหล่า YoRHa ต่อสู้ด้วยความเชื่อว่าพวกเขากำลังปกป้องอนาคตและความหวัง แต่ยิ่งเรื่องดำเนินไป ผู้เล่นก็ยิ่งเริ่มเห็นว่า สิ่งที่ทุกคนยึดถือเอาไว้อาจเป็นเพียงภาพลวงตา
และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้โลกของเกมดูเหงาและเจ็บปวดมาก เพราะทุกคนกำลังดิ้นรน มีชีวิต และตาย… เพื่อบางสิ่งที่อาจไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรกแล้ว
