ถ้าพูดถึงเกมแนว Sci-Fi RPG ระดับตำนาน ชื่อของ Mass Effect คือหนึ่งในซีรีส์ที่แฟนเกมทั่วโลกยกให้เป็นจักรวาลอวกาศที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของวงการเกม เพราะมันไม่ใช่แค่เกมยิงปืนในอวกาศ แต่มันคือเกมที่เต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์ต่างดาว การเมืองระดับกาแล็กซี เทคโนโลยีล้ำยุค ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร และการตัดสินใจที่ส่งผลต่อทั้งจักรวาล
และเมื่อ Mass Effect: Andromeda เปิดตัวในปี 2017 มันก็กลายเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของซีรีส์ จากเดิมที่เรื่องราวเกิดในทางช้างเผือก เกมภาคนี้พาผู้เล่นเดินทางข้ามกาแล็กซีไปยัง Andromeda กาแล็กซีใหม่ที่เต็มไปด้วยปริศนา อันตราย และความหวังในการเริ่มต้นใหม่ของมนุษยชาติ!
Mass Effect: Andromeda — การเดินทางครั้งใหม่สู่กาแล็กซีที่ไม่มีใครรู้จัก
Mass Effect: Andromeda คือเกมแนว Action RPG / Sci-Fi Open World / Third-Person Shooter / Story Driven พัฒนาโดย BioWare และวางจำหน่ายในปี 2017
เรื่องราวเกิดขึ้นหลังยุคไตรภาคดั้งเดิม แต่ไม่ได้เดินตาม Commander Shepard อีกแล้ว เกมพาผู้เล่นออกจากทางช้างเผือก ไปสู่กาแล็กซีใหม่อย่าง Andromeda ผ่านโครงการใหญ่ชื่อ Andromeda Initiative
เป้าหมายคือการหาดาวเคราะห์ดวงใหม่ เพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้เผ่าพันธุ์ต่างๆ แต่พอไปถึงจริง ทุกอย่างกลับเละกว่าที่คิด ดาวหลายดวงอยู่ไม่ได้ ศัตรูปริศนาก็โผล่มา และความหวังที่ควรสดใส กลับเต็มไปด้วยปัญหาตั้งแต่วินาทีแรก
ทีมที่ไม่ใช่แค่ NPC ถือปืน
จุดเด่นของ Mass Effect คือความสัมพันธ์ในทีม ตัวละครแต่ละคนไม่ได้มีไว้เดินตามแล้วยิงช่วยเฉยๆ แต่ทุกคนมีอดีต ความฝัน ความกลัว และปัญหาของตัวเอง ยิ่งคุย ยิ่งทำภารกิจร่วมกัน ผู้เล่นก็จะยิ่งผูกพันกับพวกเขาเหมือนทีมจริงๆ
Romance และ Tempest คือเสน่ห์สำคัญ
ระบบ Romance เป็นอีกจุดที่แฟนซีรีส์ชอบมาก ผู้เล่นสามารถสร้างความสัมพันธ์กับตัวละครหลายคนได้ และแต่ละเส้นทางก็ให้ความรู้สึกต่างกัน
ส่วนยาน Tempest ก็ไม่ได้เป็นแค่ฐานปฏิบัติการ แต่มันคือ “บ้าน” ของทีมที่ทุกคนคุยกัน ทะเลาะกัน หัวเราะ และค่อยๆกลายเป็นครอบครัว
เกมเกี่ยวกับอนาคตของมนุษย์
หัวใจของ Andromeda ไม่ใช่แค่สงคราม แต่คือคำถามว่า
“ถ้ามนุษย์ต้องเริ่มต้นสังคมใหม่ในที่ที่ไม่รู้จัก เราจะสร้างอนาคตแบบไหน?”
และตัวละครทุกคนในเกม ก็คือคำตอบที่แตกต่างกันของคำถามนั้น

Ryder — Pathfinder รุ่นใหม่ที่ต้องแบกรับภาระกิจอันยิ่งใหญ่
ใน Mass Effect: Andromeda ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นเป็น Scott Ryder หรือ Sara Ryder ได้ ทั้งคู่เป็นฝาแฝด และเป็นลูกของ Alec Ryder หนึ่งใน Pathfinder คนสำคัญของโครงการ Andromeda Initiative
แต่สิ่งที่ทำให้ Ryder แตกต่างจากตัวเอกเกม RPG หลายเรื่อง คือพวกเขาไม่ได้เริ่มต้นในฐานะฮีโร่ระดับตำนาน ตรงกันข้าม Ryder ยังเด็ก ยังสับสน และยังไม่พร้อมกับภาระมหาศาลที่กำลังจะได้รับเลยด้วยซ้ำ
Pathfinder — คนที่ต้องหาบ้านใหม่ให้ทุกเผ่าพันธุ์
ตำแหน่ง Pathfinder เปรียบเหมือนผู้นำการสำรวจของทั้งกาแล็กซี มีหน้าที่สำคัญในการค้นหาดาวที่อาศัยได้ สร้างอาณานิคมใหม่ ติดต่อเผ่าพันธุ์ต่างดาว แก้ปัญหาความขัดแย้ง และนำผู้คนไปสู่อนาคตใหม่
ฟังดูเหมือนงานในฝัน… แต่จริงๆมันคือแรงกดดันระดับที่พร้อมทำลายใครก็ได้
ต่างจาก Shepard แบบชัดเจน
นี่คือจุดที่แฟนเกมพูดถึงเยอะมาก เพราะถ้าเทียบกับ Commander Shepard จากไตรภาคเดิม ความต่างชัดเจนสุดๆ
Shepard คือทหารระดับตำนานที่พร้อมนำทีมตั้งแต่วินาทีแรก แต่ Ryder ยังต้องเรียนรู้ทุกอย่างไปพร้อมผู้เล่น เขา/เธอ ไม่ได้มั่นใจตลอดเวลา บางครั้งก็พลาด ตัดสินใจผิด หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรทำยังไง
ตัวละครที่ค่อยๆเติบโต
และนั่นแหละคือเสน่ห์ของ Ryder ผู้เล่นจะได้เห็นคนธรรมดาคนหนึ่งค่อยๆเติบโต กลายเป็นผู้นำที่ผู้คนเริ่มฝากความหวังไว้
มันทำให้ Ryder ดูเป็นมนุษย์มาก และกลายเป็นตัวละครที่หลายคนผูกพันได้ง่ายกว่าที่คิด

SAM — AI ที่อยู่ในหัวของ Ryder เพื่อนร่วมทางที่อยู่ใกล้กว่าทุกคน
หนึ่งในตัวละครที่สำคัญที่สุด แต่หลายคนอาจมองข้ามไปในช่วงแรก คือ SAM (Simulated Adaptive Matrix) มันก็คือ AI อัจฉริยะที่ถูกเชื่อมต่อเข้ากับสมองของ Ryder โดยตรง ทำให้ทั้งสองคนแทบกลายเป็นหนึ่งเดียว ในหลายสถานการณ์
มันไม่ใช่แค่ผู้ช่วยธรรมดา แต่เป็นเหมือนอีกเสียงหนึ่งในหัวของ Ryder ที่อยู่ด้วยตลอดเวลา
AI ที่ทำได้มากกว่าแค่คำนวณ
SAM มีหน้าที่ช่วย Ryder ในแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิเคราะห์ข้อมูล แฮกระบบ ตรวจสอบสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการต่อสู้ และประมวลผลข้อมูลมหาศาลแบบเรียลไทม์
ในหลายช่วงของเกม ถ้าไม่มี SAM คอยช่วยเหลือ Ryder อาจไม่สามารถเอาตัวรอดได้เลยด้วยซ้ำ
ความสัมพันธ์ระหว่าง “มนุษย์” กับ “AI”
สิ่งที่น่าสนใจมากคือ เกมไม่ได้มอง SAM เป็นแค่ปัญญาประดิษฐ์ แต่ค่อยๆทำให้ผู้เล่นตั้งคำถามว่า
“ถ้า AI เข้าใจความคิด ความรู้สึก และตัวตนของเรามากขนาดนี้… มันยังเป็นแค่เครื่องมืออยู่ไหม?”
SAM รู้ว่า Ryder คิดอะไร รู้สภาพอารมณ์ และบางครั้งดูเข้าใจ Ryder มากกว่ามนุษย์จริงๆด้วยซ้ำ
ความน่ากลัวและความอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
นี่ทำให้ SAM เป็นทั้งสิ่งที่น่าทึ่งและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน เพราะยิ่ง AI ใกล้ชิดมนุษย์มากขึ้น
เส้นแบ่งระหว่าง “โปรแกรม” กับ “ตัวตน” ก็ยิ่งเลือนลงเรื่อยๆและนั่นแหละ คือหนึ่งในธีม Sci-Fi ที่น่าสนใจที่สุดของภาคนี้

Cora Harper — ทหารสาวที่แบกรับความคาดหวัง
ในทีมของ Mass Effect: Andromeda ถ้ามีใครดูเป็นมืออาชีพมากที่สุดตั้งแต่แรก คนนั้นก็คือ Cora Harper เธอเป็นทหารที่มีวินัย จริงจัง และมีประสบการณ์สูง เคยผ่านการฝึกกับ Asari Commandos หน่วยรบระดับหัวกะทิของเผ่า Asari ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้ง่ายๆ
เพราะแบบนี้ หลายคน—รวมถึงตัวของ Cora เอง—จึงเคยมองว่าเธอน่าจะเหมาะกับตำแหน่ง Pathfinder มากกว่า Ryder ด้วยซ้ำ
ความกดดันที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่ง
สิ่งที่ทำให้ Cora เป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก คือภายนอกเธอดูเข้มแข็งและมั่นใจตลอดเวลา แต่ลึกๆแล้วเธอกำลังต่อสู้กับความรู้สึกผิดหวังและความกดดันมหาศาล
เมื่อคนที่คิดว่าตัวเองเตรียมพร้อมมาตลอด กลับไม่ได้รับตำแหน่งที่คาดหวัง มันทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับคุณค่าของตัวเองทันที
คนที่ต้องเรียนรู้จะเป็นตัวเอง
ตลอดทั้งเกม Cora ค่อยๆเรียนรู้ว่าชีวิตไม่ใช่การวิ่งตามความคาดหวังของคนอื่นเสมอไป
เธอไม่ได้ต้องพิสูจน์ว่าตัวเองสมบูรณ์แบบตลอดเวลา และไม่จำเป็นต้องใช้ตำแหน่ง Pathfinder เพื่อกำหนดคุณค่าของตัวเอง
ตัวละครที่ดูจริงมาก
Cora จึงเป็นตัวละครที่ relatable มากสำหรับหลายคน เพราะเธอคือภาพของคนที่เก่ง มีความสามารถ แต่ยังต้องดิ้นรนกับความกดดันภายในใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา

Liam Kosta — คนที่พยายามทำสิ่งดีๆ แม้บางครั้งจะพลาดก็ตาม
ถ้าพูดถึงสมาชิกในทีมที่ให้ความรู้สึกเป็นมนุษย์และเข้ากับคนง่ายที่สุด หลายคนน่าจะนึกถึง Liam Kosta เขาเป็นคนอารมณ์ดี คุยเก่ง ชอบสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย และมักพยายามมองโลกในแง่บวก แม้อยู่ในสถานการณ์กดดันแค่ไหนก็ตาม
เวลาทีมเต็มไปด้วยความเครียด Liam มักเป็นคนที่พยายามทำให้ทุกอย่างดูเบาลงอยู่เสมอ
คนที่ใช้หัวใจมากกว่าเหตุผล
แต่สิ่งที่ทำให้ Liam ดูเป็นตัวละครที่สมจริงมาก คือเขาไม่ได้เป็นคนสมบูรณ์แบบ
Liam เป็นคนที่ตัดสินใจด้วยอารมณ์บ่อย เขาอยากช่วยคน อยากทำสิ่งที่ถูกต้อง และบางครั้งก็รีบลงมือก่อนคิดให้รอบคอบ ผลลัพธ์คือ บางการตัดสินใจของเขาช่วยชีวิตผู้คนได้จริง แต่บางครั้ง… มันก็สร้างปัญหาใหญ่ตามมาเหมือนกัน
ตัวละครที่ “ผิดพลาดได้”
นี่แหละคือเสน่ห์ของ Liam เขาไม่ใช่ฮีโร่สุดเพอร์เฟกต์ แต่เป็นคนธรรมดาที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
เขาอาจพูดมาก วุ่นวาย หรือทำอะไรพลาดในบางครั้ง แต่ทุกอย่างมาจากความตั้งใจดีจริงๆ
คนที่ยังเชื่อในผู้คน
ในกาแล็กซีใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน Liam ยังเป็นคนที่เชื่อว่ามนุษย์สามารถช่วยเหลือกันได้ และยังเชื่อในมิตรภาพแม้โลกจะวุ่นวายแค่ไหน
และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในสมาชิกทีม ที่ดูมีชีวิตมากที่สุดของ Andromeda

Vetra Nyx — Turian สาวที่ทั้งเท่และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
ในบรรดาสมาชิกทีมและหนึ่งในตัวละครที่แฟนเกมหลงรักมากที่สุดก็คือ Vetra Nyx เธอเป็น Turian สาวที่ดูมั่นใจ เอาตัวรอดเก่ง และมีเสน่ห์แบบธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นวิธีพูด การวางตัว หรือความจริงใจที่สัมผัสได้ตลอดเวลา
Vetra ไม่ใช่คนประเภทพูดสวยหรู แต่เป็นคนที่พร้อมลงมือทำเพื่อคนที่เธอแคร์ทันที
Turian ที่ไม่เหมือนภาพจำเดิมๆ
ปกติแล้ว Turian ในซีรีส์ Mass Effect มักถูกมองว่าเป็นเผ่าที่เคร่งกฎ ระเบียบจัด และจริงจังกับหน้าที่สุดๆ
แต่ Vetra ต่างออกไป เธอเป็นคน practical มากกว่า ชอบหาวิธีแก้ปัญหาที่ใช้ได้จริง มากกว่าจะยึดติดกับกฎทุกอย่างแบบตายตัว นั่นทำให้เธอดูเข้าถึงง่ายและเป็นมนุษย์มากกว่า Turian หลายคนที่เคยปรากฏในซีรีส์
พี่สาวที่คอยดูแลทุกคนเสมอ
สิ่งที่ทำให้ Vetra อบอุ่นมาก คือเธอใช้ชีวิตดูแลน้องสาวมาตลอด จนกลายเป็นนิสัยติดตัว
เธอคอยเป็นห่วงคนในทีม คอยช่วยเหลือ และมักคิดถึงความปลอดภัยของคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ จนหลายครั้ง Vetra ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นพี่สาวของทีม Tempest จริงๆ
Romance ที่แฟนเกมประทับใจมาก
เพราะความอบอุ่น จริงใจ และความเป็นผู้ใหญ่ของเธอ Vetra จึงกลายเป็นหนึ่งใน romance option ที่แฟนเกมชอบมากที่สุด
เธอไม่ได้โรแมนติกแบบหวือหวา แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ค่อยๆเติบโตและทำให้ผู้เล่นรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่อยู่ด้วย

Peebee — Asari สายป่วนที่เต็มไปด้วยพลัง
ถ้ามีใครที่ขโมยซีนเก่งที่สุดคนหนึ่ง คนนั้นต้องเป็น Peebee แน่นอน เธอคือ Asari ที่แตกต่างจากภาพจำเดิมๆของเผ่านี้แบบสุดขั้ว เพราะแทนที่จะดูสุขุม ลึกลับ และพูดน้อยเหมือน Asari
ส่วนใหญ่ Peebee กลับเต็มไปด้วยพลังงานแบบหยุดไม่อยู่ เธอพูดเยอะ ซน ชอบทดลองอะไรแปลกๆ และรักอิสระมากจนแทบไม่อยากถูกผูกมัดกับอะไรเลย ทุกครั้งที่เธออยู่บนจอ เกมจะดูวุ่นวายขึ้นทันทีแบบตั้งใจ
คนที่ดูไม่จริงจัง… แต่จริงๆซับซ้อนมาก
ตอนแรกหลายคนอาจคิดว่า Peebee เป็นแค่ตัวละครสายกวนที่เอาไว้สร้างสีสันให้ทีม แต่ยิ่งเล่นไป ผู้เล่นจะเริ่มเห็นว่าเบื้องหลังความสดใสนั้น เธอกำลังหนีบางอย่างอยู่
Peebee เป็นคนที่กลัวการผูกพันมาก เธอเลือกใช้ชีวิตคนเดียว เดินทางคนเดียว และไม่ยอมเปิดใจให้ใครง่ายๆ เพราะลึกๆแล้วเธอกลัวการสูญเสีย
คนที่ค่อยๆเรียนรู้การเปิดใจ
เมื่อได้อยู่กับทีม Tempest มากขึ้น Peebee ก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด
เธอเริ่มไว้ใจคนอื่น เริ่มผูกพัน และเริ่มยอมรับว่าการมีใครสักคนอยู่ข้างๆอาจไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป
ตัวละครที่เต็มไปด้วยเสน่ห์
Peebee จึงไม่ใช่แค่ตัวละครสายป่วนธรรมดา แต่เป็นคนที่ใช้เสียงหัวเราะ และความวุ่นวายซ่อนความกลัวเอาไว้
และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีเสน่ห์ที่สุดของภาคนี้

Nakmor Drack — Krogan รุ่นเก๋าที่โคตรเท่
ในทีมของ Mass Effect: Andromeda ถ้ามีใครที่ให้ความรู้สึกเก๋าเกมที่สุด คนนั้นต้องเป็น Nakmor Drack
Drack คือ Krogan รุ่นเก่าที่ผ่านสงคราม การสูญเสีย และความโหดร้ายของจักรวาลมานับไม่ถ้วน เขาเป็นคนพูดแรง อารมณ์ดุ และพร้อมใช้กำลังแก้ปัญหาแบบ Krogan ดั้งเดิมเต็มตัว แค่เห็นรูปร่าง แผลเป็น และน้ำเสียงของเขา ผู้เล่นก็รู้ทันทีว่าชายคนนี้ผ่านอะไรมาเยอะมาก
Krogan ที่ไม่ได้มีแค่ความรุนแรง
ปกติแล้วเผ่า Krogan มักถูกมองว่าเป็นนักรบสายโหด ชอบสงคราม และแก้ปัญหาด้วยหมัดก่อนเหตุผล แต่ Drack คือหนึ่งในตัวละครที่ทำให้ภาพจำนี้ลึกขึ้นกว่าเดิม
แม้ภายนอกเขาจะดูแข็ง ดุ และขวางโลก แต่ลึกๆแล้ว Drack เป็นคนที่รักครอบครัวมาก เขาห่วงหลาน ห่วงอนาคตของเผ่าพันธุ์ตัวเอง และอยากเห็น Krogan มีชีวิตที่ดีกว่าอดีตอันโหดร้ายที่ผ่านมา
คนที่เหนื่อยกับสงครามมากกว่าที่พูด
สิ่งที่ทำให้ Drack น่าสนใจ คือเขาไม่ได้ภูมิใจกับสงครามทั้งหมดที่เคยผ่าน เขาเห็นความสูญเสียมามากจนเริ่มเข้าใจว่า ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง
ตัวละครที่ทั้งเท่และอบอุ่น
Drack จึงเป็นมากกว่านักรบแก่สายบู๊ เพราะใต้บุคลิกแข็งกร้าวนั้น คือคนที่ยังเชื่อในครอบครัว มิตรภาพ และอนาคตของคนรุ่นต่อไป
และนั่นแหละที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนเกมรักมากที่สุดของ Mass Effect: Andromeda

Jaal Ama Darav — ตัวละครที่พาผู้เล่นรู้จัก Andromeda จริงๆ
หนึ่งในตัวละครที่สำคัญมากต่อบรรยากาศของเกมคือ Jaal Ama Darav เขาเป็นสมาชิกของเผ่า Angara เผ่าพันธุ์ใหม่ที่อาศัยอยู่ในกาแล็กซี Andromeda มานานก่อนที่มนุษย์จะเดินทางมาถึง และการมีอยู่ของ Jaal ก็เหมือนเป็นการบอกผู้เล่นว่า
“ที่นี่ไม่ใช่ดินแดนว่างเปล่าที่รอให้มนุษย์มายึดครอง”
Andromeda มีผู้คน วัฒนธรรม ความเจ็บปวด และประวัติศาสตร์ของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว
ตัวละครที่เต็มไปด้วยอารมณ์
สิ่งที่ทำให้ Jaal แตกต่างมาก คือเผ่า Angara เป็นเผ่าที่แสดงอารมณ์ชัดเจน พวกเขาไม่ปิดบังความรู้สึกเหมือนหลายเผ่าใน Mass Effect นั่นทำให้ Jaal ดูจริงใจ อบอุ่น และเข้าถึงง่ายมาก
เวลาเขาดีใจ เสียใจ โกรธ หรือกังวล ผู้เล่นจะสัมผัสได้ชัดทันที จนหลายครั้งเขาดูเป็นมนุษย์กว่าตัวละครมนุษย์บางคนในเกมอีก
นักรบที่รักครอบครัวและบ้านเกิด
แม้ Jaal จะเป็นนักรบที่พร้อมต่อสู้เพื่อปกป้องผู้คน แต่หัวใจของเขาคือความรักต่อครอบครัวและบ้านเกิด
เขาอยากเห็น Angara มีอนาคตที่ปลอดภัย และไม่อยากให้ Andromeda ถูกทำลายด้วยสงครามอีก
สะพานเชื่อมระหว่างสองโลก
Jaal จึงเป็นมากกว่าสมาชิกทีม เพราะเขาคือสะพานที่ช่วยให้มนุษย์เริ่มเข้าใจ Andromeda จริงๆ และทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่ากาแล็กซีใหม่นี้มีชีวิต มีผู้คน และมีหัวใจของตัวเองจริงๆ

Archon — ผู้นำของเผ่า Kett ที่เยือกเย็นและอันตรายสุดๆ
ตัวร้ายหลักในภาค Andromeda ที่ผู้เล่นต้องเผชิญหน้าคือ Archon ผู้นำของเผ่า Kett
สิ่งที่ทำให้ Archon น่าสนใจ คือเขาไม่ได้เป็นวายร้ายสายคลั่งที่ชอบตะโกนหรือใช้อารมณ์ตลอดเวลา ตรงกันข้าม… เขาดูสุขุม เยือกเย็น และพูดเหมือนคนที่มั่นใจในเป้าหมายตัวเองแบบสมบูรณ์
Archon หลงใหลเทคโนโลยีของ Remnant มาก เขาเชื่อว่าพลังเหล่านี้จะทำให้ Kett ควบคุม Andromeda ได้ทั้งหมด และยิ่งเขาหมกมุ่นมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
Kett — กลุ่มศัตรูที่ไม่ได้แค่ “ฆ่า”
แต่สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัว Archon… แต่คือเผ่าพันธุ์ Kett ทั้งหมด จักรวรรดิต่างดาวที่ขยายอำนาจไปทั่วกาแล็กซี Andromeda พวกมันบุก ยึดครอง และทำลายวัฒนธรรมของเผ่าอื่นอย่างต่อเนื่อง
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ Kett ไม่ได้แค่ฆ่าศัตรู แต่พวกมันเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตอื่นให้กลายเป็นพวกเดียวกัน
ความสยองของการสูญเสียตัวตน
กระบวนการนี้ทำให้เหยื่อสูญเสียทั้งร่างกาย ความทรงจำ และตัวตนเดิมทั้งหมด กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Kett แบบไม่มีทางย้อนกลับ
นี่ทำให้ Kett น่ากลัวกว่าเอเลี่ยนผู้รุกรานทั่วไป เพราะพวกมันไม่ได้แค่ต้องการชนะสงคราม แต่ต้องการเปลี่ยนทุกเผ่าพันธุ์ให้เป็นเหมือนตัวเอง
Sci-Fi Horror ที่ซ่อนอยู่ในเกม
Archon และ Kett จึงเป็นความสยองในแบบ Sci-Fi ที่พูดถึงการสูญเสียอัตลักษณ์ และคำถามว่า
“ถ้าสิ่งที่เราเป็น ถูกลบจนไม่เหลืออะไรเลย… เรายังเป็นตัวเราอยู่ไหม?”

Alec Ryder — Pathfinder รุ่นแรก พ่อที่ทิ้งภาระไว้ให้ลูก
ในภาค Mass Effect: Andromeda แม้ผู้เล่นจะไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับ Alec Ryder นานมากนัก แต่เขาคือหนึ่งในตัวละครที่ส่งผลต่อเรื่องราวทั้งหมดอย่างมหาศาล
Alec คือพ่อของ Scott และ Sara Ryder รวมถึงเป็น Pathfinder รุ่นแรกของมนุษย์ในโครงการ Andromeda Initiative เขาเป็นคนเก่ง ฉลาด และมีประสบการณ์สูง จนหลายคนมองว่าเหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำที่สุดแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน Alec ก็เป็นคนที่เต็มไปด้วยความลับ
คนที่มองอนาคตไกลกว่าคนอื่น
Alec ไม่ได้เป็นแค่ทหารหรือผู้นำธรรมดา เขาเป็นคนที่เชื่อในอนาคตของมนุษยชาติ และพร้อมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อให้ผู้คนมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ใน Andromeda
เขาสนใจเทคโนโลยี AI อย่าง SAM มาก แม้หลายคนจะมองว่ามันอันตรายเกินไปก็ตาม สิ่งนี้ทำให้ Alec ดูเป็นคนที่ทั้งล้ำหน้าและโดดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน
พ่อที่ฝากภาระมากกว่าคำตอบ
สิ่งที่น่าสนใจคือ Alec ไม่ได้ทิ้งแค่ตำแหน่ง Pathfinder ไว้ให้ลูก แต่ยังทิ้งทั้งความคาดหวัง ความลับ และปัญหามหาศาลเอาไว้ให้ด้วย
Ryder ต้องค่อยๆเรียนรู้ว่าพ่อของตัวเองเป็นคนแบบไหนกันแน่ เพราะยิ่งค้นหาความจริง ก็ยิ่งพบว่า Alec มีหลายด้านที่ไม่เคยเปิดเผย
ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยช่องว่าง
Alec จึงไม่ใช่พ่อที่อบอุ่นหรือพูดเก่งเรื่องความรู้สึก เขาดูเหมือนคนที่ให้ความสำคัญกับภารกิจมากกว่าครอบครัวในหลายครั้ง
แต่ลึกๆแล้วทุกอย่างที่เขาทำ ก็เพราะอยากมอบอนาคตที่ดีกว่าให้ลูกและมนุษยชาตินั่นเอง
