ถ้าพูดถึงเกมซอมบี้ที่ให้อารมณ์เอาชีวิตรอดจริงๆ ชื่อของ Dying Light คือหนึ่งในซีรีส์ที่แฟนเกมทั่วโลกจำได้ทันที เพราะมันไม่ใช่แค่เกมยิงซอมบี้ธรรมดา แต่คือเกมที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่ในโลกที่ทุกอย่างพังทลายจริงๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ที่กลายเป็นฝันร้ายของคนเล่นแทบทุกคน
และเมื่อ Dying Light 2: Stay Human (2022) เปิดตัว มันก็ยกระดับทุกอย่างให้ใหญ่กว่าเดิม ดิบกว่าเดิม และกดดันกว่าเดิมหลายเท่า นี่ไม่ใช่แค่เกมฆ่าซอมบี้ แต่เป็นเกมที่พูดถึงมนุษย์ในวันที่โลกพัง เมื่อกฎหมายไม่มีอีกต่อไป ศีลธรรมเริ่มเลือนหาย คนที่ยังรอดอยู่ กลับอันตรายไม่แพ้พวกติดเชื้อ!
Dying Light 2: Stay Human หนึ่งในเกมซอมบี้ที่มีเอกลักษณ์ที่สุด
Dying Light 2 เป็นเกมแนว Open World, Survival Horror, Action RPG, Parkour, First-Person พัฒนาโดย Techland สตูดิโอจากโปแลนด์ และวางจำหน่ายในปี 2022 ตัวเกมเล่าเรื่องหลังจากเหตุการณ์ภาคแรกหลายปี เมื่อไวรัสได้แพร่กระจายจนโลกแทบล่มสลาย เมืองต่างๆ พังยับ ระบบรัฐบาลล่ม ผู้คนต้องรวมกลุ่มกันเอาตัวรอด
ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Aiden Caldwell ชายหนุ่มที่เดินทางเข้ามาในเมือง Villedor เพื่อตามหาน้องสาวของตัวเอง พร้อมกับค้นหาความจริงบางอย่างเกี่ยวกับอดีตของเขา แต่สิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่แค่ซอมบี้ มันคือมนุษย์… ที่พร้อมหักหลัง พร้อมฆ่า พร้อมทำทุกอย่างเพื่ออยู่รอด
จุดเด่นที่สุดของเกม — โลกที่รู้สึก “มีชีวิต”
หลายเกมมีแผนที่ใหญ่ แต่ไม่ใช่ทุกเกมที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่า “เมืองนี้ยังมีคนใช้ชีวิตอยู่จริงๆ”
ตัวเกมทำตรงนี้ได้โคตรดี ในเมือง Villedor คุณจะเห็น ผู้รอดชีวิตตั้งฐาน คนขายของ คนเฝ้ายาม เด็กวิ่งเล่น ชาวบ้านทะเลาะกัน กลุ่มโจรปล้นคน ฝูงซอมบี้เดินตามถนน ทุกอย่างดู chaotic มาก เหมือนโลกกำลังจะพังทุกวินาที และที่สำคัญคือ เวลามีผลกับโลกในเกมจริงๆ
ซอมบี้ในเกมนี้มีหลายประเภท
จุดที่ทำให้เกมซอมบี้นี้สนุกและกดดัน คือเกมไม่ได้โยนแค่ซอมบี้เดินช้าๆมาให้เราฟันเล่น แต่ใส่ซอมบี้หลายประเภทที่มีนิสัยต่างกันชัดเจน จนผู้เล่นต้องเปลี่ยนวิธีรับมือตลอดเวลา ผู้เล่นต้องคิดไว วิ่งให้เป็น สู้ให้ถูกจังหวะ และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหนีมากกว่าปะทะตรงๆ
- Biters — ซอมบี้พื้นฐาน แต่ประมาทไม่ได้
ซอมบี้ทั่วไปที่เจอบ่อยที่สุด เดินช้า ดูไม่น่ากลัวมาก แต่ถ้ามาเป็นฝูงคือเรื่องใหญ่ เพราะมันสามารถล้อมผู้เล่นจนหนีไม่ออกได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในพื้นที่แคบ
- Virals — เร็ว ดุ และน่ารำคาญสุดๆ
ซอมบี้ที่ยังสดใหม่ เคลื่อนที่ไว ปีนตามได้ และพุ่งใส่แบบไม่ให้ตั้งตัว เจอตัวเดียวอาจพอไหว แต่ถ้ามาหลายตัวพร้อมกันจะทำให้จังหวะการเล่นวุ่นวายทันที
- Volatiles — ฝันร้ายของเวลากลางคืน
ซอมบี้ระดับโหดของเกม โดยเฉพาะตอนกลางคืน ทั้งเร็ว แรง และอึดมาก การเจอมันไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่เป็นการเอาชีวิตรอดแบบจริงจัง
- Howlers และ Goons — ตัวเปลี่ยนสถานการณ์
Howlers จะส่งเสียงเรียกฝูง ทำให้พื้นที่ปลอดภัยกลายเป็นนรกได้ในพริบตา ส่วน Goons เป็นซอมบี้ตัวใหญ่ ถืออาวุธหนัก โจมตีช้าแต่แรงมาก

Aiden Caldwell — ชายผู้วิ่งหนีทั้งโลกและอดีตของตัวเอง
Aiden Caldwell คือพระเอกของ Dying Light 2: Stay Human และเป็นตัวละครที่ผู้เล่นต้องใช้ชีวิตร่วมกับเขาแทบทั้งเกม แต่ความน่าสนใจคือ Aiden ไม่ใช่พระเอกสายเท่ไร้ที่ติ เขาเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่โตมากับโลกพังๆ ต้องเอาตัวรอดด้วยสองขา สัญชาตญาณ และความทรงจำที่ยังตามหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา
Pilgrim ผู้เดินทางท่ามกลางซากโลก
Aiden เป็น “Pilgrim” หรือพวกนักเดินทางเร่ร่อน ที่ข้ามเมืองอันตรายไปเรื่อยๆ งานแบบนี้ไม่ใช่ใครก็ทำได้ เพราะข้างนอกเต็มไปด้วยซอมบี้ โจร คนบ้าอำนาจ และเมืองที่พร้อมฆ่าเขาได้ทุกวินาที แต่เขายังเดินหน้าต่อ เพราะเป้าหมายเดียวคือการตามหาน้องสาวที่หายไปตั้งแต่เด็ก
อดีตที่เจ็บ และเชื้อที่อยู่ในตัว
สิ่งที่ทำให้ Aiden มีมิติกว่าพระเอกเกมแอ็กชันทั่วไป คือเขาเคยผ่านการทดลอง และตัวเขาเองก็ติดเชื้อด้วย นั่นแปลว่าเขาไม่ได้สู้แค่กับศัตรูตรงหน้า แต่ยังต้องสู้กับด้านมืดในร่างกายตัวเอง บางช่วงเขาควบคุมตัวเองแทบไม่ได้ เหมือนมีสัตว์ประหลาดค่อย ๆ ตื่นขึ้นข้างใน
ความเป็นมนุษย์ที่ดูจริง
Aiden จึงไม่ใช่ตัวละครที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนที่แตกหัก เจ็บปวด และยังพยายามเลือกทางของตัวเอง นี่แหละที่ทำให้เขาดูเป็นมนุษย์มากกว่าฮีโร่ทั่วไปในโลกหลังล่มสลาย

Lawan — ผู้หญิงที่ทั้งแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยบาดแผล
Lawan คือหนึ่งในตัวละครสำคัญที่แฟนเกมพูดถึงเยอะมาก เพราะเธอไม่ใช่แค่ตัวละครหญิงสายบู๊ธรรมดา แต่เป็นคนที่มีมิติ มีอดีต และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ความแข็งแกร่ง
ในโลกที่ทุกคนพร้อมหักหลังกันเพื่อเอาชีวิตรอด Lawan กลายเป็นคนที่ไว้ใจใครยาก เธอทั้งฉลาด คล่องตัว และสู้เก่งมาก จนหลายครั้งดูเหมือนเป็นคนที่ไม่มีอะไรทำลายได้
ความแค้นที่ผลักดันทุกอย่าง
เบื้องหลังความเยือกเย็นของ Lawan คืออดีตที่เต็มไปด้วยแผลใจ เธอมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญหลายคนในเมือง และเรื่องราวเหล่านั้นกลายเป็นแรงแค้นที่ผลักดันให้เธอทำหลายอย่างแบบสุดขั้ว บางครั้งผู้เล่นจะรู้สึกได้เลยว่า เธอกำลังใช้ชีวิตด้วยความโกรธมากกว่าความหวัง
ไม่ใช่ “สาวแกร่งไร้ที่ติ”
สิ่งที่ทำให้ Lawan ดูจริง คือเกมไม่ได้เขียนให้เธอเป็นผู้หญิงสมบูรณ์แบบ เธอมีด้านอ่อนแอ มีอารมณ์ มีช่วงที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ และบางครั้งก็เลือกผิดเหมือนมนุษย์ทั่วไป
ความสัมพันธ์กับ Aiden ที่ค่อยๆเปลี่ยนไป
ความสัมพันธ์ระหว่าง Lawan กับ Aiden คือหนึ่งในแกนสำคัญของเนื้อเรื่อง ทั้งคู่ต่างมีอดีตที่แตกสลาย และเข้าใจกันในแบบที่คนอื่นอาจไม่มีวันเข้าใจ ทำให้ทุกฉากที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน มีทั้งความตึงเครียด ความไว้ใจ และความรู้สึกที่ค่อยๆ เติบโตท่ามกลางโลกที่ใกล้พังทลายทุกวัน

Hakon — ผู้ชายที่ดูเหมือน “คนดี” ในโลกที่ไม่มีคนดีจริง
Hakon คือหนึ่งในตัวละครที่ขโมยซีนที่สุด เพราะตั้งแต่แรกที่เจอ เขาดูเหมือนคนที่ผู้เล่นสามารถฝากชีวิตไว้ได้ เขาช่วย Aiden หลายครั้ง สอนวิธีเอาตัวรอด และดูเหมือนเข้าใจโลกอันโหดร้ายใบนี้ดีมาก
ในช่วงแรก ผู้เล่นจำนวนมากจะรู้สึกว่านี่แหละ เพื่อนคนแรกของเราในเมืองนี้ แต่พอเนื้อเรื่องเดินลึกขึ้น ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยน
ตัวละครที่เต็มไปด้วยบาดแผล
Hakon ไม่ใช่คนเลวแบบตรงไปตรงมา แต่เป็นคนที่เคยผ่านเรื่องแย่ๆ จนความเชื่อใจในตัวคนอื่นแทบไม่เหลืออีกแล้ว เขาเคยถูกหักหลัง เคยสูญเสีย และโลกหลังล่มสลาย ก็ทำให้เขากลายเป็นคนที่เลือกเอาตัวรอดก่อนทุกอย่าง
นั่นทำให้หลายการกระทำของเขาดูเห็นแก่ตัว แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้เล่นก็พอจะเข้าใจว่าโลกแบบนี้มันบังคับให้คนเปลี่ยน
คนที่เดาไม่ได้ตลอดเวลา
เสน่ห์สำคัญของ Hakon คือความคลุมเครือ ผู้เล่นจะรู้สึกสับสนตลอดว่า ควรเชื่อใจเขาหรือไม่ เพราะบางช่วงเขาดูเหมือนเพื่อนแท้ที่พร้อมช่วย Aiden เสมอ แต่บางครั้งก็เหมือนคนที่พร้อมทรยศได้ทุกเมื่อถ้าจำเป็น
ตัวละครที่สะท้อนธีมของเกมได้ดีที่สุด
Hakon คือภาพสะท้อนของโลกใน Dying Light อย่างชัดเจน โลกที่ไม่มีคำว่า “ดี” หรือ “เลว” แบบสมบูรณ์ ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง และบางครั้งคนที่อันตรายที่สุด… อาจเป็นคนที่เราไว้ใจมากที่สุดก็ได้

Waltz — นักวิทยาศาสตร์ผู้กลายเป็นฝันร้ายของเมือง
Waltz คือหนึ่งในตัวละครที่อันตรายและน่าจดจำที่สุด ตั้งแต่แรกที่ปรากฏตัว เกมก็ทำให้ผู้เล่นรู้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ทั้งวิธีพูด สายตา และพลังที่ดูเหนือมนุษย์ ทำให้เขากลายเป็นภัยคุกคามที่กดดันตลอดทั้งเรื่อง
แต่ความน่าสนใจจริงๆของ Waltz ไม่ได้อยู่แค่ความโหด แต่อยู่ที่ “เหตุผล” เบื้องหลังทุกการกระทำของเขา
ตัวร้ายที่เชื่อว่าตัวเองกำลังช่วยโลก
Waltz เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการทดลองในอดีต เขามีแนวคิดสุดโต่ง และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยชีวิตคนจำนวนมากก็ตาม
สิ่งที่ทำให้เขาต่างจากตัวร้ายทั่วไป คือเขาไม่ได้ทำเรื่องเลวเพราะความสนุก หรืออยากครองโลกแบบการ์ตูน แต่เขาเชื่อจริงๆว่าสิ่งที่ตัวเองทำคือ… หนทางรอดของมนุษย์
ยิ่งเข้าใจ… ยิ่งน่ากลัว
หลายช่วงของเกม ผู้เล่นอาจเริ่มเข้าใจเหตุผลของ Waltz ด้วยซ้ำ เพราะโลกใน Dying Light มันพังจนแทบไม่เหลือความหวัง การตัดสินใจสุดโต่งบางอย่างจึงดู “พอเข้าใจได้” แม้มันจะโหดร้ายก็ตาม
และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ Waltz น่ากลัวกว่าเดิม
ตัวร้ายที่สมจริงเกินไป
Waltz คือประเภทของตัวร้าย ที่มีอยู่จริงในโลกมนุษย์ คนที่เชื่อว่าตัวเองกำลังทำสิ่งถูกต้อง จนพร้อมเหยียบทุกอย่างเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เพราะบางครั้ง คนที่อันตรายที่สุด… ไม่ใช่คนที่รู้ว่าตัวเองชั่ว แต่คือคนที่มั่นใจว่าตัวเอง “ถูกต้องเสมอ”

Frank Marwey — คนที่ยังพยายามเชื่อในความหวังที่ริบหรี่
Frank Marwey คือหนึ่งในตัวละครที่สะท้อนบรรยากาศของตัวเกมได้ดีที่สุด เพราะเขาไม่ใช่ฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ หรือผู้นำที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนที่เคยมีความหวัง เคยเชื่อว่าตัวเองจะเปลี่ยนเมืองนี้ได้… ก่อนที่โลกอันโหดร้ายจะค่อย ๆ ทำลายทุกอย่างในใจเขา
Frank เคยเป็นสมาชิกระดับสำคัญของกลุ่ม Nightrunners กลุ่มนักวิ่งในตำนานที่คอยช่วยเหลือผู้คนและเชื่อมเมืองเข้าหากัน พวกเขาเคยเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความหวังในยุคที่ทุกคนหวาดกลัว
คนที่แพ้ให้กับโลก
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสูญเสีย การทรยศ และความล้มเหลว ทำให้ Frank เปลี่ยนไป เขากลายเป็นคนติดเหล้า พูดจาประชดประชัน และทำเหมือนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
หลายครั้งผู้เล่นจะรู้สึกว่าเขาเป็นแค่ชายแก่หมดไฟคนหนึ่ง แต่จริงๆแล้วลึกข้างใน Frank ยังอยากเห็นเมืองนี้ดีขึ้นอยู่เสมอ
ความหวังที่ยังไม่ตายสนิท
เสน่ห์ของ Frank คือเขาเป็นตัวแทนของคนที่เคยมีอุดมการณ์แรงกล้า แต่ถูกโลกเล่นงานจนแทบไม่เหลือแรงจะเชื่อในอะไรอีก ถึงอย่างนั้น ในบางช่วงของเกม ผู้เล่นจะเห็นว่าเขายังพร้อมลุกขึ้นมาสู้ ถ้ามีใครบางคนทำให้เขาเชื่อว่า “ความหวังยังมีอยู่จริง”
ตัวละครที่ทำให้โลกของเกมดูจริง
Dying Light 2 ใช้ธีมโลกทำลายผู้คนอยู่ตลอด และ Frank คือภาพที่ชัดมากของแนวคิดนั้น เขาไม่ใช่คนเลว ไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่เป็นมนุษย์ธรรมดา ที่เหนื่อยกับการสูญเสียมากเกินไปเท่านั้นเอง

Sophie และ Barney — สองพี่น้องที่สะท้อนความอยู่รอดแบบคนธรรมดา
ในโลกของ Dying Light ไม่ใช่ทุกตัวละครจะเป็นนักสู้ระดับตำนาน หรือฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ บางคนก็เป็นแค่ “คนธรรมดา” ที่พยายามเอาชีวิตรอดไปวันๆ และ Sophie กับ Barney คือภาพสะท้อนของคนแบบนั้นได้ชัดมาก
ทั้งคู่เป็นสมาชิกของกลุ่ม Bazaar ชุมชนผู้รอดชีวิตที่พยายามสร้างชีวิตใหม่ ท่ามกลางเมืองที่เต็มไปด้วยซอมบี้ ความอดอยาก และความหวาดระแวง
Sophie — คนที่ยังพยายามปกป้องผู้คน
Sophie คือพี่สาวที่พยายามรักษาชุมชนเอาไว้ เธอเป็นคนที่คิดถึงส่วนรวม และพยายามหาทางให้ทุกคนอยู่รอดร่วมกัน แม้บางครั้งจะต้องตัดสินใจเรื่องยากๆก็ตาม
เธอไม่ใช่ผู้นำที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนที่ยังเชื่อว่าผู้คนควรช่วยเหลือกัน มากกว่าจะฆ่ากันเพื่อเอาตัวรอด
Barney — คนหัวร้อนที่เต็มไปด้วยความกลัว
ส่วน Barney คืออีกด้านหนึ่งของโลกหลังล่มสลาย เขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ก้าวร้าว และไม่ไว้ใจใครง่ายๆ จนหลายคนอาจรู้สึกหงุดหงิดกับนิสัยของเขาในช่วงแรก
แต่ถ้ามองลึกลงไปจริงๆ Barney ไม่ได้เป็นคนเลว เขาเป็นแค่คนที่กลัวการสูญเสียมากเกินไป จนเลือกสร้างกำแพงและใช้ความรุนแรงป้องกันตัวเอง
ตัวละครที่ดูเป็นมนุษย์จริงๆ
Sophie และ Barney ทำให้เห็นว่า โลกที่พังทลายไม่ได้เปลี่ยนคนให้กลายเป็นฮีโร่เสมอไป บางครั้งมันแค่ทำให้คนธรรมดา ต้องดิ้นรน ปกป้องคนที่รัก และพยายามอยู่รอดในแบบของตัวเองเท่านั้น

The Peacekeepers — ผู้รักษาความสงบ… หรือเผด็จการ?
ในโลกอันโกลาหลของ Dying Light 2 ผู้คนจำนวนมากต้องการใครสักคนมาสร้างกฎระเบียบ และกลุ่ม Peacekeepers (PK) ก็คือคำตอบนั้นในสายตาของหลายคน
พวกเขาเป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีระเบียบ วินัย และการจัดการที่จริงจัง ต่างจากชุมชนทั่วไปที่มักกระจัดกระจาย PK มีทั้งกำลังพล อาวุธ และระบบควบคุมพื้นที่ ทำให้หลายโซนของเมืองปลอดภัยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงแรกผู้เล่นอาจรู้สึกว่านี่แหละฝ่ายดีของเกม
เมื่ออำนาจเริ่มมากเกินไป
แต่ยิ่งเล่นไปเกมจะเริ่มตั้งคำถามกับผู้เล่นว่า การรักษาความสงบด้วยกำลัง มันคือความปลอดภัยจริงๆ หรือแค่การควบคุมผู้คนกันแน่
เพราะในโลกที่รัฐบาลล่มสลาย คนที่มีอาวุธมากที่สุด มักกลายเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดเช่นกัน และเมื่อไม่มีใครตรวจสอบอำนาจนั้น เส้นแบ่งระหว่าง ผู้รักษากฎหมายกับเผด็จการ ก็เริ่มบางลงเรื่อยๆ
ความปลอดภัยที่ต้องแลกด้วยอิสรภาพ
PK เชื่อว่าความเข้มงวดคือสิ่งจำเป็น พวกเขาพร้อมใช้กำลังเพื่อรักษาความสงบ
และบางครั้งก็มองคนที่ไม่ทำตามกฎเป็นศัตรูทันที
นี่ทำให้หลายคนในเมืองทั้งกลัวและไม่ไว้ใจพวกเขา แม้จะรู้ว่า PK สามารถปกป้องเมืองจากอันตรายได้จริงก็ตาม
โลกที่ไม่มี “ฝ่ายขาวสะอาด”
สิ่งที่ตัวเกมทำได้ดีมาก คือการทำให้ทุกฝ่ายมีทั้งข้อดีและด้านมืด PK ไม่ได้เลวแบบในการ์ตูน แต่ก็ไม่ได้เป็นฮีโร่สมบูรณ์แบบ พวกเขาเป็นแค่กลุ่มคนที่เชื่อว่า การควบคุมที่เข้มงวดคือ… หนทางเดียวที่จะทำให้มนุษย์ ยังอยู่รอดได้ในโลกที่กำลังพังทลาย

The Survivors — กลุ่มชุมชน ผู้คนธรรมดาที่อยากใช้ชีวิตต่อ
ท่ามกลางโลกอันโหดร้าย กลุ่ม Survivors คือภาพแทนของผู้คนธรรมดาที่ไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ หรือปกครองใคร พวกเขาแค่อยาก “มีชีวิตต่อไป” ในโลกที่แทบไม่เหลือความปกติอีกแล้ว
กลุ่มนี้ไม่ได้มีอาวุธหนัก ไม่มีระบบทหาร และไม่ได้มีระเบียบเข้มงวดเหมือน Peacekeepers แต่สิ่งที่ทำให้ Survivors แตกต่าง คือพวกเขายังเชื่อในการช่วยเหลือกัน และการสร้างชุมชนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
เมืองที่ยังดูมีหัวใจ
ในกลุ่ม Survivors เราจะเห็นทั้งพ่อค้า ช่างซ่อม คนปลูกอาหาร หรือชาวบ้านธรรมดาที่พยายามใช้ชีวิตให้เหมือนโลกยังไม่พัง พวกเขาสร้างตลาด ตั้งที่พัก และพยายามทำให้เมืองยังดูมีความเป็นมนุษย์
นี่คือเหตุผลที่หลายพื้นที่ของ Survivors ให้ความรู้สึกอบอุ่นกว่าฝ่ายอื่น แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยความตายก็ตาม
อิสระที่ต้องแลกกับความเสี่ยง
แต่ข้อเสียของ Survivors ก็ชัดเจนเหมือนกัน เพราะพวกเขาไม่มีพลังอำนาจแบบกลุ่ม PK ทำให้รับมือกับภัยอันตรายขนาดใหญ่ได้ยาก หลายครั้งกลุ่มนี้ดูไร้ระเบียบ และพร้อมแตกกระจายเมื่อเกิดวิกฤต
โลกของ Dying Light 2 จึงไม่ได้ถามแค่ว่าฝ่ายไหนดีกว่า แต่ถามลึกไปกว่านั้นว่ามนุษย์ควรเลือกอะไร ระหว่าง “อิสรภาพ” หรือ “ความมั่นคง”
หนึ่งในธีมที่ดีที่สุดของเกม
Survivors ทำให้ผู้เล่นเห็นว่า แม้โลกจะล่มสลาย คนบางกลุ่มก็ยังพยายามรักษาความเป็นมนุษย์เอาไว้ และนั่นอาจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้และความสิ้นหวังก็ได้

Pilgrims — คนพเนจรที่โลกแทบลืม นักเดินทางที่ไม่มีบ้านให้กลับ
ในโลกของ Dying Light 2 การเดินทางข้ามเมืองไม่ใช่เรื่องเท่ หรือการผจญภัยเหมือนในเกมทั่วไป แต่มันคือการเอาชีวิตไปเสี่ยงกับซอมบี้ โจร ความอดอยาก และความตายทุกวินาที และคนที่ยังทำแบบนั้นอยู่ ถูกเรียกว่า Pilgrims
พวกเขาคือกลุ่มนักเดินทางเร่ร่อนที่ออกเดินทางระหว่างเมืองต่างๆ เพื่อส่งของ ส่งข่าว หรือค้นหาบางอย่างที่ตัวเองยังยึดไว้ในใจ แม้โลกจะพังไปเกือบหมดแล้วก็ตาม
คนที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้
แม้ Pilgrims จะเป็นกลุ่มสำคัญ เพราะช่วยเชื่อมข้อมูลระหว่างเมือง แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ไว้ใจพวกเขา หลายคนมองว่า Pilgrims มักนำข่าวร้าย ความวุ่นวาย หรือปัญหาตามเข้ามาด้วย
ในหลายพื้นที่ พวกเขาถูกมองเหมือนคนนอก เป็นคนแปลกหน้าที่ไม่มีใครอยากผูกพัน เพราะไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายจะหายไปตอนไหน หรือกำลังซ่อนอะไรไว้
Aiden กับชีวิตที่ไม่มีที่ให้กลับไป
Aiden พระเอกของเกมก็เป็นหนึ่งใน Pilgrims เขาใช้ชีวิตเดินทางไปเรื่อยๆ ไม่มีบ้าน ไม่มีเมืองที่เรียกว่าเป็นที่ของตัวเอง และแทบไม่มีใครไว้ใจเขาตั้งแต่แรกพบ
สิ่งนี้ทำให้ตัวละครของ Aiden เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว เขาเหมือนคนที่ถูกโลกลืม แต่ก็ยังต้องเดินหน้าต่อ เพราะหยุดไม่ได้
ตัวแทนของคนที่ยังดิ้นรนในโลกพังๆ
Pilgrims คือภาพสะท้อนของคนไร้บ้านในโลกหลังล่มสลาย คนที่ไม่มีราก ไม่มีความมั่นคง และไม่มีใครรออยู่ปลายทาง
แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังเดินต่อไปเรื่อยๆ และบางครั้ง คนพเนจรที่โลกแทบลืมเหล่านี้… อาจเป็นคนที่ยังรักษาความหวังเอาไว้ได้มากที่สุดก็ได้
