ถ้าพูดถึงอนิเมะระดับตำนาน ที่เปลี่ยนวงการแอ็กชันไปตลอดกาล ชื่อของ Dragon Ball คือเรื่องที่ไม่มีทางถูกมองข้าม ตั้งแต่ยุค Dragon Ball Z จนถึง Super แฟนๆทั่วโลกต่างเติบโตมากับฉากแปลงร่างสุดเดือด เสียงตะโกนปล่อยพลัง และการต่อสู้ระดับทำลายจักรวาล โดยเฉพาะ “ซุปเปอร์ไซย่า” ที่กลายเป็นหนึ่งในไอคอนของวงการอนิเมะไปแล้ว
แต่ในจักรวาลดราก้อนบอลนั้น ไม่ใช่ทุกซุปเปอร์ไซย่าจะอยู่ระดับเดียวกัน เพราะบางคนมีพลังมหาศาลจนเรียกได้ว่า โกงเกินไป ทั้งความเร็ว พลังทำลายล้าง การฟื้นตัว หรือพลังระดับเทพที่แม้แต่เหล่าเทพทำลายล้างยังต้องระวัง เราจะพาไปจัดอันดับ TOP 8 ซุปเปอร์ไซย่าที่พลังโหด ระดับพระเจ้า ว่าใครบ้างที่แฟนๆยกให้เป็นระดับตัวท็อปของจริง!
เหตุผลที่ทำไม Dragon Ball ถึงเป็นตำนานตลอดกาล

ถ้าพูดถึงอนิเมะแอ็กชันที่เป็นเหมือน “รากฐาน” ของวงการโชเน็น ชื่อของ ดราก้อนบอล ต้องติดอันดับตลอดกาล เพราะนี่คือเรื่องที่สร้างมาตรฐานให้อนิเมะสายต่อสู้หลายเรื่อง ทั้งฉากบู๊ พลังแปลงร่าง และการดวลที่เดือดจนคนดูนั่งไม่ติด
- ฉากต่อสู้โคตรมันส์
ดราก้อนบอล เด่นมากเรื่องไฟต์ที่ดูง่าย แต่โคตรสะใจ ทั้งหมัดต่อหมัด พลังคลื่นเต่า การวาร์ปใส่กันกลางอากาศ และแรงปะทะที่ทำลายภูเขาได้สบายๆ นี่คือสไตล์ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจ ให้อนิเมะแอ็กชันยุคหลังจำนวนมาก - ตัวละครมีเสน่ห์สุดๆ
โกคู คือสายใสซื่อแต่รักการต่อสู้ ส่วน Vegeta คือเจ้าชายนักสู้ที่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรี ขณะที่ Gohan ก็เป็นตัวละครที่แฟนๆ ผูกพันมาตั้งแต่เด็ก ทุกคนมีเส้นทางของตัวเอง ทำให้แฟนๆ เลือกเชียร์ได้ไม่ยาก - ร่างแปลงระดับไอคอนิก
แค่เห็นผมทองของ Super Saiyan คนทั้งโลกก็จำได้ทันที นี่คือหนึ่งในภาพจำที่ทรงพลังที่สุดของ วงการอนิเมะ
ร่างไหนโหดที่สุดใน ดราก้อนบอล?
คำถามนี้แฟนๆ เถียงกันไม่จบ เพราะแต่ละร่างมีจุดเด่นต่างกัน เช่น Ultra Instinct เน้นสัญชาตญาณ, Ultra Ego เน้นรับดาเมจแล้วยิ่งแกร่ง, Beast Form พลังระเบิดของ Gohan และ Legendary Super Saiyan ที่ดิบเถื่อนสุดๆ
Dragon Ball Super พาสเกลพลังหลุดโลก
จากยุคต่อยภูเขา มาถึงยุคเทพทำลายล้าง จักรวาลคู่ขนาน และศึกระดับ Multi-universe
นี่แหละเหตุผลที่ ดราก้อนบอล ไม่ใช่แค่อนิเมะต่อสู้ แต่คือ “ตำนานพลังระเบิดจักรวาล” ที่ยังมีอิทธิพลจนถึงวันนี้

Son Goku — ซุปเปอร์ไซย่าผู้ทะลุขีดจำกัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ถ้าพูดถึงดราก้อนบอล แล้วไม่มีชื่อ Son Goku ก็เหมือนขาดหัวใจของเรื่องไปเลย เพราะโกคคือสัญลักษณ์ของนักสู้ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง จากเด็กไซย่าธรรมดาที่ถูกส่งมายังโลก กลายเป็นยอดนักสู้ที่สามารถต่อกรกับศัตรูระดับจักรวาลและเทพเจ้าได้
เสน่ห์ของโกคูไม่ใช่แค่ความเก่ง แต่คือความสนุกเวลาต่อสู้ เขาไม่ได้สู้เพื่ออำนาจหรือความยิ่งใหญ่ แต่สู้เพราะอยากรู้ว่าตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหน
จุดเด่นของ Goku
โกคูเป็นตัวละครที่โตขึ้นทุกครั้งหลังผ่านศึกหนัก
- เรียนรู้ไวมาก
- พัฒนาตัวเองตลอดเวลา
- ใช้พลังได้หลายรูปแบบ
- อ่านจังหวะต่อสู้เก่ง
- มีสัญชาตญาณนักสู้ระดับอัจฉริยะ
ไม่ว่าจะเจอศัตรูโหดแค่ไหน โกคูมักหาทางก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้เสมอ
Ultra Instinct — ร่างระดับเทพ
ร่างที่ถูกยกให้โหดที่สุดของโกคู คือ Ultra Instinct
พลังนี้น่ากลัวตรงที่ร่างกายสามารถเคลื่อนไหว หลบ และโจมตีได้เองโดยไม่ต้องคิด ทำให้ตอบสนองต่อศัตรูได้เร็วแบบแทบเหนือเหตุผล ขนาดเทพทำลายล้างบางคนยังใช้พลังนี้ได้ไม่สมบูรณ์ นั่นยิ่งทำให้โกคูดูพิเศษขึ้นไปอีก
ทำไม Goku ถึงไร้เทียมทาน?
เพราะโกคู คือคนที่ “ยิ่งสู้ ยิ่งเก่ง” ศัตรูยิ่งแข็งแกร่ง เขายิ่งพัฒนาเร็วขึ้น
เหมือนทุกการต่อสู้คือบันไดขั้นใหม่ของเขา นี่จึงทำให้ Son Goku ไม่ใช่แค่พระเอกสายบู๊ แต่คือนักสู้ผู้ไม่มีขีดจำกัด ของโลกอนิเมะอย่างแท้จริง

Vegeta — เจ้าชายไซย่าผู้ไม่ยอมแพ้ใคร
ถ้าพูดถึงตัวละครที่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรี และความมุ่งมั่น ชื่อของ Vegeta ต้องติดอันดับต้นๆ แบบไม่มีข้อสงสัย เพราะนี่คือเจ้าชายแห่งเผ่าไซย่าที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ
Vegeta เริ่มต้นจากการเป็นศัตรูของโกคู แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขากลับกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆ รักมากที่สุด และหลายคนยังยกให้เขาเป็นตัวละครที่พัฒนาดีที่สุด ในเรื่องอีกด้วย
จุดเด่นของ Vegeta
สิ่งที่ทำให้ Vegeta แตกต่าง คือความทะเยอทะยาน และความพยายามแบบสุดขีด
- Pride สูงมาก
- พลังโจมตีรุนแรง
- ฝึกหนักตลอดเวลา
- IQ การต่อสู้สูง
- ไม่ยอมแพ้แม้เจอศัตรูเหนือกว่า
เขาเป็นคนที่ต่อให้ล้ม ก็จะลุกขึ้นมาแข็งแกร่งกว่าเดิมเสมอ
Ultra Ego — พลังที่ยิ่งเจ็บยิ่งแกร่ง
ร่าง Ultra Ego คือพลังที่เข้ากับ Vegeta มากที่สุด เพราะมันสะท้อนนิสัยนักสู้ของเขาแบบเต็มๆ
จุดเด่นของร่างนี้คือ ยิ่งโดนโจมตี พลังของเขาจะยิ่งเพิ่มขึ้น เหมือนเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นพลังทำลายล้าง
นี่จึงเป็นร่างที่ทั้งดุดัน บ้าพลัง และเหมาะกับสายสู้ตรงๆ แบบ Vegeta สุดๆ
จากตัวร้ายสู่ตำนานของแฟนๆ
สิ่งที่แฟน Dragon Ball ชอบมาก คือเส้นทางชีวิตของ Vegeta จากเจ้าชายผู้เย่อหยิ่ง กลายเป็นคนที่เริ่มเข้าใจครอบครัว มิตรภาพ และการปกป้องคนสำคัญ
แม้เขาจะยังปากแข็งเหมือนเดิม แต่ลึกๆแล้ว Vegeta เติบโตขึ้นมากจริงๆ และนี่เองคือเหตุผลที่ Vegeta ไม่ใช่แค่คู่แข่งของโกคู… แต่คือ “ตำนานแห่งความพยายาม” ที่แฟนๆไม่มีวันลืม

Broly — ซุปเปอร์ไซย่าในตำนานตัวจริง!
ถ้าพูดถึงตัวละครในดราก้อนบอลที่คำว่า “พลังดิบ” ถูกผลักไปถึงระดับสุดขีด ชื่อของ Broly ต้องมาเป็นอันดับต้นๆ เพราะนี่คือไซย่าที่เกิดมาพร้อมพลังมหาศาลจนแม้แต่คนในเผ่าเดียวกันยังหวาดกลัว
Broly ไม่ใช่นักสู้สายเทคนิคแบบโกคู หรือสายวางแผนแบบ Vegeta แต่เป็นพายุแห่งพลังทำลายล้างที่ยิ่งสู้ยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ และนั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้เขาถูกเรียกว่า “ซุปเปอร์ไซย่าในตำนาน”
จุดเด่นของ Broly ที่ทำให้เหมือนสัตว์ประหลาด
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของ Broly คือพลังของเขา ไม่มีจุดหยุด
- พลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างต่อสู้
- ความอึดระดับสัตว์ประหลาด
- ฟื้นตัว และปรับตัวไวมาก
- ปล่อยพลังทำลายล้างมหาศาล
- และแทบควบคุมพลังตัวเองไม่ได้
ยิ่งการต่อสู้ยืดเยื้อ Broly ยิ่งเข้าสู่สภาวะคลั่งที่แข็งแกร่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
ทำไม Broly ถึงโกงมาก?
เพราะเขาแทบไม่มี “ขีดจำกัด” เหมือนไซย่าทั่วไป
ปกตินักสู้จะมีจุดตันหรือใช้พลังจนหมดแรง แต่ Broly กลับเหมือนเครื่องยนต์ที่ยิ่งร้อน ยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ
นี่ทำให้ศัตรูแทบไม่มีเวลาไล่ตามระดับพลังของเขาทัน
ศึกกับ Gogeta ที่ทำให้โลกแทบแตก
หนึ่งในไฟต์ที่แฟนๆ จำไม่ลืม คือการต่อสู้ระหว่าง Broly กับ Gogeta
แรงปะทะของทั้งคู่รุนแรงจนมิติรอบตัวแตกกระจาย เหมือนโลกทั้งใบกำลังรับพลังไม่ไหว
และนั่นเอง คือเหตุผลที่ Broly ไม่ใช่แค่ไซย่าธรรมดา แต่คือ “สัตว์ประหลาดแห่งเผ่าไซย่า” ตัวจริง

Gogeta — นักรบฟิวชันสุดสมบูรณ์
ถ้าพูดถึงตัวละครที่แฟน Dragon Ball เห็นเมื่อไรแล้วรู้ทันทีว่า “ศัตรูกำลังซวยแล้ว” ชื่อของ Gogeta ต้องติดอันดับแน่นอน เพราะนี่คือร่างฟิวชันของ Goku และ Vegeta สองนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าไซย่า
และเมื่อทั้งสองรวมร่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ “สัตว์ประหลาดแห่งจักรวาล” ที่แทบไม่มีใครหยุดได้
จุดเด่นของ Gogeta ที่ทำให้โหดแบบไร้เหตุผล
สิ่งที่น่ากลัวของ Gogeta คือเขาไม่ได้แค่รวมพลังของโกคูกับเบจิต้า แต่ยังรวม “ข้อดีทั้งหมด” ของทั้งคู่เข้าด้วยกัน
- ความเร็วระดับเหนือสายตา
- พลังทำลายล้างมหาศาล
- เทคนิคการต่อสู้หลากหลาย
- สัญชาตญาณการต่อสู้สูงมาก
- และความมั่นใจแบบเต็มพิกัด
นี่ทำให้ Gogeta เป็นนักสู้ที่ทั้งดุดัน ฉลาด และกดดันคู่ต่อสู้สุดๆ
ทำไม Gogeta ถึงน่ากลัวมาก?
เพราะเขาคือการรวมตัวของสุดยอดนักสู้ 2 คนที่ผลักขีดจำกัดตัวเองมาตลอดชีวิต
แค่ร่าง Super Saiyan Blue ก็มีพลังระดับที่แทบไร้คู่ต่อสู้แล้ว โดยเฉพาะในศึกกับ Broly ที่แรงปะทะของทั้งคู่รุนแรงจนมิติรอบตัวแตกกระจาย ทุกการโจมตีของ Gogeta ดูเหมือนจะเหนือกว่าคู่ต่อสู้อยู่หนึ่งขั้นเสมอ
นักรบที่แฟนๆ รอคอยทุกครั้งที่ปรากฏตัว
สิ่งที่ทำให้ Gogeta เป็นขวัญใจแฟนๆ คือเขาไม่ได้โผล่มาบ่อย แต่ทุกครั้งที่ปรากฏตัว จะมีไฟต์ระดับตำนานตามมาเสมอ
และนี่เอง คือเหตุผลที่ Gogeta ไม่ใช่แค่ร่างฟิวชันธรรมดา แต่คือ “สุดยอดนักรบแห่งดราก้อนบอล” ที่แฟนๆทั่วโลกยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็น

Vegito — ฟิวชันระดับพระเจ้า
ถ้าพูดถึงร่างฟิวชันที่ทั้งโคตรเก่ง และโคตรมั่นใจ ชื่อของ Vegito ต้องติดอันดับสูงสุดแน่นอน เพราะนี่คือการรวมร่างของ Goku และ Vegeta ผ่านต่างหูโปทารา จนเกิดเป็นนักสู้ระดับพระเจ้า ที่แทบไม่มีใครรับมือได้
แม้หลายคนจะชอบเปรียบเทียบกับ Gogeta แต่ความจริงแล้ว Vegito มีสไตล์เฉพาะตัวชัดมาก โดยเฉพาะความกวน ความเหนือชั้น และการเล่นกับศัตรูระหว่างต่อสู้
จุดเด่นของ Vegito ที่ทำให้แตกต่าง
Vegito คือการรวมข้อดีของโกคูและเบจิต้าเข้าด้วยกันแบบสมบูรณ์
- ฉลาดและอ่านเกมเก่ง
- กวนและมั่นใจสุดๆ
- พลังสูงระดับโกง
- ใช้เทคนิคได้หลากหลาย
- และสามารถกดดันศัตรูได้ตลอดเวลา
สิ่งที่แฟนๆ ชอบมาก คือเวลาที่ Vegito สู้ เขามักดูเหมือน เหนือกว่าคู่ต่อสู้อยู่ตลอด ไม่ว่าจะโดนโจมตีหนักแค่ไหนก็ยังมีเวลาพูดกวนกลับได้อีก
Vegito Blue vs Zamasu — ไฟต์ระดับตำนาน
หนึ่งในโมเมนต์ที่แฟน Dragon Ball Super ไม่มีวันลืม คือศึกระหว่าง Vegito Blue กับ Zamasu
พลังของทั้งคู่รุนแรงจนสนามรบแทบพัง มิติรอบตัวสั่นสะเทือน และทุกการปะทะเต็มไปด้วยความอลังการระดับจักรวาล
แค่เห็น Vegito Blue ปรากฏตัว แฟนๆก็รู้ทันทีว่า ถึงเวลาของตัวโกงแห่งจักรวาลแล้ว
ฟิวชันที่เหมือนเกิดมาเพื่อครองสนามรบ
ต่างจาก Gogeta ที่เน้นดุดันและรวดเร็ว Vegito จะมีความนิ่ง มั่นใจ และเล่นกับศัตรูมากกว่า
นี่จึงทำให้เขาดูเหมือนนักรบระดับพระเจ้าที่ทั้งเก่ง เท่ และเต็มไปด้วยออร่าแห่งผู้ชนะ
และนี่เองคือเหตุผลที่ Vegito ไม่ใช่แค่ร่างฟิวชันธรรมดา… แต่คือ “ตัวตนระดับพระเจ้า” ที่แฟนๆจำได้ไม่มีวันลืม

Gohan Beast — ร่างที่ปลุกสัตว์ร้ายในตัว
ถ้าพูดถึงร่างแปลง ที่สร้างเสียงฮือฮามากที่สุดในยุคใหม่ของดราก้อนบอล ชื่อของ Gohan Beast ต้องติดอันดับทันที เพราะนี่คือช่วงเวลาที่แฟนๆรู้สึกเหมือน “โกฮังคนเดิม” จากยุค Cell Saga ได้กลับมาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้หลายคนมองว่า Gohan เลือกใช้ชีวิตสงบๆ เน้นเรียนและดูแลครอบครัว มากกว่าจะเป็นนักสู้เต็มตัวเหมือนโกคูหรือเบจิต้า แต่พอร่าง Beast ปรากฏขึ้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทันที
จุดเด่นของ Gohan Beast
ร่างนี้คือการปลดปล่อยพลังแฝงของโกฮังออกมาแบบเต็มขีดจำกัด
- พลังโจมตีระเบิดมหาศาล
- ความเร็วสูงมาก
- สัญชาตญาณการต่อสู้ดุดันขึ้น
- มีพลังแฝงระดับอัจฉริยะ
- ออร่ากดดันแบบสัตว์ร้ายเต็มตัว
แค่พลังที่ระเบิดออกมาตอนแปลงร่าง ก็ทำให้ศัตรูรู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ทำไมแฟนๆ ถึงฮือฮามาก?
เพราะร่าง Beast ทำให้หลายคนนึกถึง “โกฮังสายโหด” ในช่วง Cell Saga ยุคที่เขาปลด Super Saiyan 2 แล้วกลายเป็นตัวละครที่น่ากลัวที่สุดในเรื่องชั่วขณะ
ความรู้สึกนั้นกลับมาอีกครั้งในร่าง Beast ทั้งสายตา ออร่า และพลังที่ระเบิดออกมา ดูเหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกปลดโซ่ตรวน
ร่างที่พิสูจน์ว่า Gohan ยังมีศักยภาพสูงสุด
สิ่งที่น่าสนใจคือ Gohan ไม่ได้ฝึกหนักตลอดเวลาเหมือนโกคูหรือเบจิต้า แต่เมื่อถึงจุดวิกฤต เขากลับสามารถดึงพลังมหาศาลออกมาได้เสมอ
และนี่เอง คือเหตุผลที่แฟนๆ หลายคนยังเชื่อว่า ถ้าปลดพลังได้เต็มที่จริงๆ Gohan อาจเป็นหนึ่งในนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของ Dragon Ball ก็ได้

Future Trunks — นักรบจากอนาคตผู้แบกความหวัง
ถ้าพูดถึงตัวละครที่เปิดตัวได้ “โคตรเท่” ในโลก Dragon Ball ชื่อของ Future Trunks ต้องติดอันดับตลอดกาล เพราะนี่คือซุปเปอร์ไซย่าจากโลกอนาคต ที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่ยังเลือกต่อสู้เพื่อเปลี่ยนอนาคตด้วยตัวเอง
แค่ฉากแรกที่เขาปรากฏตัว พร้อมดาบบนหลังและสีหน้าสุดนิ่ง ก็ทำให้แฟนๆ รู้ทันทีว่า ตัวละครนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน
จุดเด่นของ Future Trunks
Trunks แตกต่างจากไซย่าคนอื่นชัดเจน เพราะเขาเป็นนักสู้ที่ผสมทั้งพลัง และอาวุธเข้าด้วยกัน
- ใช้ดาบในการต่อสู้
- มีพลังสายผสมระหว่างไซย่าและมนุษย์
- จิตใจแข็งแกร่งมาก
- ต่อสู้เพื่อปกป้องอนาคต
- และมีความจริงจังแบบนักรบตัวจริง
ต่างจากโกคูที่รักการต่อสู้ Trunks ต่อสู้เพราะไม่มีทางเลือก นั่นจึงทำให้ตัวละครนี้มีเสน่ห์อีกแบบ
ฉากเปิดตัวระดับตำนาน
หนึ่งในโมเมนต์ที่แฟน Dragon Ball ไม่มีวันลืม คือฉากที่ Trunks เปิดตัวแล้วจัดการ Frieza ได้แบบรวดเร็วสุดๆ
ศัตรูที่เคยเป็นฝันร้ายของทั้งจักรวาล กลับโดนฟันจนแทบไม่มีโอกาสสู้คืน
ฉากนี้ทำให้คนดูช็อกทันที เพราะมันแสดงให้เห็นว่า “นักรบจากอนาคต” คนนี้อยู่คนละระดับแล้วจริงๆ
นักรบผู้แบกความหวังของโลกอนาคต
สิ่งที่ทำให้แฟนๆ รัก Trunks มาก คือเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเอง แต่ต่อสู้เพื่อช่วยโลกที่พังทลายจากฝันร้ายของ Android และความสูญเสีย แม้โลกของเขาจะเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่ Trunks ก็ยังไม่ยอมแพ้
และนี่เอง คือเหตุผลที่ Future Trunks ไม่ใช่แค่ซุปเปอร์ไซย่าเท่ๆ แต่คือนักรบแห่งความหวัง ที่แฟนๆจะจดจำตลอดไป

Bardock — พ่อของโกคู ผู้มีจิตวิญญาณนักสู้เต็มเปี่ยม
ถ้าพูดถึงตัวละครใน Dragon Ball ที่แม้จะไม่ได้โผล่นาน แต่กลับมีเสน่ห์จนแฟนๆ จดจำได้เสมอ ชื่อของ Bardock ต้องติดอันดับแน่นอน เพราะเขาไม่ใช่แค่พ่อของโกคู แต่คือภาพแทนของ “ไซย่าพันธุ์แท้” ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณนักสู้แบบดิบๆ
Bardock แตกต่างจากโกคู ตรงที่เขาเติบโตมาในวัฒนธรรมของเผ่าไซย่าเต็มตัว เป็นนักรบที่ใช้ชีวิตอยู่กับสงคราม การต่อสู้ และการเอาชีวิตรอดมาตลอด
จุดเด่นของ Bardock
สิ่งที่ทำให้ Bardock เป็นขวัญใจแฟนๆ คือความฮาร์ดคอร์ และความดุดันแบบนักรบไซย่าของจริง
- เป็นนักสู้สายบุกเต็มตัว
- ไม่กลัวศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า
- มีสัญชาตญาณการต่อสู้ยอดเยี่ยม
- ต่อสู้แบบไม่ยอมถอย
- และมีความเป็นผู้นำสูง
ถึงเขาจะไม่ได้มีพลังระดับเทพเหมือนโกคูยุคหลัง แต่ความดิบและความกล้าของ Bardock กลับทำให้ตัวละครนี้ดูเท่มาก
ชายผู้ลุกขึ้นสู้แม้รู้ว่าจะแพ้
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ Bardock กลายเป็นตำนาน คือช่วงที่เขารู้ว่าเผ่าไซย่ากำลังจะถูกทำลายโดย Frieza
แม้จะรู้ว่าตัวเองแทบไม่มีโอกาสชนะ แต่เขาก็ยังเลือกลุกขึ้นสู้จนวินาทีสุดท้าย
ภาพแทนของไซย่าพันธุ์แท้
Bardock คือไซย่าที่เต็มไปด้วยความดุ ความกล้า และจิตวิญญาณนักรบแบบบริสุทธิ์
และนี่เอง คือเหตุผลที่แม้เขาจะไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด… แต่กลับเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟน Dragon Ball รักและเคารพมากที่สุดตลอดกาล
