ถ้าพูดถึงเกมที่โคตรวุ่นวายแบบตั้งใจ และเปลี่ยนความบ้าคลั่งให้กลายเป็นเอกลักษณ์ระดับตำนาน ชื่อของ Borderlands คือหนึ่งในแฟรนไชส์ที่ไม่มีใครเหมือน ตั้งแต่กราฟิกสไตล์การ์ตูน Comic-Book ปืนเป็นล้านกระบอก มุกกาวๆ ตัวละครเพี้ยนจัด ไปจนถึงการยิงกันแบบระเบิดภูเขาเผากระท่อมทุก 5 นาที นี่คือจักรวาลที่เต็มไปด้วย Chaos แบบสุดทาง
และในปี 2019 เกม Borderlands 3 ก็พาผู้เล่นกลับเข้าสู่โลกสุดเดือดอีกครั้ง พร้อมขยายสเกลของจักรวาลให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ทั้งดาวใหม่ ศัตรูใหม่ และเหล่าตัวละครที่โคตรเป็นไอคอน แม้หลายคนจะจำเกมนี้จากระบบ Loot Shooter ที่เสพติดหนักมาก แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างจริงๆคือตัวละคร เพราะไม่มีเกมไหนที่สามารถรวมคนบ้า คนกาว คนเท่ คนโรคจิต และคนอบอุ่นไว้ในโลกเดียวกันได้แบบนี้อีกแล้ว และนี่คือเหล่าคาแรกเตอร์สำคัญที่ทำให้จักรวาล Pandora กลายเป็นหนึ่งในโลกไซไฟที่ทั้งเดือด ทั้งเพี้ยน และน่าจดจำที่สุดของวงการเกม!
Borderlands — เกมยิงที่เหมือน “จักรวาลของคนเสียสติ”
Borderlands 3 ไม่ใช่แค่เกมยิงลูตของธรรมดา เพราะสิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้โดดเด่นจริงๆ คือโทนของโลกที่แตกต่างจากเกมอื่นแบบชัดเจนมาก แม้เนื้อเรื่องจะเต็มไปด้วยสงคราม องค์กรยักษ์ การทดลองมนุษย์ หรือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่เกมกลับเล่าทุกอย่างด้วยอารมณ์กวนประสาทแบบสุดทาง
ในโลกนี้ ผู้คนสามารถพูดเรื่องระเบิดหัวคนได้เหมือนกำลังคุยเรื่องมื้อเย็น และนั่นแหละคือเสน่ห์ของ Borderlands มันเป็นจักรวาลที่ “จริงจังกับความไม่จริงจัง” แบบเต็มร้อย
Pandora — ดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยคนเพี้ยน แต่โคตรมีชีวิต
Pandora คือหนึ่งในโลกเกมที่น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ได้ดูเป็นโลกไซไฟสะอาดๆ แบบหนังอวกาศทั่วไป ตรงกันข้าม ทุกอย่างดูสกปรก วุ่นวาย บ้าคลั่ง และเต็มไปด้วยผู้คนประหลาดๆ ทุกคนพูดเยอะ ทุกคนมีปัญหา และแทบไม่มีใครปกติดีเลยสักคน
แต่สิ่งนี้เองกลับทำให้โลกของเกมมีชีวิต อย่างไม่น่าเชื่อ Borderlands จึงไม่ใช่แค่เกมยิง แต่เหมือนสวนสัตว์ของคนเสียสติที่ทั้งวุ่นวาย ฮา และสนุกจนผู้เล่นไม่อยากออกจากโลกใบนี้เลยจริงๆ

Lilith — Firehawk ผู้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Crimson Raiders
Lilith คือหนึ่งในตัวละครที่สำคัญและไอคอนนิกที่สุดของแฟรนไชส์ เพราะเธอไม่ใช่แค่ตัวละครหลักธรรมดา แต่เป็นเหมือนเสาหลักของเรื่องราวทั้งหมด
จากเดิมที่เธอเป็นหนึ่งใน Vault Hunters รุ่นแรกใน Borderlands ภาคแรก สุดท้าย Lilith ค่อยๆเติบโตจนกลายเป็นผู้นำของ Crimson Raiders ใน Borderlands 3 เธอจึงไม่ได้เป็นแค่นักสู้ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้าน ความหวัง และการรวมผู้คนเข้าด้วยกัน
ผู้หญิงที่ทั้งแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยบาดแผล
สิ่งที่ทำให้ Lilith โดดเด่นมาก คือเธอมีทั้งความเท่ ความแข็งแกร่ง และความเป็นมนุษย์อยู่ในคนเดียวกัน
ในฐานะ Siren เธอมีพลังมหาศาล สามารถต่อสู้กับศัตรูระดับสุดโหดได้แบบไม่เกรงกลัว จนชื่อ “Firehawk” กลายเป็นตำนานบนดาว Pandora แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ต้องแบกรับความกดดันมหาศาล เพราะคนรอบตัวต่างฝากความหวังเอาไว้กับเธอทั้งหมด
ด้านที่อ่อนแอของผู้นำ
ในภาคนี้ยังแสดงให้เห็นอีกด้านของ Lilith ที่หลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือความเหนื่อยล้า ความกลัว และความรู้สึกผิดหลังจากสูญเสียพลังของตัวเองไป
นี่ทำให้เธอไม่ใช่หัวหน้าทีมสุดเท่แบบไร้ที่ติ แต่เป็นคนคนหนึ่งที่กำลังพยายามยืนหยัด แม้ตัวเองจะเริ่มไม่มั่นใจแล้วก็ตาม และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Lilith กลายเป็นตัวละครที่แฟนเกมผูกพันมาก เพราะเธอไม่ได้แข็งแกร่งเพราะไม่เคยล้ม แต่แข็งแกร่งเพราะยังเลือกจะลุกขึ้นสู้อีกครั้งต่างหาก

Claptrap — หุ่นยนต์ที่ทั้งน่ารำคาญและขาดไม่ได้
พูดกันตรงๆว่า ถ้าไม่มี Claptrap มันก็คงไม่ใช่ Borderlands อีกต่อไป เพราะเจ้าหุ่นยนต์ตัวเล็กเสียงสูงตัวนี้ คือสัญลักษณ์ของทั้งแฟรนไชส์แบบเต็มตัว ตั้งแต่เปิดเกม ผู้เล่นก็แทบหนีเขาไม่พ้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดโวยวาย มุกกาวๆ หรือพฤติกรรมสุดวุ่นวายที่พร้อมทำให้ทุกสถานการณ์พังได้ตลอดเวลา
Claptrap คือประเภทตัวละครที่ถ้าอยู่ในชีวิตจริง หลายคนอาจปวดหัวจนอยากเดินหนี แต่กลับกลายเป็นว่าขาดไม่ได้
ตัวแทนของความบ้าคลั่งใน Pandora
สิ่งที่ทำให้ Claptrap สำคัญมาก คือเขาเป็นเหมือนตัวแทนของ Chaos ทั้งจักรวาล Borderlands
- เขาพูดเยอะ
- มั่นใจเกินเหตุ
- ชอบคิดว่าตัวเองเก่ง
- และมักทำให้ทุกอย่างยุ่งกว่าเดิมเสมอ
แต่ความวุ่นวายแบบนั้นแหละ ที่เข้ากับโลกของ Pandora แบบสมบูรณ์ที่สุด เพราะนี่คือจักรวาลที่เต็มไปด้วยคนเพี้ยนๆ และ Claptrap ก็เหมือนเป็นหัวใจของความเพี้ยนทั้งหมด
ตัวละครที่ทำให้โลกของเกม “มีชีวิต”
แม้หลายครั้งผู้เล่นจะบ่นว่า Claptrap น่ารำคาญ แต่ลึกๆแล้วทุกคนก็ผูกพันกับเขาแบบแปลกๆ เพราะทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว เกมจะเต็มไปด้วยพลังงาน ความวุ่นวาย และสีสันขึ้นมาทันที
เขาอาจไม่ใช่ฮีโร่ อาจไม่เก่ง และอาจทำพังมากกว่าช่วย แต่ Borderlands คงเงียบเหงาไปมาก ถ้าไม่มีเจ้าหุ่นยนต์ตัวป่วนตัวนี้จริงๆ

Tyreen Calypso — วายร้ายที่เหมือนเกิดมาจากยุคโซเชียลมีเดีย
Tyreen Calypso คือหนึ่งในวายร้ายที่แตกต่างจากตัวร้ายรุ่นก่อนอย่างชัดเจน เพราะเธอไม่ได้ปกครองผู้คนด้วยความกลัวอย่างเดียว แต่ใช้ชื่อเสียง และแฟนคลับเป็นอาวุธ เธอคือหัวหน้าของลัทธิ Children of the Vault ที่ใช้การไลฟ์สด ปั่นกระแส และสร้างภาพตัวเองเหมือนอินฟลูเอนเซอร์ระดับซูเปอร์สตาร์
พูดง่ายๆคือ Tyreen เหมือน Streamer ผสมจอมมารแบบเต็มขั้น ทุกครั้งที่เธอพูดกับผู้ติดตาม มันจะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูไลฟ์ของคนดังในโลกออนไลน์ แต่เบื้องหลังรอยยิ้มและคำพูดสนุกๆ กลับเต็มไปด้วยการควบคุมผู้คนแบบลัทธิสุดอันตราย
ตัวละครที่เสียดสีวัฒนธรรมอินฟลูเอนเซอร์
สิ่งที่ทำให้ Tyreen น่าสนใจมากคือ Borderlands 3 ใช้เธอเป็นเครื่องมือเสียดสีวัฒนธรรม Influencer และการบูชาคนดังในยุคโซเชียลได้โคตรตรง
Tyreen ไม่ได้ต้องการแค่พลังหรือการครองโลก สิ่งที่เธอต้องการจริงๆคือ “ผู้ติดตาม” ยิ่งมีคนรัก ยิ่งมีคนแชร์ ยิ่งมีคนคลั่งไคล้ เธอก็ยิ่งมีอำนาจมากขึ้น นี่คือจุดที่น่ากลัวมาก เพราะเกมกำลังสะท้อนว่า ในโลกปัจจุบัน อิทธิพลของคนดังบนอินเทอร์เน็ตสามารถควบคุมความคิดผู้คนได้จริงๆ
วายร้ายที่อันตรายเพราะคน “เต็มใจเชื่อ”
Tyreen จึงไม่ใช่แค่จอมมารไซไฟธรรมดา แต่เป็นตัวละครที่น่ากลัวเพราะเธอเข้าใจวิธีดึงดูดผู้คน เธอรู้ว่าจะพูดยังไงให้คนคล้อยตาม รู้ว่าจะสร้างภาพลักษณ์ยังไงให้คนหลงรัก และรู้ว่าจะเปลี่ยน “แฟนคลับ” ให้กลายเป็นกองทัพได้ยังไง
และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Tyreen Calypso กลายเป็นหนึ่งในวายร้ายที่สะท้อนโลกยุคใหม่ได้เจ็บที่สุดของแฟรนไชส์ Borderlands จริงๆ

Troy Calypso — เงาของพี่สาว ที่พยายามหาตัวตนของตัวเอง
Troy Calypso อาจดูเหมือนแค่ตัวสมทบในช่วงแรกของ Borderlands 3 เพราะทุกสายตาต่างพุ่งไปที่ Tyreen พี่สาวฝาแฝดผู้เต็มไปด้วยคาริสม่า แต่จริงๆแล้ว Troy คือหนึ่งในตัวละครที่น่าสนใจและเศร้ามากของเกม เขาใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ใต้เงาของพี่สาวมาตลอด
Tyreen คือคนที่แฟนคลับรัก คือผู้นำลัทธิ คือศูนย์กลางของทุกอย่าง ส่วน Troy เหมือนเป็นแค่อีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
ความอัดอั้นของคนที่อยากพิสูจน์ว่าตัวเองมีค่า
สิ่งที่ทำให้ Troy มีมิติมาก คือเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นและความต้องการได้รับการยอมรับ ลึกๆแล้วเขาไม่ได้อยากเป็นแค่เงาของ Tyreen อีกต่อไป
เขาอยากพิสูจน์ว่าตัวเองก็มีพลัง มีคุณค่า และสามารถยืนอยู่ด้วยตัวเองได้เหมือนกัน ยิ่งเรื่องดำเนินไป ผู้เล่นจะเริ่มเห็นว่า Troy ค่อยๆเปลี่ยนไป จากคนที่เหมือนพึ่งพาพี่สาว กลายเป็นคนที่เริ่มอยากมีอำนาจของตัวเองจริงๆ
ความสัมพันธ์พี่น้องที่ค่อยๆ พังลง
นี่คือสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ของสองพี่น้อง Calypso ดู Toxic มาก เพราะแม้ภายนอกจะดูสนิทกัน แต่ลึกๆแล้วทั้งคู่ต่างใช้กันและกันอยู่ตลอดเวลา Tyreen มอง Troy เป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง ส่วน Troy ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยมีตัวตนจริงๆเลย
และเมื่อความอัดอั้นสะสมมากขึ้น ความสัมพันธ์ที่เคยดูแข็งแรงก็เริ่มแตกร้าวทีละนิด จนสุดท้าย กลายเป็นหนึ่งในเส้นเรื่องที่สะท้อนว่า ต่อให้เป็นครอบครัวกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์จะไม่ทำร้ายกันเองเสมอไป

Tiny Tina — เด็กสาวสุดกาว ที่ทั้งฮาและเศร้าในเวลาเดียวกัน
Tiny Tina คือหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆรักมากที่สุด และแทบทุกครั้งที่เธอโผล่มา เกมจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายทันที เธอเป็นเด็กสาวสายระเบิดที่พูดเร็วมาก พลังงานล้นตลอดเวลา และมีความคิดสุดเพี้ยนแบบที่ไม่มีใครเดาทันว่าอีก 5 วินาทีข้างหน้าจะพูดหรือทำอะไร
ตั้งแต่มุกกาวๆ ไปจนถึงการหัวเราะกับระเบิดแบบจริงจัง ทุกอย่างในตัว Tina ดูเหมือนความบ้าคลั่งที่เข้ากับโลก Borderlands แบบสมบูรณ์สุดๆ และนั่นแหละคือเหตุผลที่ผู้เล่นจำเธอได้ไม่มีวันลืม
ความบ้าที่ซ่อนบาดแผลเอาไว้
แต่สิ่งที่ทำให้ Tiny Tina เป็นตัวละครที่มีมิติจริงๆ คือ เบื้องหลังความฮาและความกาวนั้น กลับเต็มไปด้วยความเศร้า เธอเคยถูกจับไปทดลอง สูญเสียครอบครัว และต้องเติบโตขึ้นในโลกที่โหดร้ายเกินกว่าจะปล่อยให้เด็กคนหนึ่งมีชีวิตปกติได้
นี่ทำให้ Tina ใช้ความบ้า และอารมณ์ขันเป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวด หลายครั้งที่เธอพูดเล่นหรือทำตัวตลก ผู้เล่นจะเริ่มรู้สึกได้ว่า ลึกๆแล้วเธอกำลังพยายามหนีบางอย่างในใจอยู่เหมือนกัน
ตัวละครที่ทั้งฮาและเจ็บในเวลาเดียวกัน
นี่คือเสน่ห์สำคัญของ Tiny Tina เพราะเธอไม่ได้เป็นแค่ตัวละครกาวเพื่อสร้างเสียงหัวเราะ แต่เป็นคนที่เต็มไปด้วยบาดแผลทางจิตใจ
และยิ่งผู้เล่นรู้จักเธอมากขึ้น ก็ยิ่งเข้าใจว่า ทำไมเด็กคนหนึ่งถึงต้องสร้างโลกแห่งความบ้าคลั่งขึ้นมา เพื่อปกป้องตัวเองจากความจริงอันโหดร้ายแบบนั้น

Mordecai — Vault Hunter รุ่นเก๋า นักแม่นปืนผู้ยังคงแบกอดีต
Mordecai คือหนึ่งใน Vault Hunters รุ่นแรกของแฟรนไชส์ และเป็นตัวละครคลาสสิกที่แฟนเกมผูกพันมากที่สุดคนหนึ่ง เขาเป็นนักแม่นปืนสายคูล พูดน้อย ดูสุขุม และมักให้ความรู้สึกเหมือนคนที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ได้เสมอ
แต่ภายใต้บุคลิกนิ่งๆนั้น จริงๆแล้ว Mordecai คือคนที่ผ่านความสูญเสียและเรื่องหนักมามากกว่าที่เห็น นี่ทำให้เขาเป็นตัวละครที่ดูโตขึ้น และมีมิติขึ้นเรื่อยๆ ในทุกภาคของเกม
ความสูญเสียที่ยังติดอยู่ในใจ
หนึ่งในเหตุการณ์ที่กระทบ Mordecai มากที่สุด คือการสูญเสีย Bloodwing สัตว์คู่ใจของเขาใน Borderlands 2
Bloodwing ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง หรืออาวุธช่วยต่อสู้ แต่มันคือ “เพื่อน” และครอบครัวของเขา เหตุการณ์นั้นกลายเป็นแผลในใจที่ผู้เล่นหลายคนยังจำได้ เพราะมันแสดงให้เห็นด้านที่อ่อนแอและเปราะบางของ Mordecai แบบชัดเจนมาก
คนที่ยังเดินหน้าต่อ แม้จะยังเจ็บอยู่
Borderlands 3 ยังแสดงให้เห็นว่า Mordecai ไม่เคยลืมอดีตเหล่านั้นจริงๆ เขายังคงแบกความรู้สึกสูญเสียเอาไว้ แม้เวลาจะผ่านมานานแล้วก็ตาม แต่สิ่งสำคัญคือ เขายังเลือกที่จะเดินหน้าต่อ
นี่คือสิ่งที่ทำให้ตัวละครของ Mordecai มีเสน่ห์ เพราะเขาไม่ได้เป็นฮีโร่ที่ไร้บาดแผล แต่เป็นคนที่ยังใช้ชีวิตต่อไป แม้หัวใจจะยังเจ็บอยู่ก็ตาม และนั่นทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่ทั้งเท่ เศร้า และเป็นมนุษย์มากที่สุดของจักรวาลนี้จริงๆ

Brick — คนที่เหมือนจะใช้กำปั้นแก้ทุกปัญหา
Brick คือหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆจำได้ทันทีตั้งแต่เห็นครั้งแรก เพราะเขาเป็นเหมือนภาพแทนของคำว่า “พลังดิบ” แบบเต็มขั้น เขาตัวใหญ่ กล้ามแน่น เสียงดัง และดูเหมือนพร้อมจะต่อยทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยไม่คิดเยอะ
เวลามีปัญหา คนอื่นอาจวางแผน แต่ Brick มักเลือกพุ่งเข้าไปก่อนเสมอ นี่ทำให้เขากลายเป็นตัวละครสายบู๊ที่ทั้งเท่ และฮาในเวลาเดียวกัน เพราะความตรงไปตรงมาของเขา มักสร้างสถานการณ์วุ่นวายได้ตลอดเวลา
ภายนอกดูโหด… แต่ข้างในอบอุ่นกว่าที่คิด
แต่สิ่งที่ทำให้ Brick เป็นตัวละครที่แฟนเกมรักมาก คือแม้ภายนอกจะดูเหมือนคนอารมณ์ร้อน และใช้กำลังตลอดเวลา จริงๆแล้วเขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์ และแคร์เพื่อนมาก
เขาอาจไม่ได้ฉลาดที่สุดในทีม ไม่ได้พูดคำเท่ๆ และไม่ได้วางแผนเก่ง แต่เวลาคนรอบตัวมีปัญหา Brick คือคนที่พร้อมยืนอยู่ข้างๆ แบบไม่ลังเล
พลังของคนที่ “จริงใจ”
เสน่ห์ของ Brick จึงอยู่ที่ความจริงใจแบบตรงไปตรงมา เขาไม่ได้พยายามเป็นฮีโร่ ไม่ได้อยากดูเท่ และไม่เคยซับซ้อนเกินจำเป็น แต่เพราะแบบนั้น ผู้เล่นเลยรู้สึกได้ว่า ทุกคำพูดและทุกการกระทำของเขามาจากใจจริงๆ
ในโลก Borderlands ที่เต็มไปด้วยคนเพี้ยน คนโกหก และความวุ่นวาย การมีคนแบบ Brick อยู่ในทีม จึงเหมือนมีกำแพงมนุษย์ ที่พร้อมปกป้องพวกพ้องเสมอ และนั่นแหละคือเหตุผลที่แม้เขาจะดูเหมือนภูเขากล้ามสุดโหด แต่ลึกๆแล้ว Brick กลับเป็นหนึ่งในตัวละครที่อบอุ่นที่สุดของแฟรนไชส์เลยก็ว่าได้

Ellie — ช่างเครื่องสาวที่โคตรมีเสน่ห์
Ellie คือหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆจำได้ง่ายมาก เพราะเธอมีพลังงานเฉพาะตัวที่โดดเด่นสุดๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปรากฏตัว เธอเป็นช่างเครื่องประจำทีม Crimson Raiders คนที่พร้อมซ่อมรถ แต่งเครื่องยนต์ และพูดมุกกวนๆได้ตลอดเวลา
Ellie เป็นคนมั่นใจ พูดตรง และใช้ชีวิตแบบไม่แคร์สายตาใคร ซึ่งนั่นทำให้ทุกฉากที่เธออยู่เต็มไปด้วยความสนุก และสีสันแบบธรรมชาติ
ตัวละครที่ดู “จริง” มากกว่าสูตรสำเร็จทั่วไป
สิ่งที่ทำให้ Ellie memorable มาก คือเธอไม่ได้ถูกออกแบบตามภาพจำของตัวละครหญิงในเกมทั่วไป เธอไม่ใช่สาวสวยตามสูตรสำเร็จ ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเซอร์วิส และไม่ได้พยายามทำตัวให้ดูสมบูรณ์แบบ
แต่กลับกลายเป็นว่า Ellie มีเสน่ห์มหาศาลจาก “บุคลิก” ของตัวเองแทน ความมั่นใจ ความขี้เล่น และความสบายๆ ของเธอ ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่า นี่คือคนที่มีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ดูสวยเท่านั้น
เสน่ห์ของคนที่เป็นตัวเองเต็มร้อย
Ellie คือประเภทตัวละครที่ไม่จำเป็นต้องพยายามเท่ เพราะเธอเป็นตัวของตัวเองแบบเต็มที่อยู่แล้ว เธอกล้าพูด กล้าหัวเราะ กล้าลุย และไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองต้องเปลี่ยนไปเพื่อให้ใครยอมรับ
นี่คือเหตุผลที่แฟนเกมจำนวนมากรัก Ellie เพราะเธอพิสูจน์ว่าเสน่ห์ ไม่ได้มาจากรูปลักษณ์อย่างเดียว แต่มาจากความมั่นใจ และพลังของการเป็นตัวเองจริงๆต่างหาก

Rhys Strongfork — CEO ที่ดูไม่เหมือน CEO เลยสักนิด
Rhys Strongfork คือหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆชอบมาก เพราะเขาแตกต่างจากภาพ CEO ในเกมทั่วไปแบบสุดๆ แทนที่จะดูนิ่ง เท่ และควบคุมทุกอย่างได้เหมือนผู้บริหารสายโหด Rhys กลับดูประหม่า ตื่นเต้นง่าย พูดเร็ว และเหมือนคนธรรมดาที่หลุดเข้ามาอยู่ท่ามกลางจักรวาลคนเสียสติของ Borderlands 3
เขาเป็น CEO ของ Atlas Corporation ก็จริง แต่หลายครั้งผู้เล่นจะรู้สึกเหมือนเขาเองก็ยังไม่เชื่อเลยว่า ตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ยังไง และนั่นแหละคือเสน่ห์ของตัวละครนี้
คนธรรมดาที่พยายามเป็นผู้นำให้ดีที่สุด
สิ่งที่ทำให้ Rhys น่าสนใจมาก คือเขาไม่ได้เป็นผู้นำแบบสมบูรณ์แบบ เขามีความกังวล มีความไม่มั่นใจ และมักดูเหมือนคนที่กำลังพยายามเล่นบท CEO มากกว่าจะเป็นคนที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้
แต่ลึกๆแล้ว Rhys เป็นคนที่ตั้งใจดีจริงๆ เขาพยายามทำให้ Atlas ดีขึ้น พยายามปกป้องพนักงาน และพยายามเป็นผู้นำที่ต่างจากพวกองค์กรโลภๆ ในโลก Borderlands นี่ทำให้ผู้เล่นเอาใจช่วยเขาได้ง่ายมาก
เจ้าของหนวดในตำนาน
แน่นอนว่า ถ้าพูดถึง Rhys อีกสิ่งที่แฟนเกมไม่มีวันลืมก็คือ หนวดของเขา ที่กลายเป็น Meme สำคัญของเกมไปเรียบร้อย Borderlands ถึงขั้นเล่นมุกกับมันซ้ำๆ จนหนวดของ Rhys กลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำตัวไปเลย
และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ตัวละครนี้น่าจดจำมาก เพราะเขาไม่ได้เท่แบบพระเอกสมบูรณ์แบบ แต่เท่ในแบบของคนธรรมดาที่พยายามเต็มที่ต่างหาก
