ถ้าพูดถึงเกม Open World หลังวันสิ้นโลกที่ดิบ เถื่อน และโคตรเดือด แบบไม่มีอะไรประนีประนอม ชื่อของ Mad Max (2015) คือเกมที่หลายคนอาจมองข้าม… แต่คนที่ได้เล่นจริงกลับจำมันได้ขึ้นใจ นี่คือเกมที่เอาความคลั่งของจักรวาลแมดแม็กซ์มาผสมกับระบบยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้งการไล่ล่าด้วยรถยนต์สุดบ้าระห่ำ การเอาชีวิตรอดในทะเลทรายรกร้าง การต่อสู้ระยะประชิดสุดหนักหน่วง และโลกที่เต็มไปด้วยคนเสียสติ
แต่นอกจากระบบการขับรถสุดมันส์ หรือ Magnum Opus รถคู่ใจของ Max แล้ว สิ่งที่ทำให้เกมนี้มีเสน่ห์จริงๆคือตัวละคร และนี่คือเหล่าคาแรกเตอร์หลัก จากทะเลทรายหลังวันสิ้นโลก ที่ทำให้กลายเป็นเกม Cult Classic ที่แฟนเกมจำนวนมากยังรักจนถึงทุกวันนี้!
Mad Max — ไม่ใช่แค่เกมรถชน แต่มันคือ “โลกแห่งการเอาชีวิตรอด”
Mad Max ไม่ใช่เกม Open World ที่พาเราไปเดินเล่นในเมืองสวยๆ หรือทำเควสต์ชิลๆ แบบโลกแฟนตาซีทั่วไป เพราะโลกของเกมนี้พังไปหมดแล้วจริงๆ ไม่มีเมืองที่ปลอดภัย ไม่มีสังคมที่มั่นคง ไม่มีชีวิตปกติให้กลับไปหา
สิ่งที่เหลืออยู่คือทะเลทรายกว้างใหญ่ ซากอารยธรรม และผู้คนที่พร้อมฆ่ากันเพื่อแย่งน้ำ อาหาร น้ำมัน หรือเศษเหล็กเล็กๆน้อยๆ นี่คือโลกที่ความเป็นมนุษย์ค่อยๆถูกกัดกินทีละนิด และตัวละครทุกคนในเกมก็เหมือนคนที่ถูกโลกแบบนี้บีบให้กลายเป็นเวอร์ชันโหดร้ายของตัวเอง
ระบบรถยนต์ที่เป็นหัวใจของเกม
จุดเด่นที่สุดของเกมนี้คือการต่อสู้ด้วยรถยนต์ เกมไม่ได้ให้รถเป็นแค่พาหนะ แต่เป็นเหมือนชีวิตอีกครึ่งหนึ่งของผู้เล่น เราสามารถใช้ฉมวกดึงชิ้นส่วนรถศัตรู ยิงล้อ ชนให้รถระเบิด หรือใช้ Thunderpoon ระเบิดรถกลางทะเลทรายได้แบบสะใจสุดๆ
ทุกการไล่ล่ามีความดิบ หนัก และโคตรเข้ากับโลก Wasteland
การต่อสู้ที่เถื่อนและหนักมือ
แม้เกมจะเด่นเรื่องรถ แต่การต่อสู้มือเปล่าก็ทำได้มันมาก ด้วยระบบที่มีกลิ่นอายคล้าย Batman Arkham ทั้งการโต้กลับ หลบ และใช้ท่า Finish Move
พอ Max เข้าสู่โหมด Rage ทุกหมัดจะหนักขึ้น ดิบขึ้น และให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ไม่ได้สู้เพื่อเท่ แต่สู้เพื่อรอดจริงๆ
โลกที่เล่าเรื่องผ่านซากปรักหักพัง
สิ่งที่ทำให้เกมมีเสน่ห์มาก คือบรรยากาศของโลก ทั้งซากเรือกลางทะเลทราย เมืองร้าง ทางด่วนพังๆ ถ้ำ และพายุทรายขนาดมหึมา ทุกอย่างเล่าให้เห็นว่าโลกเก่าเคยมีชีวิต แต่ตอนนี้เหลือแค่เศษซาก
นี่จึงกลายเป็น Hidden Gem เพราะมันดิบ เถื่อน เหงา และมี Identity ชัดมาก เป็นเกมหลังวันสิ้นโลก ที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าการรอดชีวิต คือภารกิจที่ยากที่สุดจริงๆ

Max Rockatansky — ชายผู้สูญเสียทุกอย่าง จนแทบไม่เหลือหัวใจ
Max Rockatansky คือหัวใจของทั้งเกม และเป็นหนึ่งในตัวเอกสาย Post-Apocalypse ที่โดดเด่นที่สุดของวงการเกม เขาไม่ใช่ฮีโร่ผู้กอบกู้โลก ไม่ได้มีอุดมการณ์ยิ่งใหญ่ และไม่ได้ออกเดินทางเพื่อช่วยผู้คน
Max เป็นเพียงอดีตตำรวจทางหลวงคนหนึ่ง ที่สูญเสียครอบครัวไปในโลกอันโหดร้าย จนสุดท้ายกลายเป็นชายเร่ร่อนที่ใช้ชีวิตอยู่บนถนนทะเลทรายอันว่างเปล่า สิ่งเดียวที่เขาต้องการจริงๆคือ “เอาชีวิตรอด” และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ตัวละครของเขาดูต่างจากพระเอกเกมทั่วไปมาก
ความเย็นชาที่เกิดจากบาดแผล
ตอนแรก Max อาจดูเป็นคนเย็นชา พูดน้อย และไม่อยากผูกพันกับใคร เขาพยายามผลักทุกคนออกไป ไม่ไว้ใจผู้คน และมองโลกแบบหมดหวังตลอดเวลา แต่ลึกๆแล้วทุกอย่างเกิดจาก Trauma ที่กัดกินเขามานาน
การสูญเสียครอบครัว ความรู้สึกผิด และโลกที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ทั้งหมดทำให้ Max เชื่อว่าการมีความผูกพันกับใคร สุดท้ายมีแต่จะนำไปสู่ความเจ็บปวดอีกครั้ง
คนที่ยังเหลือ “ความเป็นมนุษย์” อยู่ลึกๆ
สิ่งที่ทำให้ Max เป็นตัวละครที่มีมิติมาก คือแม้เขาจะพยายามทำตัวเหมือนไม่แคร์ใครแค่ไหน ผู้เล่นก็ยังเห็นอยู่ตลอดว่า ลึกๆแล้วเขายังมีหัวใจอยู่ เขายังช่วยผู้คนบางครั้ง ยังรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยังไม่สามารถปล่อยอดีตได้จริงๆ
นี่คือเหตุผลที่ทุกความสัมพันธ์ในเกมดูเศร้า เพราะผู้เล่นรู้ว่า Max อยากหลีกหนีจากความผูกพัน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ยังโหยหาความเป็นมนุษย์อยู่เสมอ และนั่นแหละคือเสน่ห์ของตัวละครนี้ เพราะเขาไม่ใช่ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่
แต่เป็นคนที่แตกสลาย…และยังพยายามเดินต่อไปในโลกที่แทบไม่เหลืออะไรให้อยู่เพื่อมันอีกแล้ว

Chumbucket — ชายเสียสติ ผู้มองรถยนต์เป็นเทพเจ้า
Chumbucket คือช่างเครื่องหลังค่อมสุดประหลาด ที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเศษเหล็ก น้ำมัน และซากรถพังๆในโลก Wasteland
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ผู้เล่นจะรู้ทันทีว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ปกติแน่ๆ เขาพูดเร็ว ท่าทางแปลกๆ และดูคลั่งรถยนต์แบบเกินมนุษย์ แต่ยิ่งเล่น ผู้เล่นจะยิ่งรู้ว่า ความบ้าของเขาไม่ใช่แค่เพื่อความฮา มันคือศรัทธา
คนที่มองรถยนต์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
สิ่งที่ทำให้ Chumbucket โดดเด่นมาก คือเขามองรถยนต์เหมือนเทพเจ้า เขาพูดกับเครื่องยนต์เหมือนกำลังสวดมนต์ เรียกรถว่า “เทวรถ” และเชื่อว่า Magnum Opus คือรถในตำนานที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเขา
นี่ทำให้ทุกฉากที่เขาอยู่เต็มไปด้วยพลังงานประหลาดๆ ที่ทั้งตลก น่ากลัว และน่าสงสารในเวลาเดียวกัน โลกของ Mad Max เป็นโลกที่ผู้คนแทบไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยวอีกแล้ว และสำหรับ Chumbucket รถยนต์ก็คือศาสนาของเขา
คนโดดเดี่ยวที่แค่ต้องการการยอมรับ
แต่ภายใต้ความเพี้ยนทั้งหมด Chumbucket กลับเป็นตัวละครที่เศร้ามาก เขาเป็นคนโดดเดี่ยว ขาดความมั่นใจ และโหยหาการยอมรับจากใครสักคนมาตลอด นี่คือเหตุผลที่เขายอมทำทุกอย่างเพื่อ Max
ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องรถ แต่เพราะเขาอยากให้ Max มองเห็นว่าตัวเขาเองก็มีค่าเหมือนกัน และถึงแม้ Max จะดูเย็นชาและไม่ค่อยแสดงออก แต่ผู้เล่นจะเริ่มเห็นว่าทั้งคู่ค่อยๆสร้างความผูกพันบางอย่างขึ้นมาแบบเงียบๆ
หนึ่งในความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดของเกม
ความสัมพันธ์ระหว่าง Max กับ Chumbucket คือหนึ่งในจุดที่ทำให้เกมนี้มีหัวใจมากขึ้น คนหนึ่งคือชายที่สูญเสียทุกอย่างจนไม่อยากผูกพันกับใครอีก อีกคนคือชายเสียสติที่ต้องการการยอมรับจากใครสักคน
ทั้งคู่ดูเหมือนไม่เข้ากันเลย แต่กลับเติมเต็มกันในโลกที่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวได้อย่างประหลาด และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Chumbucket ไม่ได้เป็นแค่ตัวตลกประจำเกม แต่เป็นหนึ่งในตัวละครที่ทั้งบ้าที่สุด… และเศร้าที่สุดด้วยเหมือนกัน

Scabrous Scrotus — วายร้ายผู้เกิดมาในโลกที่เต็มไปด้วยความคลั่ง
Scabrous Scrotus คือวายร้ายหลักของเกม และเป็นหนึ่งในตัวละครที่สะท้อนความบ้าคลั่งของโลกหลังวันสิ้นโลกได้ชัดที่สุด เขาเป็นลูกชายของ Immortan Joe จาก Mad Max: Fury Road และเติบโตขึ้นมาในสังคมที่เต็มไปด้วยความรุนแรงตั้งแต่เด็ก
ในโลกที่ผู้คนฆ่ากันเพื่อแย่งน้ำ โลกที่ความโหดเหี้ยมคือกฎ และโลกที่ศีลธรรมแทบไม่เหลืออยู่แล้ว Scrotus จึงกลายเป็นผลผลิตของ Wasteland แบบสมบูรณ์
คนที่มองสงครามเป็นความบันเทิง
สิ่งที่ทำให้ Scrotus น่ากลัว คือเขาไม่ได้ใช้ความรุนแรงเพราะจำเป็น แต่เขาสนุกกับมัน เขาชอบสงคราม ชอบการไล่ล่า และมองชีวิตของคนอื่นเหมือนของเล่นที่พร้อมถูกทำลายได้ทุกเวลา
นี่ทำให้ทุกครั้งที่ Scrotus ปรากฏตัว บรรยากาศของเกมจะเต็มไปด้วยความกดดันทันที เพราะผู้เล่นรู้ว่าคนคนนี้ไม่มีเส้นแบ่งทางศีลธรรมหลงเหลืออยู่เลย
วายร้ายที่สะท้อนโลกของแมด แม็กซ์ได้ดีที่สุด
สิ่งที่น่าสนใจมาก คือตัวเกมไม่ได้พยายามอธิบายว่า Scrotus กลายเป็นแบบนี้เพราะอะไรแบบละเอียด เพราะตัวเกมกำลังบอกอยู่แล้วว่า โลกแบบนี้สร้างคนแบบนี้ขึ้นมาเอง
ใน Wasteland ความเมตตาแทบไม่มีที่ยืน คนอ่อนแออยู่ไม่รอด และความรุนแรงกลายเป็นเรื่องปกติ Scrotus จึงไม่ใช่แค่ตัวร้ายธรรมดา แต่เป็นเหมือนภาพสะท้อนของโลกที่พังทลายจนไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกต่อไป
คู่ตรงข้ามของ Max อย่างสมบูรณ์
สิ่งที่ทำให้ความขัดแย้งระหว่าง Max กับ Scrotus น่าสนใจ คือทั้งคู่ต่างก็ถูกโลก Wasteland เปลี่ยนไปเหมือนกัน
แต่ Max ยังพยายามเก็บความเป็นมนุษย์เอาไว้ลึกๆ
ในขณะที่ Scrotus ปล่อยให้ความคลั่งและความรุนแรงกลืนกินตัวเองจนหมด
นี่จึงทำให้ Scrotus กลายเป็นวายร้ายที่เข้ากับโลกแมด แม็กซ์มาก เพราะเขาไม่ใช่ปีศาจจากที่ไหน แต่เป็นมนุษย์ที่เติบโตมาในโลกที่บิดเบี้ยวจนไม่เหลือหัวใจอีกแล้วต่างหาก

Hope — ผู้หญิงที่ยังคงเชื่อใน “ชีวิตที่ดีกว่า”
Hope คือหนึ่งในตัวละครที่อ่อนไหวมากที่สุด เพราะเธอไม่ได้โดดเด่นด้วยพลัง การต่อสู้ หรือความบ้าคลั่งแบบตัวละครอื่นใน Wasteland แต่เธอโดดเด่นด้วย “หัวใจ”
ในโลกที่ผู้คนพร้อมทรยศกันเพื่อเอาตัวรอด Hope ยังพยายามเชื่อว่า ชีวิตสามารถดีกว่านี้ได้ เธอยังฝันถึงที่ปลอดภัย ยังอยากมีอนาคต และยังพยายามปกป้องสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดของเธอ นั่นคือลูกสาว
ความแข็งแกร่งของแม่คนหนึ่ง
สิ่งที่ทำให้ Hope ทรงพลังมาก คือเธอไม่ได้แข็งแกร่งแบบนักรบ เธอไม่ได้ถืออาวุธไล่ล่าศัตรู หรือมีรถสุดโหดเหมือน Max
แต่ความแข็งแกร่งของเธออยู่ที่การไม่ยอมแพ้ เธอพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกมีโอกาสรอด แม้โลกทั้งใบจะโหดร้ายกับเธอแค่ไหนก็ตาม
ตัวละครที่ทำให้โลก Mad Max เจ็บขึ้น
Hope คือภาพแทนของสิ่งที่ยังเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ในโลกที่พังทลาย เธอทำให้ผู้เล่นเห็นว่า ต่อให้ Wasteland จะเต็มไปด้วยความรุนแรง ความกลัว และความสิ้นหวัง ก็ยังมีบางคนที่พยายามรักษาความรักเอาไว้
และนั่นแหละคือเหตุผลที่เรื่องราวของ Hope เจ็บมาก เพราะเธอพิสูจน์ว่า ในโลกที่โหดร้ายที่สุด “ความหวัง” อาจเป็นสิ่งที่เปราะบางที่สุดเช่นกัน

Glory — เด็กหญิงที่ทำให้ Max เริ่มมองตัวเองอีกครั้ง
Glory คือหนึ่งในตัวละครที่สำคัญทางอารมณ์มาก แม้เธอจะไม่ได้เป็นนักสู้หรือมีบทแอ็กชันใหญ่โต แต่เธอกลับเป็นคนที่ค่อยๆทำลายกำแพงในใจของ Max ลงทีละนิด
ในโลก Wasteland ที่เต็มไปด้วยโจร ความรุนแรง และความสิ้นหวัง เด็กอย่าง Glory กลายเป็นสิ่งที่ดูไม่เข้ากับโลกนี้ อย่างประหลาด เธอยังมีความไร้เดียงสาหลงเหลืออยู่ ยังมีความฝันและยังมองโลกแบบที่ผู้ใหญ่ในโลกนี้ลืมไปแล้ว
ภาพสะท้อนของอดีตที่ Max หนีไม่พ้น
สิ่งที่ทำให้ Glory สำคัญมาก คือเธอเหมือนเป็นเงาของลูกสาวที่ Max สูญเสียไปในอดีต ทุกครั้งที่เขามองเธอ ผู้เล่นจะเริ่มเห็นว่า ภายใต้ความเย็นชาและความเงียบของ Max ยังมีบาดแผลที่ไม่เคยหายไปจริงๆ
นี่ทำให้หลายฉากระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่พูดออกมาตรงๆไม่ได้ เพราะ Max พยายามไม่ผูกพันกับใครอีกแล้ว แต่ลึกๆเขาก็ยังไม่สามารถปิดหัวใจตัวเองได้ทั้งหมด
ตัวละครที่ดึง “ความเป็นมนุษย์” ของ Max กลับมา
Glory คือคนที่ทำให้ผู้เล่นเห็นอีกด้านของ Max ด้านที่ยังรู้สึกผิด ยังปกป้องคนอื่น และยังมีหัวใจอยู่ลึกๆ
นี่คือเหตุผลที่ตัวละครของเธอทรงพลังมาก เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง กลับกลายเป็นสิ่งที่เตือน Max ว่า เขายังเป็นมนุษย์อยู่จริงๆ

Griffa — ชายลึกลับผู้เหมือนเสียงในจิตใจของ Max
Griffa คือหนึ่งในตัวละครที่แปลก ลึกลับ และชวนตั้งคำถามมากที่สุด เขามักปรากฏตัวอยู่กลางทะเลทราย ในสถานที่เงียบว่างเปล่าเหมือนนักพรตหรือคนที่อยู่นอกเหนือโลกแห่ง Wasteland
สิ่งที่ทำให้ Griffa แตกต่างจากตัวละครอื่น คือเขาไม่ได้พูดเรื่องสงคราม รถยนต์ หรือการเอาชีวิตรอด แต่พูดถึงจิตใจของ Max เขาพูดถึงความกลัว ความเจ็บปวด ความทรงจำ และตัวตนที่ Max พยายามหนีมาตลอด
คนจริง… หรือแค่ภาพในหัว?
สิ่งที่น่าสนใจมาก คือเกมแทบไม่อธิบายชัดเจนว่า Griffa คือใครกันแน่ หลายคนมองว่าเขาอาจไม่ใช่มนุษย์จริงๆด้วยซ้ำ แต่เป็นเหมือนเสียงสะท้อนในจิตใจของ Max มากกว่า
ทุกครั้งที่ Griffa ปรากฏตัว มันเหมือนช่วงเวลาที่ Max ถูกบังคับให้หยุดวิ่งหนีจากตัวเอง และหันกลับมามองบาดแผลในใจที่พยายามกดทับเอาไว้ นี่ทำให้ตัวละครนี้มีความเหนือจริง และแตกต่างจากโลกดิบเถื่อนของเกมอย่างชัดเจน
ตัวละครที่เพิ่มมิติทางจิตวิทยาให้เกม
แม้ Mad Max จะเต็มไปด้วยรถระเบิด การไล่ล่า และความรุนแรง แต่ Griffa คือสิ่งที่ทำให้เกมมีด้านจิตวิทยามากขึ้น เขาทำให้ผู้เล่นเห็นว่า การต่อสู้ที่แท้จริงของ Max ไม่ใช่แค่กับศัตรูในทะเลทราย แต่คือการต่อสู้กับอดีต ความรู้สึกผิด และความโดดเดี่ยวในหัวของตัวเอง
และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Griffa เป็นตัวละครที่ทั้งลึกลับและสำคัญมาก เพราะเขาเหมือนเป็นเครื่องเตือนใจว่า ต่อให้ Max วิ่งหนีไปไกลแค่ไหน สุดท้ายเขาก็ยังหนีตัวเองไม่พ้นอยู่ดี

Jeet — ผู้นำป้อมปราการที่พยายามสร้างระเบียบในโลกไร้กฎเกณฑ์
Jeet คือหนึ่งในผู้นำป้อมปราการที่สำคัญที่สุด และเป็นตัวละครที่สะท้อนด้านความอยู่รอดแบบมีระบบ ของโลก Wasteland ได้ชัดมาก ในโลกที่เต็มไปด้วยโจร สงคราม และการแย่งชิงทรัพยากร ผู้คนส่วนใหญ่เลือกใช้ความรุนแรงเพื่อเอาตัวรอด
แต่ Jeet เข้าใจบางอย่างที่สำคัญมาก ถ้าโลกไม่มีระเบียบเลย สุดท้ายทุกอย่างจะพังหนักกว่าเดิม นี่คือเหตุผลที่เขาพยายามสร้างชุมชน กำหนดกฎเกณฑ์ และควบคุมพื้นที่ของตัวเองให้ยังพอมีโครงสร้างสังคมหลงเหลืออยู่
ผู้นำที่ไม่ได้ขาวสะอาด
สิ่งที่น่าสนใจของ Jeet คือเขาไม่ใช่ผู้นำใจดีแบบฮีโร่โลกสวย เขายังใช้กำลัง ยังพร้อมสู้ และยังต้องตัดสินใจแบบโหดๆ เพื่อรักษาป้อมของตัวเอง แต่ความแตกต่างคือ เขาไม่ได้ใช้ความรุนแรงเพื่อความสะใจแบบแก๊ง War Boys
เขาใช้มันเพื่อรักษาความมั่นคง นี่ทำให้ Jeet เป็นตัวละครที่ดูสมจริงมาก เพราะในโลกแบบ Mad Max การเป็นผู้นำที่อ่อนโยนเกินไปอาจทำให้ทุกคนตายได้
ตัวแทนของการเริ่มต้นสังคมใหม่
Jeet คือภาพสะท้อนว่าต่อให้โลกจะล่มสลาย มนุษย์ก็ยังพยายามสร้างสังคมขึ้นมาใหม่เสมอ
ผู้คนยังต้องการกฎ ต้องการความปลอดภัย และต้องการที่ที่เรียกว่าบ้าน นี่คือสิ่งที่ทำให้ตัวละครของเขามีมิติ เพราะเขาไม่ได้แค่พยายามเอาชีวิตรอดวันต่อวัน แต่กำลังพยายามสร้างอนาคตบางอย่างในโลกที่แทบไม่เหลืออนาคตแล้ว
และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Jeet เป็นตัวละครสำคัญมาก เพราะเขาคือหลักฐานว่า แม้ในโลกที่โหดร้ายที่สุด มนุษย์ก็ยังไม่หยุดพยายามสร้างความเป็นระเบียบและความหวังขึ้นมาใหม่อยู่ดี

Gutgash — ราชาน้ำมันผู้เต็มไปด้วยความโลภ
Gutgash คือหนึ่งในผู้นำดินแดนรกร้างของ Mad Max ที่สะท้อนโลกหลังหายนะได้ชัดมาก เพราะในโลกนี้ อำนาจไม่ได้มาจากเงินหรือกฎหมายอีกต่อไป แต่มาจาก “ทรัพยากร”
โดยเฉพาะน้ำมัน ซึ่งเป็นเหมือนเลือดของโลก Wasteland ใครมีน้ำมัน คนนั้นมีรถ มีอาวุธ มีการเดินทาง และมีอำนาจต่อรองเหนือคนอื่น Gutgash จึงกลายเป็นเหมือนราชาน้ำมัน ที่หมกมุ่นกับการสะสมทุกอย่างไว้ในมือ
ความโลภที่เกิดจากโลกขาดแคลน
สิ่งที่ทำให้ Gutgash น่าสนใจ คือเขาไม่ได้โลภแบบคนรวยทั่วไป แต่เป็นความโลภที่เกิดจากโลกที่ไม่มีอะไรเหลือแล้ว เมื่ออาหาร น้ำ กระสุน และน้ำมันกลายเป็นของหายาก ผู้คนก็เริ่มทำทุกอย่างเพื่อครอบครองมัน
Gutgash มองทุกอย่างเป็นผลประโยชน์ ใครมีของมีค่า ก็มีสิทธิ์รอดมากกว่า และนั่นคือด้านมืดของมนุษย์ที่เกมสะท้อนออกมาได้ดีมาก
ตัวละครที่ทำให้ Wasteland ดูสมจริงขึ้น
Gutgash ไม่ใช่ตัวละครที่ต้องมีบทดราม่าใหญ่โต แต่เขาช่วยทำให้โลกดูน่าเชื่อขึ้น เพราะในโลกที่พังทลาย ผู้นำแบบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นจริงมาก คนที่ควบคุมทรัพยากร คนที่ใช้ความขาดแคลนกดคนอื่น และคนที่เปลี่ยนความจำเป็น ให้กลายเป็นอำนาจ
Gutgash จึงเป็นภาพแทนของคำถามโหดๆ ว่า เมื่อโลกไม่เหลือพอสำหรับทุกคน มนุษย์จะยังแบ่งปันกันอยู่ไหม หรือจะเริ่มแย่งชิงทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอดก่อนคนอื่นกันแน่

Pink Eye — ผู้นำหญิงที่สูญเสียทุกอย่าง แต่ยังไม่ยอมแพ้
Pink Eye คือหนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นและน่าจดจำ เพราะเธอไม่ได้แข็งแกร่งจากพละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่แข็งแกร่งจากหัวใจ เธอคืออดีตนักรบที่ผ่านสงคราม ความสูญเสีย และความโหดร้ายของ Wasteland มามากเกินกว่าที่คนธรรมดาจะรับไหว
เธอสูญเสียผู้คนสำคัญ สูญเสียชีวิตแบบเดิม และแม้แต่ขาของตัวเอง แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ เธอยังไม่ยอมแพ้
ผู้นำที่แข็งแกร่งทางจิตใจมากกว่าร่างกาย
แม้ Pink Eye จะพิการ แต่เธอยังคงปกครองป้อมปราการของตัวเองและต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกอันโหดร้ายต่อไป นี่คือสิ่งที่ทำให้ตัวละครของเธอ memorable มาก เพราะเกมไม่ได้พยายามทำให้เธอดูเป็นนักรบเหนือมนุษย์
ตรงกันข้าม… ผู้เล่นจะเห็นชัดว่าเธอเองก็เจ็บปวด เหนื่อยล้า และเต็มไปด้วยบาดแผลจากอดีต แต่เธอเลือกจะมีชีวิตต่อ และนั่นคือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเธอ
ตัวละครที่สะท้อน “ความอยู่รอด” ของมนุษย์
Pink Eye คือภาพแทนของคนที่แม้โลกจะพรากทุกอย่างไป แต่ก็ยังพยายามหาความหมายในการมีชีวิตต่อ เธอพิสูจน์ว่าใน Wasteland คนที่แข็งแกร่งที่สุดอาจไม่ใช่คนที่ต่อยแรงที่สุดหรือขับรถโหดที่สุด
แต่อาจเป็นคนที่ยังลุกขึ้นยืนได้ หลังสูญเสียทุกอย่างต่างหาก และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Pink Eye เป็นหนึ่งในตัวละครหญิงที่ทรงพลังที่สุดของเกม เพราะเธอไม่ได้รอดมาเพราะโชคดี
แต่รอดมาเพราะเธอไม่ยอมให้โลกที่พังทลาย กลืนหัวใจของตัวเองไปด้วย
